16 เมษายน 2021

ก.อุตฯผนึก 30 ภาคี ร่วมสร้างโอกาสดันสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก

11 Jun 2019 16:57 น.
อ่าน 932 ครั้ง

ก.อุตฯผนึก 30 ภาคี ร่วมสร้างโอกาสดันสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก

ก.อุตสาหกรรมจับมือ 30 องค์กรทั้งภาครัฐ  เอกชน  สถาบันการศึกษา และสถาบันการเงินเสริมแกร่งระบบนิเวศเพื่อสร้างและพัฒนาสตาร์ทอัพ ดันเชื่อมโยงสู่เวทีโลก

                รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กระทรวงมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับภาคีเครือข่ายองค์กรภาครัฐ-เอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา รวม 30 องค์กร เสริมความแกร่ง ระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อสร้างและพัฒนา Startup ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่ระดับ Pre-Seed จนถึงขั้น Unicorn  ในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ที่ใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า “Deep Tech” และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ ตลอดจนผลักดันวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ InnoSpace (Thailand) ให้เป็นแพลทฟอร์มกลางในการสร้างและ พัฒนา Startup ของประเทศ เชื่อมโยงสู่เวทีโลก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน  

ก.อุตฯผนึก 30 ภาคี ร่วมสร้างโอกาสดันสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก

ทั้งนี้  การร่วมมือครั้งดังกล่าวนี้ เป็นการประกาศการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ในการเสริมสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็งเป็นรูปธรรมอย่างมือ อาชีพ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและ Startup ของ อาเซียน ซึ่งตั้งแต่กลางปี 2561 เป็นต้นมา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ริเริ่มดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรม ผู้ประกอบการ และ InnoSpace (Thailand)  ให้เป็น National Startup Platform ครบวงจร ที่สุด เป็นศูนย์กลางการสร้าง พัฒนา และบ่มเพาะ Startup ในเชิงลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว  โดยได้ผลักดันให้มีการจัดตั้ง บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการเชื่อมโยงให้เกิด การบูรณาการด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ  



ก.อุตฯผนึก 30 ภาคี ร่วมสร้างโอกาสดันสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อินโนสเปซ (ประเทศไทย) เป็นหน่วยงานที่ไม่มุ่งหวังผลกำไรเป็นหลักในรูปแบบ Not for profit but profitable เพื่อเป็น National Startup Platform โดยเป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนการสร้าง Innovative Ecosystem เพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศเป็นสำคัญ (Public Benefits) และจะดำเนินการ สนับสนุน Startups ตลอดวงจรชีวิต (Life cycle)  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Startup ที่อยู่ในช่วง Pre-Seed หรือ Seed ในกลุ่ม  Deep Tech พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพอย่าง บูรณาการ (Synergize) ให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (Alignment) และเติมสิ่งที่ขาดอยู่ (Fill the Gap) โดยจะไม่ ทับซ้อนกับกิจกรรมอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เพื่อยกระดับ Startup ให้ถึงระดับ Unicorn รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันตามนโยบาย Thailand 4.0 ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการดำเนินการ และติดต่อบริษัท InnoSpace (Thailand) ได้ที่ เว็บไซต์ www.innospacethailand.com หรือ เฟสบุ๊ค www.facebook.com/innospacethailand  


ดร.พสุ  โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แสดงความยินดีกับความพร้อมเพรียงในความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานในกำกับของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา ที่มาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรม ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจเริ่มต้น ในวันนี้ ซึ่งเป็นการรวมพลังและ รวมทรัพยากรชั้นดีจากผู้มีประสบการณ์จริงในการผลักดัน Startup ระดับประเทศ มาเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจสำหรับ Startup ที่สมบูรณ์มากขึ้น โดยทั้ง 30 หน่วยงาน จะสนับสนุน และร่วมเป็นเครือข่ายการดำเนินงาน ทั้งการเป็นพันธมิตร ด้านการบ่มเพาะ พันธมิตรด้านองค์ความรู้ และพันธมิตรด้านการลงทุน เพื่อให้ Startup ไทยสามารถพัฒนาและเชื่อมโยงไปสู่เวทีระหว่างประเทศได้ โดยก่อนหน้านี้ อินโนสเปซ (ประเทศไทย) ได้ลงนาม MOU กับพันธมิตรต่างประเทศจากฮ่องกง และกำลังเตรียมการลงนาม MOU เพิ่มเติมกับพันธมิตรจากประเทศอิสราเอล และสาธารณรัฐเกาหลีในเร็ว ๆ นี้  เพื่อส่งเสริมและพัฒนา Startup ร่วมกันอีกด้วย   

ก.อุตฯผนึก 30 ภาคี ร่วมสร้างโอกาสดันสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก

สำหรับองค์กรที่ร่วมลงนามใน MOU ขับเคลื่อนการดำเนินงาน InnoSpace (Thailand) จำนวน 30 หน่วยงาน ในครั้งนี้  ประกอบด้วย  ภาครัฐและหน่วยงานในกำกับของรัฐ ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  ,และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ,การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ส่วนภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด  ,เครือสหพัฒน์   ,ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ,บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)  ,บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  ,บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด ,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  ,บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ,บริษัท แบงคอก เวนเจอร์ส จำกัด ,สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน  และสมาคมบริษัทจดทะเบียน ไทย

ด้านสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ,ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ,ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  ,ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  ขณะที่สถาบันการศึกษา ได้แก่ สถาบันวิทยสิริเมธี  ,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา  ,และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่   และ บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด  

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend