“ณภัทร” เปิดมุมมองการปรับตัวธุรกิจท่องเที่ยว หลังเปิดประเทศ

12 มิ.ย. 2564 เวลา 12:50 น.202

การสัมมนาออนไลน์บน Clubhouse จัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจและกรุงเทพธุรกิจ ในหัวข้อ CEO โซเซ “วัคซีนมาแบบนี้ ไทยจะเปิดประเทศอย่างไร” เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2564 โดยนายณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการแห่งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์

นายณภัทร  จาตุศรีพิทักษ์  กรรมการผู้จัดการแห่งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์  เปิดเผยว่า  สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 มันไม่สามารถควบคุมได้ 100% โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนถือเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตล่าสุดได้ฉีดวัคซีนโควิดเมื่อวานในเมืองพบว่ามีไข้ขึ้นแต่ถือว่าการให้บริการสะดวกหากพูดถึงประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่ไม่ต้องการฉีดวัคซีนอาจเป็นปัญหาได้ ขณะเดียวกันการเปิดประเทศสำคัญมาก  หากดูจากสถิติการท่องเที่ยวของไทยคิดเป็น 15%ของ GDP หรืออาจจะเยอะกว่านั้นจากงานวิจัยที่ผมได้มีโอกาสร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ของธปท.จะพบว่าสถิติหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือด้านการท่องเที่ยวซึ่งกระทบต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ จากข้อมูลของเครดิตบูโร ที่บ่งบอกถึงความสามารถในการชำระหนี้นั้นถือว่าปัจจุบัน ประชาชนเป็นหนี้ค่อนข้างเยอะ และเชื่อว่าการเปิดประเทศไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในระยะยาวรวมทั้งหนี้ครัวเรือนก็อยู่ในขั้นวิกฤตถึงแม้ว่าการเปิดประเทศเป็นเพียงความหวังเดียวให้กับผู้ประกอบการในด้านการท่องเที่ยว แต่ภาครัฐควรยืนยันให้ชัดเจนและไม่กลับลำ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงการคาดการณ์ในการเปิดประเทศด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องรับความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกรอบ

 

 “ณภัทร” เปิดมุมมองการปรับตัวธุรกิจท่องเที่ยว หลังเปิดประเทศ

นายณภัทร กล่าวต่อว่า  ที่ผ่านมาจากสถาการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบแรกและรอบที่ 2  ที่ภาครัฐล็อกดาวน์นั้น เมื่อประเมินความเสียหายจากเม็ดเงินทางเศรษฐกิจแตะหลักล้านล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับรายได้การท่องเที่ยวทั้งปี

 

 

ด้านการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองประเทศที่สามารถจัดการเรื่องโรค COVID-19 (Travel Bubble) ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรเปิดประเทศ แต่ควรชั่งน้ำหนักให้ดีๆว่าจะเปิดประเทศอย่างไรให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินทางในประเทศมันก็พอเห็นภาพแล้วว่าจริงๆการเปิดประเทศจะต้องมีการปรับตัวของธุรกิจ ถ้าลองสังเกตจะพบว่าผู้ประกอบการธุรกิจ SME เล็ก ๆ น่าสงสารมาก บางคนถือเป็นความฝันของเขา แต่กลับต้องล้มเลิกหรือเขารอคอยวันที่จะได้กลับมาทำอีกครั้ง ผมแนะนำธุรกิจในยุค New Normal ถ้าผู้ประกอบการหันมาจับทางดิจิทัลและเปลี่ยนเป็นโมเดลธุรกิจค่อนข้างเยอะ ซึ่งสามารถทำได้บางกิจการเท่านั้น แต่ก็ไม่ควรหวังเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว

 

 

นายณภัทร กล่าวต่อว่า หากต้องการปรับตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย 1 ในนั้นคือการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นสัดส่วนที่มากของไทยซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนและเชื่อว่าการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หลายประเทศเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการท่องเที่ยวแบบเชิงธุรกิจ (Business) ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในสถิติหลายๆประเทศที่ประเมินลดลงเยอะ เนื่องจากธุรกิจเริ่มปรับตัวมากขึ้น

 

 

“ผมว่าการท่องเที่ยวควรเป็นพระเอก ซึ่งเราควรลงทุนเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน เนื่องจากไทยมีโบราณสถานและมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง รวมทั้งการฟื้นฟูธรรมชาติของเกาะต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ขณะเดียวกันเราควรมีการจัดทำลักษณะแพ็คเก็จ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว”

 

 

ทั้งนี้ในด้านเครื่องยนต์เศรษฐกิจ พบว่าด้านการผลิตลดฮวบไปมาก แต่เชื่อว่าด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ จะเป็นตัวกระตุ้น เนื่องจากไทยมีโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างดี แต่ความหวังในขณะนี้คือด้านการขนส่งระหว่างประเทศ  ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่เราสามารถแข่งกับเวียดนามได้ ส่วนด้านเศรษฐกิจท้องถิ่นควรสนับสนุนผู้ประกอบการในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มและทำผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายและมีรายได้ซึ่งจำเป็นมากที่ต้องใช้เทคโนโลยีแก้ไขตั้งแต่การควบคุมโรค จากนี้ไปเราต้องเปิดใจและเปิดผนึกการทำงานเพราะว่าธุรกิจนี้มันยากและเป็นไปไม่ได้เลยหากเราขีดเส้นว่าเป็นหน้าที่คนนี้เพียงอย่างเดียว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง