โค้งท้ายแบงก์กำไรฝืด

18 ต.ค. 2561 เวลา 11:27 น.137
 

>> คาดทั้งปีโต6.3%ปีหน้าดอกเบี้ยขาขึ้น-สินเชื่อหนุน
เอเซียพลัส คาดกำไรกลุ่มแบงก์ปีนี้โต 6.3% ที่ 1.98 แสนล้านบาท ชี้ความต้องการสินเชื่อ -ดอกเบี้ยขาขึ้น หนุนกำไรปี 62 คาดโต 8.1%  ขณะที่ Q3/61 อยู่ที่ 5.18 หมื่นล้านบาท หดตัวจากไตรมาสก่อน 2-3% แต่เติบโตจากปีก่อน 9-10% เหตุกันสำรองลดลง บล.เอเชีย เวลท์ฯ-บล.ฟินันเซียฯ เพิ่มนํ้าหนักลงทุน ปรับเป้าสินเชื่อ 62 โต 7-8%
ยังเป็นสัปดาห์ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ทยอยประกาศงบไตรมาส 3/2561 จากการสำรวจนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2561 จะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) 2-3%  จากการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งเป็นผลกระทบการยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์ แต่เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยังเติบโต 9-10% จากการตั้งสำรองหนี้ในไตรมาสนี้ลดลง

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัสฯ หรือ ASP  คาดกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคาร   10 แห่งที่ฝ่ายวิจัย ASP ศึกษาในไตรมาส 3/2561 จะอยู่ที่ 5.18 หมื่นล้านบาท ลดลง 3% QoQ แต่ยังเพิ่มขึ้นได้ 9.2% YoY กำไรที่ลดลงหลักๆ มาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ที่ยังถูกกระทบจากการฟรีค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์, กำไรธุรกรรมเพื่อค้าและกำไรจากปริวรรตเงินตรา และกำไรจากเงินลงทุนอ่อนตัวลงMP17-3410-A

ธนาคารที่คาดกำไรจะหดตัวแรงกว่ากลุ่ม เมื่อเทียบ QoQ คาดเป็น TCAP ผลจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ, SCB ค่าธรรมเนียมลดลง และค่าใช้จ่ายด้านไอที เพิ่มขึ้น, KBANK รายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรขายเงินลงทุนลดลง, TISCO ผลจาก NIM และรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง ขณะที่ TMB, BAY, KKP และ TISCO กำไรสุทธิไตรมาส 3/2561 จะเติบโตไตรมาสก่อนหน้าและโดดเด่นกว่ากลุ่ม

นางสาวอุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล. เอเซีย พลัสฯ (ASP) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าคาดการณ์กำไรกลุ่มธนาคารปีนี้ 1.98 แสนล้านบาท เติบโต 6.3% (YoY)โดยคาดกำไรในไตรมาส 4/2561 อยู่ราว 4.1 หมื่นล้านบาท เพราะแม้จะเป็นจุดพีกฤดูกาลการปล่อยสินเชื่อ และมีรายได้จากค่าธรรมเนียมคาดจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยรายจ่ายที่เพิ่ม  ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายดำเนินการ/ค่าการตลาด และการตั้งสำรองหนี้ของธนาคารบางแห่ง อาทิ KTB ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่ากำไรกลุ่มธนาคารไตรมาสสุดท้ายจะเติบโตน้อยกว่าไตรมาส 3  แต่แนวโน้มกำไรกลุ่มธนาคารปี 2562 คาดจะเติบโตถึง 8.1%  ส่วนหนึ่งจากแรงหนุนดอกเบี้ยเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น จากการศึกษาพบว่าการคิดอัตราดอกเบี้ยตลาดทุก 0.25% จะทำให้กำไรสุทธิปี 2562 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์เพิ่ม 0.8% จากคาดการณ์ปัจจุบัน

ASP ให้นํ้าหนักลงทุนกลุ่มแบงก์เท่าตลาด เลือก BBL และ TCAP เป็น top pick ของกลุ่ม เพราะเด่นทั้งพื้นฐาน และ valuation ที่อยู่ระดับตํ่า และปันผลจูงใจเฉลี่ย 4-5% โดย BBL ให้ราคาพื้นฐานปี 2561-62  ที่ 220 บาท และ 233 บาท และ TCAP ที่ 65 บาท และ 70 บาท ตามลำดับ

อนึ่งกลุ่มทิสโก้ (11 ต.ค.61) ได้ประกาศงบไตรมาส 3/2561 มีกำไรสุทธิ 1,815 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ ) 6.20% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) ถึง 15.4% ส่วนงวด 9 เดือนแรกของปี 2561 มีกำไรสุทธิจำนวน 5,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 722 ล้านบาท หรือเติบโต 15.8% ส่วนบมจ. แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป หรือ LHFG กำไรไตรมาส 3/2561 อยู่ที่ 779.08 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 3.4 % แต่เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.2% ขณะที่ 9 เดือนมีกำไร 2,356.55 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 25.76%MP17-3410-B

บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)  (FSS) คาดการณ์กำไรไตรมาส 3/2561 ของกลุ่มธนาคารที่ 5.15 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% QoQ  จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงและการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน แต่คาดเพิ่ม 10%YoY จากการกันสำรองฯที่ลดลงและคาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 3%YoY ขณะที่คาด NIM อยู่ที่ 3.36% ดีกว่าไตรมาสก่อนเล็กน้อย

FSS  ยังคงประมาณการสินเชื่อทั้งปี 2561 เติบโต 5.5%  เนื่องจากไฮซีซันที่จะเกิดในไตรมาส 4/2561 และต่อเนื่องถึงปี 2562 จากความเชื่อมั่นการลงทุนที่ดีขึ้นก่อนและหลังการเลือกตั้ง โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการสินเชื่อปี 2562  เป็น 7-8% และประมาณการเติบโตของกำไรปี 2562  ขึ้นเป็น 8% และปรับนํ้าหนักลงทุนเป็น Overweight โดยแนะนำหุ้น KBANK (ราคาเป้าหมาย 235 บาท) และ BBL (ราคาเป้าหมาย 232 บาท)

ด้านบล.เอเชียเวลท์(AWS) คาดธนาคารขนาดใหญ่จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2561 เติบโต YoY โดดเด่น นำโดย KTB (+24.7% YoY) ตามมาด้วย BBL (+13.9% YoY) และ KBANK (+11.4% YoY) จากปัจจัยหนุนจากระดับการตั้งสำรองที่ลดลง

ส่วนธนาคารที่คาดจะรายงานกำไรสุทธิหดตัวมากสุดคือ KKP (-12.7% YoY) ตามมาด้วย TCAP (-1.1% YoY) โดยกำไรสุทธิ KKP คาดว่าจะถูกกดดันโดยการตั้งสำรองที่สูงขึ้นตามฐานสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนกำไรสุทธิ TCAP คาดเป็นผลจากค่าใช้จ่ายทางภาษีที่สูงขึ้นASW  ยังคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มธนาคาร อย่างไรก็ตามอาจปรับเพิ่มนํ้าหนักลงทุนหลังจากการประกาศงบไตรมาส 3/2561 ด้วยปัจจัยบวกจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่อาจดีเกินคาด และกำไรจากการลงทุน หุ้นแนะนำได้แก่ BBL(AWS TP: 225 บาท)

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3410 วันที่ 18-20 ตุลาคม 2561595959859

แท็กที่เกี่ยวข้อง