
กันยายน 2563 สภาร้อน ม็อบนักศึกษาเดือด
เดือนกันยายน บางเหตุการณ์ โดยเฉพาะ “ม็อบนักศึกษา” ที่จะชุมนุมกันกลางเดือน น่าจะเร่งเร้าความร้อนแรงทางการเมืองขึ้นมาได้
เดือน “กันยายน” นี้ มีเหตุการณ์ทางการเมือง หลายเห็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ บางเหตุการณ์ โดยเฉพาะ “ม็อบนักศึกษา” ที่จะชุมนุมกันกลางเดือนกันยายน น่าจะเร่งเร้าความร้อนแรงทางการเมืองขึ้นมาได้
ในห่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของสมัยประชุมรัฐสภา เดิมทีสภาฯ จะปิดเทอมในวันที่ 18 กันยายน 2563 แต่มีการขยายออกไปเป็นวันที่ 25 กันยายน เพราะมีเรื่องสำคัญที่รอเข้าที่ประชุมสภาฯ หลายเรื่อง
เริ่มจาก วันที่ 1 กันยายน จะมีการประชุมร่วมกันของ 2 สภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่
1. ร่างกฎหมายให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด 2. ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และ 3. ร่างกฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติด
ถัดไป วันที่ 9 กันยายน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งเป็นญัตติของฝ่ายค้านที่จะสอบถามเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง ทั้งนั้ คณะรัฐมนตรีจะมาร่วมรับรับฟังและชี้แจงข้อซักถามด้วย
วันรุ่งขึ้น 10 กันยายน ที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน
ส่วนวันที่ 16-18 กันยายน ที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระ 2-3
ขณะที่วันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กลุ่ม “ธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ไปแล้วว่า ในวันดังกล่าว “ขอประกาศจัดชุมนุมครั้งใหญ่ พร้อมกับแฮชแท็ก #ธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ซึ่งรายละเอียดจะมีการแถลงเพิ่มเติมอีกครั้ง
เหตุที่จัดชุมนุมใหญ่ในวันดังกล่าว เนื่องจากเป็นวันที่ตรงกับ 19 กันยายน 2549 หรือ เมื่อ 14 ปีก่อน ที่มีการรัฐประหารยึดอำนาจจาก รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
ว่ากันว่า การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะมีนักศึกษาและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งประเด็นที่มีการอภิปรายถล่มรัฐบาลบนเวที อาจจะทำให้ “การเมือง” ร้อนแรงขึ้นมาได้
ถัดไป ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ที่มีการเสนอญัตติ ในวาระที่ 1 ชั้นรับหลักการ
กล่าวสำหรับการเปิดอภิปรายทั่วไปของสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 9 กันยายนนั้น เป็นวาระร้อนที่ห้ามพลาด เนื่องจากเปรียบเสมือนเป็นการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน และเป็นจังหวะที่ประจวบเหมาะกับภาพเศรษฐกิจ การเงินการคลัง ที่มีปัญหา รวมไปถึงการเมืองนอกสภา หลังมีการตั้งข้อหา ตั้งคดี แกนนำผู้ชุมนุมหลายราย
ส่วนประเด็นร้อนอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ที่การหํ่าหั่นกันของฝ่ายค้านกับรัฐบาล แต่อยู่ที่การหํ่าหั่นกันเองระหว่างฝ่ายค้านด้วยกันเอง เพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอเข้าสู่สภาฯ นั้น ไม่ได้มีการอ "ปิดสวิตช์ ส.ว.” ทันที ตามที่พรรคก้าวไกลต้องการ แถมทั้ง 2 พรรค ยังมีการให้ข่าวถล่มโจมตีกันเกิดขึ้น
โดยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยและฝ่ายรัฐบาล ต่างมีหลักการตรงกัน คือ การตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่แตกต่างกันในรายละเอียด โดยของพรรคเพื่อไทยให้ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง 100% ส่วนฝ่ายรัฐบาลใช้ระบบผสมระหว่างการเลือกตั้งและการสรรหาเพื่อให้มีผู้ทรงคุณวุฒิ นักเรียน นักศึกษา เข้ามาร่วมเป็นส.ส.ร.ด้วย
การเคลื่อนเกมของฝ่ายค้านครั้งนี้ โดยเฉพาะ “พรรคเพื่อไทย” ไม่พยายามเปิดหน้ารุกไล่ส.ว.มากนัก เพราะไม่ต้อง การให้บรรยากาศเสียไปทั้งกระบวน ภายหลังส.ว.บางกลุ่มยอมถอยแล้ว ฝ่ายค้านจึงเลือกที่จะเน้นการสื่อสารต่อสาธารณะโดยแตะส.ว.ให้น้อยที่สุด
ดังนั้น เมื่อรัฐสภารับหลักการวาระที่ 1 ของร่างรัฐธรรมนูญแล้วและมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา “สงคราม” จะเริ่มนับหนึ่งจากนั้น เพราะต่างฝ่ายต่างมีวาระและความต้อง การของตัวเอง
ฝ่ายรัฐบาลต้องการส.ส.ร. ที่ตัวเองสามารถคุยกันได้ ส่วนฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทย ต้องการส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง 100% เพราะมั่นใจในฐานการเมืองในพื้นที่ของตัวเอง
ส่วน “พรรคก้าวไกล” จะนำกระแสนอกสภาฯ มากดดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้
6 เหตุการณ์ทางการเมือง ที่เกิดขึ้นในเดือน “กันยายน” น่าสนใจและน่าจับตาอย่างยิ่งว่า จะมีอะไรส่งผลกระทบกระเทือนต่อเสถียรภาพของ “รัฐบาลลุงตู่” หรือไม่...
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,605 หน้า 10 วันที่ 30 สิงหาคม - 2 กันยายน 2563






