
รัฐบาลจีนสั่งปรับ Trip.com บิ๊ก OTA 26,000 ล้าน เหตุผูกขาดตลาดจองโรงแรม
จีนสั่งปรับ Trip.com Group กว่า 5.17 พันล้านหยวน หรือราว 26,000 ล้านบาท เหตุผูกขาดตลาดจองโรงแรม หลังใช้อำนาจเหนือตลาดบีบโรงแรมขายผ่านแพลตฟอร์มเดียว กำหนดราคาต่ำสุด
KEY
POINTS
- รัฐบาลจีนสั่งปรับและยึดทรัพย์ Trip.com (ซีทริป) รวมเป็นเงินกว่า 26,000 ล้านบาท ฐานใช้อำนาจเหนือตลาดผูกขาดบริการจองโรงแรมออนไลน์
- Trip.com ใช้วิธีบีบบังคับให้โรงแรมทำสัญญาผูกขาด (Exclusive) เพื่อเสนอราคาต่ำที่สุดบนแพลตฟอร์มของตนแต่เพียงผู้เดียว
- พฤติกรรมดังกล่าวจำกัดการแข่งขันและสิทธิในการกำหนดราคาของผู้ประกอบการโรงแรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของผู้บริโภค
- นอกเหนือจากค่าปรับ บริษัทยังถูกสั่งให้คืนเงินมัดจำการจองแก่ผู้ประกอบการโรงแรมเป็นเงิน 122 ล้านหยวน
- คดีนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้ทราฟฟิก อัลกอริทึม และเงื่อนไขทางการค้า เพื่อบีบให้ผู้ประกอบการยอมรับการขายแบบผูกขาด
ล่าสุดสำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐของจีน (SAMR) มีคำสั่งลงโทษทางปกครองต่อบริษัท Trip.com Group หรือ “ซีทริป” แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน หรือ OTA
ด้วยคำสั่งปรับและยึดทรัพย์รวมเป็นเงิน 5,200 ล้านหยวน หรือประมาณ หรือกว่า 26,000 ล้านบาท หลังจากพบพฤติกรรมใช้อำนาจเหนือตลาดในทางมิชอบ เพื่อสร้างข้อตกลงผูกขาดในบริการจองโรงแรมออนไลน์ภายในประเทศ
จีนสั่งปรับ Trip.com 26,000 ล้านบาท เหตุผูกขาดตลาดจองโรงแรม
ผลการสอบสวนของ SAMR ระบุว่า Trip.com อาศัยกลไกการจัดสรรปริมาณการเข้าถึง, กฎระเบียบของแพลตฟอร์ม และมาตรการทางเทคนิค บีบบังคับให้โรงแรมหลายแห่งต้องทำสัญญา Exclusive เพื่อเสนอราคาที่ต่ำที่สุดแต่เพียงผู้เดียว
พฤติกรรมดังกล่าวนอกจากจะจำกัดโอกาสของผู้ประกอบการโรงแรมในการกระจายช่องทางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอื่นแล้ว ยังปิดกั้นอิสระในการกำหนดราคา และส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของผู้บริโภคและการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด
สำหรับมาตรการลงโทษในครั้งนี้ ประกอบด้วยการยึดผลกำไรที่ได้มาโดยมิชอบจำนวน 1,658 ล้านหยวน ค่าปรับอีก 3,521 ล้านหยวน คิดเป็น 7.5% ของยอดขายในจีนปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ 46.958 พันล้านหยวน พร้อมทั้งมีคำสั่งบังคับให้บริษัทต้องคืนเงินมัดจำการจองรวม 122 ล้านหยวนที่เคยหักไว้กลับคืนสู่ผู้ประกอบการโรงแรมทันที
ทั้งนี้หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มสอบสวนคดีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 โดยลงพื้นที่ตรวจสอบ รวบรวมหลักฐานจากซีทริป แพลตฟอร์มคู่แข่ง และผู้ประกอบการโรงแรมจำนวนมาก รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบอัลกอริทึม และรับฟังคำชี้แจงจากบริษัทหลายครั้ง
เปิดผลสอบสวน ทำไม Trip.com ถูกรัฐบาลจีน ปรับ
ผลการสอบสวนพบว่า ตั้งแต่ปี 2020 ซีทริปใช้อำนาจเหนือตลาดบริการจองโรงแรมออนไลน์ในจีน ผ่านระบบจัดสรรทราฟฟิก กฎของแพลตฟอร์ม และเครื่องมือทางเทคนิค เพื่อดำเนินพฤติกรรมผูกขาด 2 รูปแบบสำคัญ
