14 มิถุนายน 2021

SAM เปิดตัว “สายด่วน ชนะหนี้ 1443

15 Mar 2021 17:53 น.
อ่าน 214 ครั้ง

SAM เปิดตัว “สายด่วน ชนะหนี้ 1443

คลินิกแก้หนี้ by SAM เปิดตัว “สายด่วน ชนะหนี้ 1443” ช่วยคนเป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคล


รายงานข่าวจากบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด(บสส.)หรือ SAM เปิดเผยว่า โครงการ คลินิกแก้หนี้ by SAM ได้เปิดเบอร์ใหม่ “สายด่วน ชนะหนี้ 1443” เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่มีปัญหาหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันกับธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน (Non-Bank) รวม 35 แห่งที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อให้สามารถติดต่อเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ของ “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” ได้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

 

ทั้งนี้ เนื่องจากในรอบปี 2563 ที่ผ่านมา มีผู้สนใจติดต่อสอบถามผ่านระบบ Call Center นับแสนราย ดังนั้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าหรือผู้ที่มีปัญหาหนี้เสียบัตรที่คาดว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างน้อยอีกหลายเท่าตัวในปี 2564 นี้อันเป็นผลมาจากปัญหาวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องด้านความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชนในวงกว้างให้ได้รับบริการอย่างทั่วถึง



โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM จึงเปิด “สายด่วน ชนะหนี้ 1443”  โดยพร้อมให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-17.00 น.    ผู้ที่เป็นหนี้เสียบัตรดังกล่าวไม่ควรพลาด เนื่องจากขณะนี้ “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” ได้ขยายเวลาหนี้เสียที่เข้าร่วมโครงการได้ จากเดิมวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็น ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564  ซึ่งคาดว่า จะช่วยผู้เป็นหนี้กลุ่มดังกล่าวที่ค้างชำระและเป็นหนี้ NPL ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

 

การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่สมัครเข้าโครงการฯ เพราะนอกจากจะได้รับดอกเบี้ยต่ำเพียง 4-7% ต่อปี และระยะเวลาการผ่อนนานสูงสุดถึง 10 ปีแล้ว  ยังจะได้รับมาตรการพิเศษ “ยาแรง 2 สูตร” ที่ขยายระยะเวลาออกไปถึงเดือนมิถุนายน 2564 ได้แก่ ยาสูตร 1  การเลื่อนกำหนดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่ผู้ที่ชำระไม่ไหว  โดยจะไม่ถือว่าผิดนัดชำระหนี้และไม่เสียประวัติ และ ยาสูตร 2  ลดดอกเบี้ยลง 1-2% สำหรับผู้ที่สามารถผ่อนชำระต่อเนื่องอีกด้วย

 


เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาผลการสมัคร ตามแนวคิด “เอกสารครบ-จบไว” ควรเตรียมเอกสารสำคัญประกอบการสมัคร ดังนี้ 1. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน  2. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง หรือเอกสารแสดงรายได้ย้อนหลัง 3 เดือน 3. รายการเดินบัญชี หรือ Statement ย้อนหลัง 6 เดือน  4. เอกสารรายงานเครดิตบูโร

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend