คลัสเตอร์ "แคล-คอมพ์" ติดเชื้อพุ่ง 2,789 ราย เร่งขยายร.พ.สนามเพิ่ม 2,400 เตียง 

24 พ.ค. 2564 | 06:29 น.

คลัสเตอร์โรงงานแคล-คอมพ์ พุ่งไม่หยุดติดเชื้อสะสมแล้ว 2,789 ราย เร่งขยายโรงพยาบลายสนามเพิ่มอีก 2,400 เตียงรองรับ ด้านผู้ว่าฯเพชรบุรี เข้ม! ขานรับป้องกันแรงงานต่างด้าวหนีเข้าเมือง สั่งตั้งด่านตรวจจุดสกัดรอยต่อเมืองชายแดน


วันนี้ ( 24 พ.ค. 64 ) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานของบริษัท แคลคอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ที่ ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

ล่าสุด วันนี้มีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มเติมจากผลแล็บ เป็นผู้ติดเชื้อใหม่จากคลัสเตอร์แคลคอมพ์ จำนวน 678 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,789 ราย ทำให้ต้องขยายโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ของบริษัทแคลคอมพ์ฯ เพิ่มโดยใช้อาคารโรง 12 ปรับเป็นโรงพยาบาลสนามหลังที่ 2 เพิ่มเติมในการรองรับแรงงานที่ติดเชื้อ ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เพิ่มเติมอีก 2,400 เตียง  (จากรพ.สนามหลังแรกรองรับได้ 2,400 เตียง รวม 2 หลังรับได้ 4,800 เตียง) 

นอกจากนี้ได้มีการขอความร่วมมือทุกบริษัทฯ ในพื้นที่อำเภอเขาย้อยให้เตรียมจัดสถานที่โรงพยาบาลสนามกรณีมีแรงงานของบริษัทฯ นั้นๆ ติดเชื้อเพิ่มเติม นอกจากนี้ มีการระดมบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ใกล้เคียงทยอยเข้ามาสมทบแล้ว

ขณะที่เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (24 พ.ค. 64) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ได้ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีทัศน์ รับมอบนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของจังหวัดชายแดน ภายใต้ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี 

 นายภัคพงศ์ เปิดเผยว่า ทางจังหวัดเพชรบุรีขานรับมาตรการป้องกันปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบหนีเข้าเมือง สานมาตรการแก้ไขปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ที่จะส่งผลต่อการแพร่ระบาดโควิด - 19 ห่วงพื้นที่รอยต่อจังหวัดเพื่อนบ้านที่มีเขตติดต่อกับชายแดน ตั้งด่านตรวจ จุดสกัด ทุกช่องทางธรรมชาติ พร้อมกำชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าเข้ามา ช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวัง รวมถึงให้ผู้ประกอบกิจการตรวจเชิงรุก ป้องกันปัญหาแรงงานในแค็มป์คนงาน ป้องกันการค้ามนุษย์ หากมีการเล็ดลอดเข้ามาต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: