พาณิชย์ยันการจัดหาส่งมอบข้าวจีทูจีโปร่งใส

25 พฤษภาคม 2564

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันวิธีการมอบให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีวิธีการดำเนินการตามขั้นตอนอย่างสุจริต โปร่งใส

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า วิธีการจัดหาข้าวและส่งมอบภายใต้สัญญา G to G ในปัจจุบันโดยรัฐบาลมอบสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยดำเนินการไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ และเป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการมาช้านานหลายยุคหลายสมัยในหลายรัฐบาลที่มีการขายข้าว G to G มา 20 กว่าปีแล้ว ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการตาม “แนวทางปฏิบัติในการเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (Government to Government : G to G)” ที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 และคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบแนวทางปฏิบัติฯ ดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 โดยแนวทางปฏิบัติฯ มีที่มาตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอเรื่อง “มาตรการป้องกันการทุจริต กรณีการค้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐ จากโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ” และกรมการค้าต่างประเทศได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวสำหรับใช้เป็นแนวทางในการขายข้าวแบบ G to G 
    
โดยมติคณะกรรมการ นบข. ได้มอบหมายกรมการค้าต่างประเทศร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ปรับปรุงหรือจัดหาข้าวส่งมอบให้แก่รัฐบาลประเทศผู้ซื้อตามสัญญา G to G โดยให้กรมการค้าต่างประเทศทำข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ตามแบบข้อตกลงที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ซึ่งเหตุผลที่มอบสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เนื่องจากเงื่อนไขการส่งมอบข้าวในแต่ละสัญญา มีรายละเอียดในการปฏิบัติที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญเฉพาะของผู้ที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในการส่งข้าวไปต่างประเทศ และสมาคมฯ เป็นองค์กรที่มีภารกิจหลักในการส่งออกข้าวโดยตรง 

และมีสมาชิกที่มีความพร้อมในการส่งออกข้าว รวมทั้งมีศักยภาพในการรับประกันความเสี่ยงในการส่งมอบข้าวภายใต้สัญญา G to G อาทิ การเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวในตลาด ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สภาพอากาศที่ทำให้เกิดปัญหาส่งมอบข้าวล่าช้า ค่าเสียเวลาเรือและค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น 

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลในหลายยุคหลายสมัยได้มอบกรมการค้าต่างประเทศร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยจัดหาและส่งมอบข้าวแบบ G to G ให้ COFCO รัฐบาลจีน NFA รัฐบาลฟิลิปปินส์ และ BERNAS รัฐบาลมาเลเซีย เป็นต้น การที่ร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเนื่องจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยมีความคล่องตัวในการดำเนินการและการบริหารจัดการ หากรัฐมาดำเนินการจัดหาและส่งมอบข้าวเองจะใช้เวลาในการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนอาจทำให้การส่งมอบล่าช้า ซึ่งคำสั่งซื้อข้าว G to G ส่วนใหญ่ต้องการการส่งมอบโดยเร็ว ที่ผ่านมา สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยสามารถส่งมอบข้าวให้แก่รัฐบาลผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น ทันตามกำหนดเวลา สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้ซื้อ และรักษาชื่อเสียงของประเทศเป็นสำคัญ
    
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย อธิบายถึงการจัดเก็บ ค่าบริหารจัดการการส่งมอบข้าวแบบ G to G จากสมาชิกที่ได้รับการจัดสรรว่า สมาคมฯ ดำเนินการลักษณะนี้มาโดยตลอด เนื่องจากการส่งมอบข้าวแบบ G to G มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเกิดขึ้น ทั้งการใช้บุคลากรในการดูแลติดตาม ประสานงาน และจัดเตรียมเอกสารหลักฐานการส่งออก รวมทั้งการทำธุรกรรมต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการประกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการส่งมอบ เพื่อให้การส่งมอบข้าวในนามรัฐบาลไทยเป็นไปอย่างเรียบร้อย

 

ทั้งนี้ การจัดเก็บค่าบริหารจัดการในแต่ละครั้งที่มีการ ส่งมอบข้าวแบบ G to G สมาคมฯ จะพิจารณาจากความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และปริมาณ ซึ่งไม่ได้ใช้อัตราเดียวกันทุกครั้ง เช่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย สมาคมฯ จัดเก็บอัตราตันละ 30 บาท สำหรับการส่งมอบ COFCO ครั้งนี้ ซึ่งมีจำนวนเพียง 20,000 ตัน สมาคมฯ จึงจำเป็นต้องเก็บค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้นอยู่ที่อัตราตันละ 150 บาท เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งค่าบริหารจัดการที่คงเหลือสมาคมฯ ได้นำไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม