thansettakij
thansettakij
ฟันธงน้ำมันดิบปีหน้า ไม่เกิน 65 ดอลล์ต่อบาร์เรล

ฟันธงน้ำมันดิบปีหน้า ไม่เกิน 65 ดอลล์ต่อบาร์เรล

27 พ.ย. 62 | 08:06 น.

กลุ่ม ปตท. ร่วมกลุ่มอุตฯ โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2563 เฉลี่ยที่ 55-65 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล

           

ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน กลุ่ม ปตท. (PRISM Expert) ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2563 อยู่ที่ 55 – 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง คือ สงครามการค้า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก การเพิ่มกำลังการผลิตของประเทศนอกกลุ่มโอเปก และนโยบายของกลุ่มโอเปกในการควบคุมการผลิตเพื่อรักษาสมดุลของตลาด 

คาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในงานสัมมนา 2019 The Annual Petroleum Outlook Forum ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Energy…Shaping A Better Future – อนาคตพลังงาน สานพลังเพื่อความยั่งยืน” มีนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันของ กลุ่ม ปตท. หรือ PRISM Expert ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดขึ้น เพื่อนำเสนอทิศทางและแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมถึงความท้าทายของพลังงานในอนาคตที่ต้องเผชิญ และแนวทางการรองรับเพื่อมุ่งสู่พลังงานที่ยั่งยืน รวมถึงการอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาครัฐ ภาคเอกชน นักการเงินการธนาคาร สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และบุคคลทั่วไป

 

ฟันธงน้ำมันดิบปีหน้า ไม่เกิน 65 ดอลล์ต่อบาร์เรล

“การวิเคราะห์สถานการณ์พลังงานที่น่าสนใจจากทีม PRISM Expert กลุ่ม ปตท. และการได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิในช่วงการเสวนาฯ จะทำให้เรารู้ เข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ อีกทั้งมองเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นในธุรกิจ เพื่อให้สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำได้ และสิ่งที่สำคัญคือ การร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลให้สังคมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องนับเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกันสานพลังให้เกิดความยั่งยืน (Sustainable Growth for All) ให้กับสังคมไทยต่อไปในอนาคต ตามนโยบายของ กลุ่ม ปตท.”นายชาญศิลป์ กล่าว

ด้านนายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เผยถึงทิศทางและแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกปี 2563 ว่า “ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 3.4 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 1.0 - 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตามสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน และความต้องการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร(เบร็กซิท)อาจส่งผลกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิตของประเทศนอกกลุ่มโอเปก เช่น สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันที่เติบโตช้าลง

ทำให้กลุ่ม OPEC ยังคงต้องใช้นโยบายควบคุมการผลิตเพื่อรักษาสมดุลของตลาด     ทีม PRISM Expert  จึงคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2563 จะอยู่ในช่วง 55 - 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยระยะยาวที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำมันที่ต้องติดตาม อาทิ นโยบายพลังงานสีเขียว และการพัฒนาของนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อมุ่งสู่พลังงานที่ยั่งยืนอาจทำให้ความต้องการใช้พลังงานเปลี่ยนไป