
กกร.ตั้งคณะทำงาน 4 ด้านช่วยกระจายวัคซีนโควิด-19 ลุยหาเพิ่ม 35 ล้านโดส
กกร.ตั้งคณะทำงาน 4 ด้านช่วยกระจายวัคซีนโควิด-19 ลุยหาเพิ่ม 35 ล้านโดส เอกชนจ่ายเองให้ลูกจ้าง ลดภาระภาครัฐ
นายสุพันธ์ุ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการรประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ซึ่งประกอบด้วย ส.อ.ท. ,สภาหอการค้าแห่งปรเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า กกร. มีความเป็นห่วงเรื่องการกระจายวัคซีนที่ยังล่าช้าและแผนงานยังไม่ชัดเจน จึงได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานใน 4 ด้าน เพื่อจัดทำข้อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย
1.คณะแก้ไขปัญหาการกระจายและฉีดวัคซีน โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในเรื่องโลจิสติกส์ การขนส่งและสถานที่ในการฉีด เช่น ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร นิคมอุตสาหกรรม ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น
2.คณะสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ โดยประสานข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน
3.คณะสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการฉีด จนถึงการออกใบรับรอง และการจัดทำระบบ Vaccine Passport เพื่อใช้แสดงในการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ
4.คณะจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ที่ผ่านมาได้รวบรวมความต้องการภาคเอกชนในการซื้อวัคซีนเพื่อเร่งการฉีดให้เร็วขึ้น โดยมีผู้ซื้อแสดงความจำนงมาแล้วกว่า 5 ล้านโดส และขอให้ อย. ผ่อนคลายระเบียบเพื่อให้มีการซื้อวัคซีนได้มากขึ้น
“นายกรัฐมนตรี และคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตอบรับข้อเสนออย่างรวดเร็วในการเร่งหาวัคซีนทางเลือก โดยได้อำนวยความสะดวกในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม พร้อมกับ จะจัดหาวัคซีนโควิด-19 อีก 2-3 ยี่ห้อ เพิ่มเติม 35 ล้านโดส นอกเหนือจากที่ ภาครัฐดำเนินการไว้แล้ว ซึ่งภาคเอกชนนำโดย กกร. จะช่วยรัฐบาลจัดหาให้กับพนักงานลูกจ้างเองด้วย เพื่อช่วยลดงบประมาณของรัฐบาล”
อย่างไรก็ดี ส.อ.ท. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขยายเวลา พรก.กำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่ได้ขยายระยะเวลามา 1 ปีและจะครบกำหนดเดือนพฤษภาคมนี้ออกไปก่อน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องรายละเอียดการบังคับใช้ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปฎิบัติตามได้ นอกจากนี้ จะขอให้กระทรวงฯทบทวนพรบ. PDPA ที่มีรายละเอียดและบทลงโทษเข้มงวดเกินไปให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- กกร.หั่นจีดีพี 64 เหลือ1.5-3% ผวาโควิด-19 ระลอกสาม
- โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษเสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้น 67% หมอธีระแนะใส่หน้ากากสองชั้น
- ฉีดวัคซีนโควิด-19 เกิดอัมพฤกษ์ หมอธีระวัฒน์ชี้น่าจะเป็นเฉพาะล็อตไม่ใช่ทั้งหมด
- โควิด-19 หมอยงไขปมระบบภูมิต้านทาน
- จังหวัดบึงกาฬ ฉีดวัคซีนโรคโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์






