16 ตุลาคม 2019

‘ศักดิ์สยาม’หย่าศึก เปิดโมเดลเทอร์มินัล2สุวรรณภูมิ

05 Sep 2019
อ่าน 20862 ครั้ง

 

                “ศักดิ์สยาม”หย่าศึกเทอร์มินัล 2 สนามบินสุวรรณภูมิ เรียกเคลียร์ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหาข้อยุติจุดที่เหมาะสมในการก่อสร้าง ด้านไออาร์ต้า รวมถึง 90แอร์ไลน์ส  ขนานรับแผนลงทุนทอท. ยันเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ดีสุดในตอนนี้ การกลับไปลงทุนตามแผนแม่บทปี2546 ไม่ทันการณ์ พร้อมเผยแบบเบื้องต้นอาคารผู้โดยสารสูง 5 ชั้น ที่สายการบินมีส่วนร่วมนำเสนอฟรังชั่นการใช้งาน

           แผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่2 ด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบินA(ConcourseA)
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ซึ่งทางสมาคมสถาปนิกสยาม และ 12องค์กรวิชาชีพ คัดค้านการก่อสร้างในพื้นที่นี้ โดยมองว่าอยู่นอกแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิปี2546 ทั้งๆที่ควรจะสร้างอยู่ทางทิศใต้ของสนามบิน  ทำให้งบลงทุนบานปลาย  และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เข้ามายุติแผนการลงทุนดังกล่าวของทอท. ขณะที่ในมุมของสายการบินกลับเห็นต่าง ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเข้ามาหาข้อยุติในเรื่องนี้

        นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่า การกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีปัญหาความแออัด เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารใช้บริการมากถึง 63 ล้านคนต่อปี ขณะที่ศักยภาพของท่าอากาศยานสามารถรองรับได้ 45 ล้านคนต่อปี ดังนั้นการสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 อย่างไรก็ตามต้องสร้างแน่นอน แต่จะสร้างตรงจุดไหน ต้องทำให้เกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน ดังนั้นผมจึงได้ให้นโยบายไปแล้วว่าภายในไม่เกินสัปดาห์หน้า จะต้องเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นบมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือทอท. ในฐานะผู้ลงทุน, องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ICAO), การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สภาวิศวกร, ผู้แทนสายการบิน เป็นต้น มาทำความเข้าใจร่วมกันให้เห็นภาพการบูรณาการทำงานที่จะเกิดขึ้น เพื่อสรุปจุดเหมาะสมในการก่อสร้างเทอร์มินัล 2 

         เนื่องจากแผนแม่บทในการขยายศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิมีทั้งหมด 5 ฉบับ การเชิญทุกภาคส่วนมาคุยกัน ก็จะทำให้เห็นภาพที่แท้จริงไปพร้อมๆ กัน เพราะจุดที่จะก่อสร้างมีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งต้องทำให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สูงสุด โดยเราจะเปิดรับฟังทุกความคิดเห็น นำข้อเท็จจริงมาคุยทำความเข้าใจ ไม่ใช่ไปเอาข้อมูลไม่อัพเดต ไปคุยกันแล้วอาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ทั้งนี้หลังได้ข้อสรุปในจุดก่อสร้างที่เหมาะสม ทอท.ก็ต้องไปจัดทำแผนเพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพื่อเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต่อไป นายศักดิ์สยาม กล่าวทิ้งท้าย

       แหล่งข่าวคณะกรรมการAirport Consultative Committee (ACC) ซึ่งเป็นกรอบหนึ่งในการทำงานของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) ที่ร่วมเป็นกรรมการ ในการบูรณาการทำงานด้านการพัฒนาสนามบินร่วมกับประเทศต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการดำเนินธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) ซึ่งมี 90 สายการบินที่ทำการบินเข้าไทย ต่างเห็นพ้องถึงความจำเป็นต้องก่อสร้างเทอร์มินัล 2 ในพื้นที่ด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน A เนื่องจากสายการบินในฐานะผู้ใช้งาน มองว่าการสร้าง
เทอร์มินัล 2 ในจุดนี้เป็นแนวทางที่ดีที่สุดและสมเหตุสมผลที่สุดตอนนี้ ท่ามกลางสภาพสนามบินสุวรรณภูมิวันนี้ ที่มีปัญหาความแออัดมากจากจำนวนผู้โดยสารที่เกินศักยภาพการรองรับอยู่ใกล้จะ 20 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกปีร่วม 5 ล้านคน 

        อีกทั้งจุดที่จะก่อสร้างก็ถือว่าแยกส่วนกับอาคารผู้โดยสารหลังปัจจุบัน ซึ่งจะไม่กระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารส่วนข้อเสนอของกลุ่มองค์กรด้านสถาปนิก ที่จะให้ ทอท.กลับไปพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิตามแผนแม่บทเดิมเมื่อปี 2546 ไม่ตอบโจทย์การใช้งานสนามบินในตอนนี้แล้ว เพราะมันเลยเวลาลงทุนตามแผนเดิมไปนานแล้ว การจะให้มาสร้างเทอร์มินัล 2 ด้านทิศใต้ของสนามบินก่อน ตอนนี้แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะในพื้นที่ดังกล่าวระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังไม่รองรับ ประกอบกับแผนแม่บทที่ทำมาร่วม 10 ปี มีการปรับเปลี่ยนกว่า 5 ฉบับแล้ว 


      วันนี้สายการบินจึงมองว่าไม่มีทางเลือกที่จะต้องเดินหน้าแผนแม่บทปัจจุบัน ที่ทอท.จะขยายสนามบินสุวรรณภูมิจะเพิ่มการรองรับผู้โดยสารจาก 120 ล้านคน เป็น 150 ล้านคน จากการลงทุนตามแผนแม่บทเดิมบวกการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอีก 1 อาคาร ในจุดนี้ซึ่งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ชี้จุดไว้ว่ามีพื้นที่ว่าง ที่ทอท.จะสามารถพัฒนาอาคารเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน ซึ่งทอท.จะต้องลงทุนเพิ่มอีกราว 4.2 หมื่นล้านบาท

      สำหรับอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ที่ทอท.อยู่ระหว่างออกแบบนั้น คณะกรรมการ ACC มีส่วนร่วมนำเสนอฟังก์ชันการใช้งานจนออกมาเป็นแนวคิดในการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual design) ซึ่งเทอร์มินัลดังกล่าวจะมีความสูง 5 ชั้น รองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคน แต่สามารถบริหารจัดการให้รองรับได้สูงสุดถึง 40 ล้านคน ให้บริการเที่ยวบินใน ประเทศและระหว่างประเทศ โดยจะมีการกระจายการให้บริการแยกไปตามชั้นต่างๆ เพื่อไม่ให้การใช้งานเกิดความแออัดเหมือนอาคารปัจจุบันที่รวมจุดเช็กอินอยู่ภายในชั้น 4 

      ดังนั้นชั้น 1 จะเป็นบัสเกตและการขนส่งสาธารณะ ชั้น 2 เป็นผู้โดยสารขาเข้า, กรุ๊ปเช็กอิน ชั้น 3 เป็นเคาน์เตอร์เช็กอินผู้โดย สารขาออกภายในประเทศ ชั้น 4 เป็นเคาน์เตอร์เช็คอินผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 5 เป็นพรีเมียมเลานจ์,พรีเมียมเช็กอินน์, ดิวตี้ฟรี ส่วนดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์หลักๆ จะอยู่ที่ชั้น 4 และ 5 และมีโมโนเรลเชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสารปัจจุบันมายังอาคารหลังใหม่ ส่วนรูปลักษณ์ของอาคารก็ไม่ได้เป็นแบบรังนกอย่างที่กลุ่มดวงฤทธิ์ออกแบบ แต่เป็นโครงสร้างเหมือนสนามบินมิวนิกและแฟรงก์เฟิร์ตที่ง่ายต่อการบำรุงรักษา

หน้า 15 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3502 วันที่ 5-7 กันยายน 2562



ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij