14 มิถุนายน 2021

ปั้นธุรกิจกัญชา ถูกทิศ-ยั่งยืน

28 Mar 2021 02:00 น.
อ่าน 1,171 ครั้ง

ปั้นธุรกิจกัญชา ถูกทิศ-ยั่งยืน

หนุนปลดล็อก “กัญชา” วงการชี้ต้องตั้งเป้าให้ถูกทิศ สร้างนิเวศธุรกิจกัญชาครบวงจรเปิดโอกาสให้คนไทยทุกระดับตั้งแต่ทุนใหญ่ถึงเกษตรกรรายย่อย เตือนเลือกตลาดให้ชัดก่อนลงทุน


วิทยากรผู้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองในการเสวนา “ปลดล็อกกัญชง กัญชา ทางเลือกใหม่สังคมไทย” เมื่อ 24 มี.ค. 2564 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ จัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ต่างเห็นพ้องว่า การปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์ของรัฐบาลเวลานี้ เป็นโอกาสดีที่ไทยจะก้าวสู่ฮับกัญชาโลก โดยต้องมีทิศทางที่ถูกต้อง สู่การเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งต้องออกแบบทั้งวงจรธุรกิจตั้งแต่ต้นนํ้า กลางนํ้า และปลายนํ้า เป็นนิเวศธุรกิจกัญชาที่เอื้อประโยชน์กับประชาชนทุกระดับ

 

“ธุรกิจกัญชา”ครบวงจรยั่งยืน

ดร.เพ็ชร ชินบุตร ที่ปรึกษาบริษัท ไทยคานาเทค อินโนเวชั่น จำกัด (TCI) และนักวิชาการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวว่า การวิจัยใช้ประโยชน์สารสกัดจากกัญชาในตะวันตกพัฒนาไปไกลมาก ขณะที่ของเราถูกสกัดกั้นมานาน ทั้งที่เป็นพืชพื้นถิ่นบ้านเรา จากการที่กัญชาเป็นยาเสพติด ใครมีไว้ในครอบครองถือว่าผิดกฎหมาย แต่เวลานี้มีนโยบาย “กัญชาทางการแพทย์” ที่รัฐเริ่มเปิดให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด แต่ก็ทำให้เกิดความตื่นตัวไปทั่วเรียกว่าฝุ่นตลบ จึงควรมาตั้งทิศให้ถูกต้องเพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายการเป็นฮับกัญชา ให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่สร้างประโยชน์ให้ของคนไทยได้อย่างแท้จริง

กัญชาเป็นยาเสพติดก็จริง แต่ในตัวมันมีประโยชน์ เช่นสารสกัดกัญชาสามารถใช้ลดความเจ็บปวดแทนมอร์ฟีนได้ แต่การจะมีและใช้ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยต้องสามารถกำกับตรวจสอบได้ตั้งแต่ปลายนํ้าถึงต้นนํ้า ปลายนํ้าคือสถานพยาบาลที่ใช้ยาจากสารสกัดกัญชา ซึ่ง THC หรือ CBD ที่จะแจ้งความต้องการใช้สารสกัดกัญชามาที่ผู้สกัดที่เป็นกลางนํ้า ซึ่งเวลานี้คือสถาบันการศึกษาอย่าง ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผู้สกัดจะบอกไปทางผู้ปลูก ที่ได้มีความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนสุขภาพชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย ว่าต้องปลูกจำนวนเท่าไหร่ สายพันธุ์อะไร และการปลูกต้องทำตามเงื่อนไขที่ทางการกำหนด ถ้า 3 ฝ่ายนี้ตกลงจับมือกันก็ไปแจ้งภาครัฐขอดำเนินการ

“ผมเห็นด้วยกับวิธีการทำแบบนี้ของรัฐ ดีกว่าไม่เปิดอะไรเลย สมมตเรามีองค์ความรู้เรื่องกัญชา ก็ไปหาวิสาหกิจชุมชนเอาไปขึ้นทะเบียนเพื่อขอปลูก เขาจะรู้ว่ามีคำสั่งซื้อมาจากปลายนํ้าแบบนี้นะ เราจะปลูกและแบ่งกันอย่างไรบ้าง นี่คือกระบวนการจัดการ เกิดนิเวศของธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา และมีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เป็นภูมิปัญญากัญชาขึ้นไปเป็นลำดับตลอดห่วงโซ่คุณค่า ดีกว่าปล่อยปลูกเสรีเหมือนผักบุ้ง ลำไย แล้วจะมีล้งต่างชาติมาจองสวนตั้งแต่เริ่มติดลูก แล้วชาวสวนแทบไม่ได้อะไร”

 



THGลุยศึกษาใช้กัญชาเป็น“ยา”

นางสาววรดา ตั้งสืบกุล ที่ปรึกษาประธานบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) เปิดเผยว่า ธนบุรี เฮลท์แคร์ฯ ศึกษาการใช้สาร CBD เพื่อมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยแทนการใช้มอร์ฟีน ซึ่งต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานทางการแพทย์ในระดับสากล หากอุตสาหกรรมกัญชาเพื่อการแพทย์ของไทยสามารถทำได้ตามมาตรฐาน มีการออกใบรับรองโดยหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบสารสกัดที่ได้ ก็จะเป็นการยกระดับกัญชาทางการแพทย์ของไทย สร้างความน่าเชื่อถือและทำให้คำว่า medical hub เกิดเป็นรูปธรรมที่จัดต้องได้

อย่างไรก็ดีหากรัฐบาลปลดล็อกกัญชาในส่วนที่ไม่ใช่ช่อดอกและเมล็ดเพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่ม ฯลฯ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้อีกทาง

 

ลงทุนให้ถูกกับตลาด

ด้านดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทสนใจคือ การลงทุนฟาร์มกัญชา ถ้าเป็นระบบปิดคือปลูกในอาคาร คุมตัวแปรทั้งหมด ซึ่งใช้เงินลงทุนสูง แต่ก็ได้กัญชาที่ให้สารสกัดนํ้ามัน CBD สูง 10-20% ราคาผลผลิตกัญชาระบบนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 15,000-45,000บาท ส่วนแบบกรีนเฮาส์ หรือเรือนกระจก ใช้แสงธรรมชาติ ต้นทุนถูกลงได้ให้นํ้ามัน ลดลง เช่น เหลือประมาณ 5% ราคาผลผลิตจะอยู่ที่หลักพันถึง 15,000บาท ส่วนปลูกแบบกลางแจ้ง ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพของกัญชา ราคามีตั้งแต่ 2,000-7,000 บาท แล้วแต่คุณภาพของนํ้ามันที่ได้ ก่อนปลูกต้องเลือกลงทุนให้ถูกกับตลาด ว่าจะปลูกเพื่อทำยา อาหาร หรือทำผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องการคุณภาพแตกต่างกัน

“สิ่งที่ยังขาดไปในระบบห่วงโซ่อุปทาน คือ พ่อค้าคนกลาง ที่ทำหน้าที่รับซื้อผลผลิต รวบรวมสินค้าส่งมาให้บริษัท ตามที่บริษัทต้องการ เช่น เดือนละกี่ตัน เพราะทางโรงงานจะไม่มีแปลงปลูกเอง จะเป็นตัวกลางเชื่อมโยงโรงงานกับผู้ปลูกเพื่อให้มีวัตถุดิบป้อนต่อเนื่อง เป็นอาชีพที่น่าสนใจแต่ยังขาดอยู่ในวงจรนี้”


