thansettakij
thansettakij
ศธ.เร่งเครื่องราชการดิจิทัล ดัน e-Office ครบทุกหน่วยงานในปี 70

ศธ.เร่งเครื่องราชการดิจิทัล ดัน e-Office ครบทุกหน่วยงานในปี 70

28 ก.ค. 69 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ค. 69 | 06:23 น.

ศธ.ใช้ e-Office ไร้กระดาษทั่วหน่วยงาน 1 ม.ค. 2570 เชื่อมสารบรรณ-บุคคลบนแพลตฟอร์มเดียว คาดลดต้นทุน 30-40% สู่รัฐดิจิทัล

KEY

POINTS

  • กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเริ่มใช้ระบบ e-Office แบบไร้กระดาษเต็มรูปแบบภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร ลดการใช้เอกสาร เพิ่มความโปร่งใส และคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 30-40%
  • ในระยะต่อไปมีแผนเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เช่น กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล

กระทรวงศึกษาธิการเตรียมยกระดับการบริหารราชการสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นวันเริ่มใช้งานระบบ e-Office แบบไร้กระดาษ (Paperless) ครอบคลุมทุกหน่วยงานในสังกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร ลดการใช้เอกสาร และเชื่อมโยงข้อมูลการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นระบบเดียวกัน

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายผลักดันระบบราชการดิจิทัล มุ่งลดขั้นตอนการทำงานด้านเอกสาร เพิ่มความรวดเร็วในการสั่งการ การติดตามงาน และการประสานงาน พร้อมยกระดับความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง

ปัจจุบัน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหลายแห่งได้เริ่มนำระบบ e-Office มาใช้งานแล้ว อาทิ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก่อนขยายผลให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานภายในกระทรวงตามแผนที่กำหนด

ระบบดังกล่าวจะช่วยลดความซ้ำซ้อนของงานสารบรรณ ลดขั้นตอนการจัดการเอกสาร และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงาน ส่งผลให้การดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมพัฒนาโครงการนำร่องเพื่อเชื่อมโยงระบบบริหารงานบุคคลและระบบสารบรรณของทุกหน่วยงานให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว รองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในระยะต่อไป ระบบจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) และการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานระบบดิจิทัลของภาครัฐ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การนำระบบ e-Office มาใช้งานไม่ได้มีเป้าหมายเพียงลดการใช้กระดาษ แต่ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารได้ประมาณ 30-40%

ทั้งนี้ ระบบ e-Office จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการสนับสนุนการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการประชาชน ยกระดับการบริหารราชการให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลในระยะยาว