"จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"

19 ม.ค. 2564 เวลา 8:22 น. 298

ทัพเรือภาค 3 จับกุมเรือบรรทุกจากยางพารา 15 ตันจากฝั่งเมียนมา   ลักลอบขนข้ามแม่น้ำกระบุรี จ.ระนอง พร้อมยึดเรือหางยาว 1 ลำ รถบรรทุก 1 คัน และกระบะ อีก 1 คัน คืนก่อนหน้าจับเรือหางยาวบรรทุกปูดำ 500 กิโลกรัม 

ทัพเรือภาค 3 จับกุมเรือบรรทุกจากยางพารา 15 ตันจากฝั่งเมียนมา   ลักลอบข้ามแม่น้ำกระบุรี จ.ระนอง พร้อมยึดเรือหางยาว 1 ลำ รถบรรทุก 1 คัน และกระบะ อีก 1 คัน คืนก่อนหน้าจับเรือหางยาวบรรทุกปูดำ 500 กิโลกรัม 

"จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"     

ระนองจะสนธิกำลังเข้มวางกำลังคุมการลักลอบข้ามตลอดแนวชายแดน เพื่อสะกัดการแพร่ระบาดโควิด-19 สามารถจับกุมผู้ลักลอบข้ามแดนต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2564 ทัพเรือภาคที่ 3 โดยศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเล ไทย-เมียนมา เรือตรวจการณ์ความเร็วสูงพร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ และเรือ ต.113 ได้ปฏิบัติการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามลำน้ำกระบุรี บริเวณท่าเทียบเรือของบริษัท PTTEP INTERNATIONAL FREE ZONE เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจสกัดกั้นผู้อพยพหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID - 19  ของศรชล.ภาค 3 
    

โดยในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 17 มกราคม 2564 ได้ตรวจพบเรือหางยาวบรรทุก จำนวน 2 ลำ กำลังเดินทางจากฝั่งเมียนมาเข้าสู่น่านน้ำไทย โดยเรือ 1 ลำได้เข้าเทียบท่าเรือ PTTEP INTERNATIONAL FREE ZONE ท่ามกลางความมืดในเวลา 22.00 น. จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม ระหว่างนั้นลูกเรือจำนวน 2 คนของเรือลำดังกล่าว ได้อาศัยความมืดและความชำนาญภูมิประเทศกระโดดน้ำหลบหนีการจับกุม ซึ่งคาดว่าจะว่ายน้ำไปขึ้นเรืออีกลำที่กำลังแล่นตามมา และหลบหนีกลับไปยังฝั่งตรงข้าม
  "จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"    

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเรือพร้อมสินค้าเป็นยางพาราแผ่น จำนวนประมาณ 10 – 15 ตัน พร้อมทั้งปฏิบัติการค้นหาเรือหางยาวบรรทุกอีกลำหลบหนีไป แต่เนื่องจากความมืดและมีสภาพคลื่นลมแรง จึงไม่สามารถทำการจับกุมเรืออีกลำที่หลบหนีไปได้ 
    

จากนั้นได้ดำเนินการตรวจสอบและขยายผลในบริเวณใกล้เคียง ตรวจพบรถบรรทุกจำนวน 1 คัน และรถกระบะจำนวน 1 คัน พร้อมยางพาราแผ่นบนรถจำนวนมาก แต่ไม่พบบุคคลแสดงตนเป็นเจ้าของในบริเวณดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจยึดและควบคุมรถทั้ง 2 คัน กลับมายังท่าเรือระนอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยตรวจยึดของกลาง คือ เรือหางยาวบรรทุก 1 ลำ รถบรรทุก 1 คัน รถกระบะ 1 คัน ยางพาราแผ่น ประมาณ 10,000-15,000 กิโลกรัม 
  "จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"    

"จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"

ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 17 มกราคม 2564  ทัพเรือภาคที่ 3 โดยศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเล ไทย - เมียนมา เรือตรวจการณ์ความเร็วสูงของชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยซีล และเรือ ต.232 ได้ประกอบกำลังปฏิบัติการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามลำน้ำกระบุรี จังหวัดระนอง และได้ตรวจพบเรือหางยาวในลักษณะบรรทุกสินค้าเป็นจำนวนมาก เดินทางจากฝั่งประเทศเมียนมา เข้าสู่น่านน้ำประเทศไทย บริเวณปากคลองบางใหญ่ อ.กระบุรี จังหวัดระนอง 
  "จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"    

เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเรือดังกล่าว ซึ่งระหว่างนำเรือเข้าตรวจค้น ผู้ควบคุมเรือและลูกเรือ ประมาณ 2 ราย ได้อาศัยความมืดและความชำนาญภูมิประเทศกระโดดน้ำหลบหนี ทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวลูกเรือได้ โดยคาดว่าได้ว่ายน้ำไปขึ้นเรืออีกลำที่กำลังข้ามฝั่งด้วยกัน หลบหนีการจับกุมไปนอกพื้นที่เขตแดน จึงได้ทำการตรวจยึดเรือพร้อมสินค้าสัตว์น้ำ เป็นปูดำ น้ำหนักประมาณ 500 กก. และเรือหางยาว 1 ลำ กลับมายังท่าเทียบเรือระนอง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 
    

โดยในพื้นที่ตลอดลำน้ำกระบุรี ชายแดนไทย - เมียนมา ทัพเรือภาคที่ 3 ได้จัดกำลังทางเรือ ลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้าน

"จับได้ไม่เว้นวัน"ลอบขนของข้ามแม่น้ำ"กระบุรี"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19ฉุดค้าชายแดน ระนองหลุด2หมื่นล้าน

‘ระนอง’สกัดโควิด-19อยู่หมัด ล็อก3ชั้น‘ปิดตาย’ลอบเข้าเมือง

ระนองจับตาเกาะสองโฉมใหม่ เมียนมาบูมเที่ยวภูมิภาคตอนใต้