ปั้นธุรกิจกัญชา ถูกทิศ-ยั่งยืน

ต้องแกร่งใน5ปี

ขณะที่นางสาวอุนารินทร์ กิจไพบูลทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถั่งเฉ้าทองคำ จำกัด กล่าวว่า แม้ภาครัฐจะปลดล็อกการปลูกกัญชา แต่กระบวนการขั้นตอนในการขออนุญาตยังยุ่งยากและมีข้อจำกัดเยอะ อาทิ การจะขออนุญาตปลูก ต้องมีคำตอบก่อนว่าจะปลูกขายใคร สร้างโรงเรือนแบบใด เอาเมล็ดพันธุ์จากไหน ซึ่งขณะนี้ต้องนำเข้าเกือบ 100 % รวมทั้งต้องศึกษารายละเอียดให้ดี การปลูกจะเหมาะแต่ละเป้าหมาย ต้องดูว่าต้องการปลูกเพื่อขายอะไร ขายเมล็ดเพื่อจะสกัดนํ้ามัน หรืออยากขายใบไปประกอบอาหาร และต้องรีบยกระดับธุรกิจกัญชาทั้งห่วงโซ่ให้เข้มแข็งภายใน 5 ปี ก่อนจะต้องเปิดนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งถึงเวลานั้นจะแข่งขันลำบาก โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญ คือ จีน ที่ผลิตได้ปริมาณมากและกดราคาถูก

มั่นใจ“ม้ง”มีดีไม่แพ้ใคร

ด้านดร.บัณฑิต แสงเสรีธรรม นักวิชาการตัวแทนวิสาหกิจชุมชนสุขภาพชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กลุ่มชาติพันธุ์ม้งผูกพันและมีองค์ความรู้เกี่ยวกับกัญชง-กัญชามานับพันปี จนถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต แม้กระทั่้งเมื่อตายยังต้องมีผ้าจากใยกัญชงกัญชาห่อร่างก่อนนำไปฝัง จึงจะไปสู่สุคติ กัญชาจึงอยู่คู่กับชาติพันธุ์ม้งมาตลอด มั่นใจที่จะได้กลับมาปลูกกัญชาอีกครั้ง

วิสาหกิจชุมชนสุขภาพชาติพันธุ์เชียงรายเตรียมพื้นที่ 300 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดสูงไม่น้อยกว่า 3 เมตรพร้อมลวดหนาม มีกล้องวงจรปิดทุกระยะ 20 เมตร เข้า-ออกผ่านประตูเดียว ก่อนเข้าและออกจากแปลงปลูกต้องผ่านการตรวจสอบ ปลูกแบบเปิด(เอาท์ดอร์) โดยแบ่งให้แต่ละครัวเรือนรับแบ่งกันดูแลครอบครัวละ 1 ไร่ ทั้งนี้ จะปลูกสายพันธุ์ไหมทอง-01 ควบคู่กับสายพันธุ์พื้นเมืองของชนเผ่าม้งที่มีอยู่ประมาณ 20 สายพันธุ์ เพื่อใช้ศึกษาเปรียบเทียบกัน เป็นโอกาสของเกษตรกรไทยอีกครั้ง

จี้ออกเกณฑ์CBDในอาหาร

นายวิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนนำสารสกัด CBD เข้ามาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของบริษัท โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชื่อว่าจะสร้าง impact ให้กับบริษัทแน่นอน แต่ยังกังวลความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย เวลานี้อย.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่กำหนดหลักเกณฑ์อัตราส่วน CBD ในอาหารและเครื่องดื่ม ว่าจะให้มีปริมาณไม่เกินเท่าไหร่ จึงต้องทดลองพัฒนาหลาย ๆ สูตร เพื่อรอเกณฑ์ที่จะออกมา

“ความท้าทายที่สุดคือ การให้ความรู้กับผู้บริโภค ที่ยังไม่รู้จักสาร CBD และคุณประโยชน์ที่ได้ นอกจากนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทยังเป็นกลุ่มเด็ก การใส่สาร CBD อาจกระทบต่อความเชื่อถือของผู้ปกครองที่มีต่อแบรนด์ได้ หากอย.ออกเกณฑ์ชัดเจนก็จะสร้างความเชื่อมั่นได้ทางหนึ่ง” 

ที่มา: หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,665 วันที่ 28 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

USA-ยุโรป จ้องลงทุน โครงสร้าง สธ.แข็งแกร่ง ไทยผงาดฮับกัญชาโลก

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend