COVID-19 ของจริงมาแล้ว

06 ก.ย. 2563 | 20:30 น.

คอลัมน์ เมียงมอง เมียนมา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์


          เข้าสู่อาทิตย์ที่ 2 หลังจากที่ทางการได้ค้นพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เมืองชิตต่วย รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ทำให้ภาพของเจ้าวายร้ายระลอกสองเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เมืองย่างกุ้งได้มีการปิดล็อกดาวน์เขตเมืองทั้งหมด 7 เขต ซึ่งมีเขตติ่งกันจุน เมียวอ๊อกกะล่า ปะซุ่นต่อง ต่าเกต้า อินเซ่ง ไลน์ และแม่งกะล่าด่อง ซึ่งใน 4 เขตแรกอยู่ทางทิศตะวันออกของย่างกุ้ง และอีก 3 เขตกระจายกันออกไปทั้งทิศเหนือและทิศตะวันตก แต่ทุกเขตล้วนเป็นเขตที่ผู้คนอยู่กันหนาแน่นทั้งนั้น ผมเองก็มีบ้านอยู่ในเขตปะซุ่นต่อง และมีออฟฟิตอยู่เขตต่าเกต้า จึงมีความตื่นตระหนกเป็นธรรมดาครับ

          ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ ตื่นขึ้นมาก็ได้รับข่าวจากย่างกุ้งว่า มีการจับกุมผู้คนที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในเขตปะซุ่นต่องไปหกร้อยกว่าราย ซึ่งโทษของการฝ่าเคอร์ฟิวมีสถานเดียว คือจำคุกตั้งแต่ 3-6 เดือนปรับอีกไม่เกินหมื่นจ๊าด เฮ้อ.....มันอาละวาดจริงๆ แล้วครับ และตัวเลขผู้ติดเชื้อได้กระโดดไปถึงพันกว่าคนไปแล้ว ที่ชัดๆ คือในช่วง 5-6 วันมานี้ ที่เมืองชิตต่วยมีผู้ติดเชื้อสะสมมากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือที่ย่างกุ้ง ส่วนที่มัณฑะเลย์และรัฐอื่นๆ ก็กระจายกันออกไป แสดงว่า COVID-19 ระลอกสองของจริงมาแล้วจริงๆ ครับ

          แรกๆ บางคนบอกว่า รัฐยะไข่อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศเมียนมา คงไม่น่าจะมาถึงประเทศไทยหรอก ผมเองก็ได้แต่บอกว่าอย่าวางใจ เพราะเจ้าวายร้ายนี้ มันไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เลือกสถานที่หรือตัวบุคคลหรอกครับ มันไปได้ทุกที่แหละ ที่น่ากลัวที่สุดคือ คนที่กลับมาจากเมืองชิตต่วยในวันที่ 10-21 สิงหาคม ก่อนที่ทางการเมียนมาจะรู้ตัวว่ามีคนติดเชื้อที่ชิตต่วย มีทั้งหมดมากถึง 5,409 คน ทางการเมียนมาได้รีบติดต่อคนเหล่านั้นให้เข้ามาตรวจร่างกายด่วน แต่สามารถติดต่อได้เพียง 3,043 คน ในส่วนที่ติดต่อได้นี้ทางการได้โทรไปหามีเพียง 1,466 คนหรือ 48.18% เท่านั้นที่สามารถยืนยันตัวตนได้ และที่ยอมเข้ามาตรวจร่างกายมีเพียง 782 คนเท่านั้น และสำคัญยิ่งกว่านั้นคือคนที่ยอมให้ความร่วมมือในการกักกันตัวจากทางการมีเพียง 661 คน จะเห็นว่าถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน้อยมาก มีเพียงสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น คนที่หายไป หากมีการติดเชื้อไปแล้ว จะกระจายในย่างกุ้งรุนแรงแค่ไหน ไม่อยากคิดเลยครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น และไม่แปลกใจเลยที่มีผู้ติดเชื้อในย่างกุ้ง มีมากเป็นอันดับสองรองจากเมืองชิตต่วยเท่านั้น 

          ที่บางท่านคิดว่ารัฐยะไข่อยู่ไกลเรามากๆ ผมอยากจะบอกว่าเราต้องช่วยกันนะครับ ใครที่มีพนักงานที่กลับไปเมียนมา และกลับมาไม่ว่าจะเป็นช่องทางธรรมชาติหรือช่องทางไหน หรือคนงานที่เข้ามาทำงานตามตะเข็บชายแดน 10 จังหวัดแบบเช้ามาเย็นกลับ ท่านต้องช่วยกันสอบถามเขาและเฝ้าระวังเขาให้ดี ที่ผมเตือนนี่ไม่ใช่รังเกียจเขานะครับ เราเห็นใจและอยากให้ช่วยเขาในด้านการทำงาน แต่เราต้องระมัดระวังด้วยเพื่อส่วนรวมนะครับ อย่าได้ปล่อยปะละเลยเป็นอันขาด เพราะภัยร้ายจากเจ้าวายร้าย COVID-19 ระลอกสองตัวนี้ ถ้าเราเผลอหน่อยเดียว เสร็จมันเลยครับ

          ที่น่าเป็นห่วงอีกสองประเด็นคือ การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ กับธุรกิจการค้าที่ผมมีบริษัทอยู่ที่ย่างกุ้ง ในเรื่องการเลือกตั้งใหญ่ของประเทศเมียนมานั้น ทางโฆษกของทหารเมียนมา ได้ออกมาพูดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ขอให้รัฐบาลยกเลิกการเลือกตั้งในเขตอันตราย 6 เขตด้วยกัน คือเขตว้าในรัฐฉาน กับเขตรัฐยะไข่ ในเขตว้าทางการทหารไม่ได้ระบุชัดว่าเหตุผลเพราะอะไร

​​​​​​​          ​​​​​​​ส่วนในเขตรัฐยะไข่นั้น เหตุผลมาจากการสู้รบกันระหว่างทหารรัฐบาลเมียนมากับทหารของกองกำลังอาระกัน ผมคิดว่าหากการแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นมาก เป็นไปได้ที่เขาจะประกาศเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกนะครับ นี่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ ความมั่นคงของรัฐบาลเมียนมา ความสงบเรียบร้อยภายในประเทศเมียนมา และที่สำคัญระบบเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาเองก็จะกระทบไปด้วยอย่างแน่นอนครับ

          ในส่วนของธุรกิจการค้า-ขายของบริษัทผมเอง แน่นอนผมต้องเป็นกังวลอย่างยิ่ง เพราะมันหมายถึงความอยู่รอดของผมเอง ในช่วงเกิด COVID-19 ช่วงแรก การล็อกดาวน์ของประเทศเมียนมา จนถึงขณะนี้เราก็โดนไปเต็มๆ อยู่แล้ว พอจะลืมตาอ้าปากได้นิดๆ ก็มาระลอกสองเสียแล้ว นี่ทางการยังไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ทั้งหมดนะครับ แค่ 7 เขตในเมืองย่างกุ้ง เราก็คางเหลืองแล้วครับ ถ้ามันรุนแรงขึ้นและเชื่อว่ามันต้องรุนแรงขึ้นกว่าครั้งที่แล้วแน่ๆ ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะประกาศอะไรออกมาอีก เพื่อนๆนักธุรกิจหลายคนที่รักกันชอบกัน ก็โทรศัพท์มาถามและขอความเห็น

          จริงๆผมไม่อยากจะบอกเลยนะครับว่า “หมดกัน” แต่ก็ได้แต่บอกว่าทนรอดูกันก่อนนะครับ เพราะผมไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ต้องดูว่าขีดความสามารถของรัฐบาลเมียนมา ว่าเขาแกร่งแค่ไหน ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ เราก็อย่าเพิ่งถอนตัวหรือดำเนินการอะไรในช่วงนี้เด็ดขาด สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมากๆ ให้คอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ เช่นจากสถานฑูตไทยประจำเมียนมา ฑูตพาณิชย์ไทยประจำเมียนมา สภาหอการค้าสหภาพเมียนมา (UMFCCI) และสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ที่ผมจะพยายามหาข่าวจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้มาส่งข่าวให้ทุกๆท่านด้วยเช่นกันครับ  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

COVID-19 ระลอกสองในเมียนมา
"เมียนมา" ติดเชื้อโควิดพุ่งแตะ 1,253 ราย
จับตาเมียนมา คุมโควิดไม่อยู่ สะเทือนถึงไทย