
เร่งรัฐวิสาหกิจลงทุน 1.3 แสนล้านโค้งท้ายปี
รองนายกฯสมคิด เร่งรัฐวิสาหกิจลงทุน 1.3 แสนล้านบาท ช่วงท้ายปี หลังยอดลงทุนไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หวั่นสงครามเศรษฐกิจจีน-สหรัฐ หยวนอ่อนค่ากระทบบาทแข็ง ส่งออกไทยมีปัญหา
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เป็นเครื่องมือผลักดันเศรษฐกิจช่วงท้ายปี เนื่องจากมีความเป็นห่วงปัญหาเศรษฐโลกชะลอตัวจากหลายปัจจัย ทั้งสงครามการค้าจีน-สหรัฐ รุนแรงขึ้นหวั่นเกรงกระทบต่อการส่งออกไทย นโยบายอ่อนค่าเงินหยวนของจีน และกระแสเงินทุนไหลเข้า
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า รัฐวิสาหกิจมีวบลงทุนตามแผน 538,943 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายได้เพียง 499,000 ล้านบาท ยอมรับการเบิกจ่ายยังต่ำกว่าแผนถึง 41 % จึงต้องเร่งเบิกจ่ายในช่วงปลายปีที่เหลืออีก 1.3 แสนล้านบาท หรือทำให้ได้อีก 59% โดยเฉพาะการเบิกจ่ายของ 3 รัฐวิสาหกิจมีเงินลงทุนสูง ทั้ง การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) การทางพิเศษแห่งประเทศ(กทพ.)และ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) ที่มีเงินลงทุนพลาดเป้ารวม 39,000 ล้านบาท
“ยอมรับว่า ช่วงที่รอจัดตั้งรัฐบาลอาจทำให้แผนลงทุนชะลอลงไป แต่จากนี้แผนลงทุนเดินหน้ามากขึ้น ทั้งการเร่งรัดการจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทย เพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ การปรับเส้นทางการบิน การลดต้นทุน การลงทุนของทอท.ในอาคาร 2 และรันเวย์ 4 เพราะหากรัฐวิสหากิจแแห่งใดลงทุนไม่ได้ตามแผน เก็บเงินสดไว้ จะถูกดึงไปใช้ลงทุนโครงการอื่นแทน”
สำหรับการเปลี่ยนแปลงบอร์ดรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง โดยเฉพาะรัฐวิสหากิจในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลังและคมนาคม นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ทั้งสองกระทรวงหารือร่วมกันแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงบอร์ดชุดเดิม แต่จะใช้ผลงาน เพื่อให้เป็นไปตามการประเมินผลงาน (KPI) เพื่อวัดการบริหารงาน ประสิทธิภาพองค์กร ผลกำไรขาดทุนเป็นหลัก โดยในสัปดาห์หน้า จะสรุปชัดเจนว่าบอร์ดรัฐวิสาหกิจและผู้บริหารรายใด ควรต้องเปลี่ยนแปลง การดำรงตำแหน่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจใครเข้ามาต้องทำให้องค์กรปรับดีขึ้น โดยในระยะสั้น 2 เดือน สคร. มีมาตรการเร่งรัด และพร้อมใช้ระบบ Fast track มากำกับดูแลการเร่งรัดการลงทุน
ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ระเบียบใหม่ในการตั้งคณะกรรมการรัฐวิสหากิจ ตามข้อกำหนดต้องเข้าสู่กระบวนการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกำหนดของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จากนั้นเสนอรายชื่อคณะกรรมการให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา นับว่าข้อกำหนดใหม่ในการคัดเลือกมีหลายขั้นตอน และผู้เป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจต้องมีทักษะความสามารถเหมาะสมกับรัฐวิสาหกิจแต่ละประเภท หลังจาก ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าประธานบอร์ดการบินไทย และบอร์ดการท่าอากาศยานฯ เตรียมลาออกในเร็วๆนี้






