thansettakij
thansettakij
ส่งออกปี62 หืดขึ้นคอ  เอกชนมองทั้งปีส่งออกโต2.1 %

ส่งออกปี62 หืดขึ้นคอ เอกชนมองทั้งปีส่งออกโต2.1 %

30 เม.ย. 62 | 10:05 น.

 

พาณิชย์ เตรียมถกทูตพาณิชย์เดือน พ.ค. 62  นี้ เล็งปรับเป้าส่งออกคาดลดลงจากเป้าเดิม 8%   ขณะที่เอกชน มองส่งออกทั้งปีโต  2.1%  ลดลงจากเดิม 3.1%  เฉลี่ยต่อเดือนต้องส่งออกให้ได้ 21,560  ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

นางสาวบรรจงจิตต์  อังศุสิงห์  อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกไตรมาส 2  ของปี  2562  รวมกับภาคเอกชน ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  สมาคมผู้ส่งออกข้าว  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย  สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย   กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร  สมาคมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม บริษัท เอสซีจี พลาสติกส์จำกัด บริษัทไทยฮั้ว จำกัด  เป็นต้น ว่า  การประเมินเป้าหมายส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายเดิมที่ 8%  แต่จากสถานการณ์การส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก คาดว่าการประชุมทูตพาณิชย์ในวันที่ 31  พฤษภาคม  2562 จะประเมินตัวเลขส่งออกอีกครั้งหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายอาจจะต้องพิจารณาปรับตัวเลขการส่งออกเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เบื้องต้นได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ประเมินสถานการณ์การนำเข้าสินค้าไทยและการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ สำหรับประเทศที่นำเข้าเพื่อประเมินสถานการณ์หากว่าไทยจะผลักดันการส่งออกจะดำเนินการอย่างไรต้องมีกิจกรรมอะไรบ้างเพื่อให้การส่งออกไปได้ตามเป้าหมาย พร้อมกับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง อีกทั้ง ให้ทูตพาณิชย์ประเมินตัวเลขการส่งออกในรายประเทศอีกครั้งเพื่อให้การส่งออกเป็นไปได้มากที่สุดโดยสรุปและนำมาเสนอในที่ประชุมทูตพาณิชย์

“เป้าหมาย6เดือนข้างหน้าจะต้องเดินหน้าผลักดันส่งออกอย่างไรจะต้องเจาะตลาดผลักดันสินค้าการส่งออกได้มากน้อยแค่ไหน  เนื่องจากต้องยอมรับว่าการส่งอออกไม่ได้กระทบเพียงประเทศไทยแต่รวมทุกประเทศ  เพื่อให้การส่งออกขยายตัวก็ต้องพยายามทุกฝ่าย และจากที่ประเมินว่าการส่งออก 8%  ไทยจะต้องส่งออกเฉลี่ย 23,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน  แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ตามเป้าหมาย  ซึ่ง 6  เดือนจากนี้ก็ต้องประเมินอีกครั้งให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด”

ส่งออกปี62 หืดขึ้นคอ  เอกชนมองทั้งปีส่งออกโต2.1 %

อย่างไรก็ดีการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าระหว่างประเทศ  โดยเป็นคณะทำงานร่วมกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและภาคเอกชน  โดยคณะทำงานชุดนี้จะหารือเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า  หากต้องเสนอไปยังระดับนโยบายเพื่อเข้ามาช่วยเหลือก็จะสรุปผลให้เสนอไปยังหน่วยงาน หรือคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจต่อไป เพื่อผลักดันแก้ไข  ทั้งนี้ หากเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะหารือร่วมเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาต่อไป  พร้อมกันนี้  เชื่อว่าภายหลังที่ประเทศไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เป็นที่เรียบร้อย  นโยบายด้านเศรษฐกิจมีความชัดเจนก็เชื่อว่าจะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องมีการเติบโตได้

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล  รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า  จากการประชุมครั้งนี้ภาคเอกชนประเมินการส่งออกปรับลดลงจากเดิม 3.1%  ลงมาอยู่ที่  2.1%    เป็นผลมาจากปัจจัยเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า  การเสียเปรียบด้านสิทธิประโยชน์ที่มีผลต่อการแข่งขันทางการค้ารวมไปถึงภาพของราคาน้ำมันลดลง ซึ่งมีผลต่อสินค้าที่เกี่ยวเนื่องแม้ปริมาณไม่ลดลงแต่มีผลทำให้ราคาปรับลดลง  โดยการส่งออกทั้งปีโต 2.1%  และการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือนจากนี้จะต้องส่งออกมีมูลค่า  21,560  ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

สำหรับประเมินการส่งออกรายกลุ่มสินค้า  ภาคเอกชนมองว่าการส่งออกยางพารา  โต 5%  มันสำปะหลัง  ติดลบ 10%  อาหาร  โต  5%  น้ำตาล  ติดลบ  5%  ทำให้ภาคการส่งออกในกลุ่มเกษตรเฉลี่ยส่งออกอยู่ที่ 1.6%  ส่วนภาคอุตสาหกรรม  อิเล็กทรอนิกส์  โต  1.4%  รถยนต์และส่วนประกอบ  โต  3%  เครื่องใช้ไฟฟ้า  โต  1.1%  เม็ดพลาสติก โต  2%  อัญมณีและทอง  โต  3%  น้ำมันสำเร็จรูป โต 2%  ก่อสร้าง  โต  5%  ผลิตภัณฑ์จากยางพารา  โต  7%  เครื่องจักรและส่วนประกอบ โต  3%  สิ่งทอ  โต 3%  และเคมีภัณฑ์ โต 2%  ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออก โต 2.3%

ส่งออกปี62 หืดขึ้นคอ  เอกชนมองทั้งปีส่งออกโต2.1 %