- รูปแบบที่ 1 คือ จูงใจโรงแรมระดับ “ป้ายพิเศษ” ให้ทำธุรกิจแบบเอกสิทธิ์ โดยแลกกับการเพิ่มทราฟฟิกและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ พร้อมกำหนดไม่ให้โรงแรมเหล่านี้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มคู่แข่รูปแบบที่ 2 คือ บังคับให้โรงแรมระดับ “ป้ายทอง” และโรงแรมที่ไม่มีป้ายเสนอราคาแบบ “ต่ำที่สุดในทุกแพลตฟอร์ม” โดยโรงแรมที่ขายผ่านหลายช่องทางต้องตั้งราคาบนซีทริปไม่สูงกว่าที่อื่น
หากระบบพบว่าราคาบนซีทริปสูงกว่าคู่แข่ง แพลตฟอร์มสามารถใช้เครื่องมืออย่าง “ผู้ช่วยปรับราคา” รวมถึงการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ เพื่อลดราคาห้องพักลงโดยตรง
นอกจากนี้ ซีทริปยังใช้เทคโนโลยีติดตามว่าโรงแรมปฏิบัติตามเงื่อนไขการขายแบบเอกสิทธิ์และข้อกำหนดราคาต่ำสุดหรือไม่ พร้อมใช้มาตรการลงโทษ เช่น ลดการมองเห็น ถอดสถานะป้าย และหักเงินสำรองคำสั่งซื้อ
หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวจำกัดการแข่งขัน ขัดขวางโรงแรมจากการดำเนินธุรกิจบนหลายแพลตฟอร์ม ละเมิดสิทธิในการกำหนดราคาของผู้ประกอบการ กระทบประโยชน์ของผู้บริโภค และทำให้การแข่งขันด้านราคาภายในอุตสาหกรรมรุนแรงเกินควร
สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีนจะติดตามให้ซีทริปดำเนินการแก้ไขอย่างครบถ้วน เปิดเผยมาตรการปรับปรุงต่อสาธารณะ และคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการโรงแรมและผู้บริโภค
คดีนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้ทราฟฟิก อัลกอริทึม และเงื่อนไขทางการค้า เพื่อบีบให้ผู้ประกอบการยอมรับการขายแบบผูกขาดหรือสูญเสียสิทธิในการกำหนดราคาของตนเองได้
ทางด้าน Trip.com ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ด้านการท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง Ctrip, Skyscanner และ Qunar ได้ออกแถลงการณ์น้อมรับคำตัดสินอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าพร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด และจะเร่งปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
การลงโทษในครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากกระบวนการสืบสวนที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายนี้ถูกร้องเรียนเรื่องการกดดันสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและการแทรกแซงกลไกราคา
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ มูลค่าค่าปรับที่ออกมาถือว่าอยู่ใน 'กรอบที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า' ตามบทบัญญัติของกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของจีน (Anti-Monopoly Law) ที่กำหนดเพดานโทษปรับไว้ที่อัตรา 1 ถึง 10% ของรายได้จากการขายในปีก่อนหน้า ซึ่งทาง UBS เคยประเมินกรอบค่าปรับไว้ที่ราว 392 ล้าน ถึง 3,900 ล้านหยวน ขณะที่ Citi Research ประเมินไว้ที่ 490 ล้าน ถึง 4.9 พันล้านหยวน
นอกจากนี้ คำสั่งบังคับคืนเงินมัดจำ 122 ล้านหยวน สะท้อนถึงการนำ 'มาตรการแก้ไขเชิงพฤติกรรม' มาใช้ เช่นเดียวกับคดีความของ Meituan แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่รายใหญ่เมื่อปี 2021 ที่เคยถูกสั่งให้คืนเงินมัดจำแก่ร้านค้าจากการบังคับทำสัญญาผูกขาดในลักษณะเดียวกัน
การลงดาบ Trip.com จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำทิศทางของรัฐบาลจีนในการจัดระเบียบและกำกับดูแล Big Tech อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล





