19 ตุลาคม 2019

'อนาคตใหม่' อัด "แผนแม่บทคมนาคม" มั่วซั่ว จ่อรื้อใหม่ถ้าเป็นรัฐบาล

07 Mar 2019
อ่าน 2081 ครั้ง

วันที่ 7 มี.ค. 2562 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ผศ.ดร.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่ปรึกษานโยบายด้านคมนาคม พรรคอนาคตใหม่ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ "โฉมหน้า Smart Mobility ประเทศไทยยุคใหม่ หลังเลือกตั้ง" ในงานสัมมนา "พลิกโฉมไทย เปิดประตูสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม" ซึ่งจัดโดย หนังสือพิมพ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ตอนหนึ่งว่า ถ้าอนาคตใหม่มีส่วนในการบริหารประเทศด้านคมนาคมรับรองว่าไฉไลแน่นอน จะนำหลักวิศวกรและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพราะบ้านเราไม่ได้ถูกพัฒนาตามหลักวิชาการหลายอย่าง พรรคอนาคตใหม่จะมาสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับระบบการเมืองเดิม ๆ ซึ่งประกาศอย่างชัดเจนว่า นโยบายหลักด้านคมนาคมของเรา คือ ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน คือ คุณภาพดี ราคาถูก เข้าถึงง่าย ปลอดภัย สะอาด น่าใช้ มีมาตรฐาน เข้าถึงง่ายความครอบคลุม

ผศ.ดร.สุรเชษฐ์ ตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองอยากจะอนุมัติแต่โครงการใหญ่ อยากใช้เงินเยอะ จนเกิดความซ้ำซ้อนกัน คือ การผลาญเงินภาษี และมองว่า แผนแม่บทวางแผนมาอย่างมั่วซั่ว แผนพวกนี้ต่างคนต่างวาง หลายโครงการซ้ำซ้อน ไม่คุ้มค่าอย่างยิ่งต่อการลงทุน ซึ่งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแบบจำลองจราจร การประมาณการจราจรในอนาคต การประเมินความคุ้มค่าของโครงการ จึงรู้เรื่องพวกนี้ดี ทุกวันนี้ไม่มีการประเมินร่วมกัน อย่างเช่น เส้นทาง กทม.-นครราชสีมา สิ่งที่ทำหลายโครงการ คือ มอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ไม่เคยมีการประเมินว่า ทำไมจะต้องสร้าง 3 อย่างพร้อมกัน

"ถ้าแน่จริง สิ่งที่ศึกษามาแล้ว นำแบบจำลองจราจรมาเปิดดูกันเลย ผู้มีอำนาจรัฐขอให้นำข้าราชการที่เก่งที่สุดมา 20 คน มาเปิดดู มาดีเบตกัน 7-8 ชั่วโมงกันเลย ว่า ข้อสมมติพื้นฐาน (Assumption) ที่ใส่ไปเพ้อเจ้อหรือไม่ และจะคุ้มค่าอย่างไร เพราะเสียดายเงินที่ใส่ไป ยืนยันว่า จะไม่ทำนโยบายแบบประชานิยม สร้างโน่น สร้างนี่ มาสัญญากันใช้เงินไม่คุ้มค่า เพราะเรากำลังพูดถึงเงินหลายล้านล้านบาท แต่ผมจะทำนโยบายเชิงเปลี่ยนแปลงประเทศ ว่า อะไรที่มันไม่ดี ไม่ถูก ไม่ควร เพราะทนไม่ได้ที่จะเห็นนักการเมืองมาผลาญเงินของประชาชนแบบเก่า ๆ มีการพัฒนาที่ผิดหลักวิชาการอย่างยิ่ง ถัดจากนักการเมืองเก่า ๆ คือ เผด็จการทหาร ยิ่งแย่ไปใหญ่ มันไร้การตรวจสอบ จะไปเถียงก็ไม่ได้ คุณจำบรรยากาศ 2 ล้านล้านบาทได้ไหม ผมว่า มีคนครึ่งประเทศที่บอกว่าจะมาผลาญอะไรกันขนาดนั้น จะเป็นหนี้ชั่วลูกชั่วหลานเลยหรือไม่ วันนี้ถ้าเปรียบเทียบกันเรากำลังพูดถึง 3.4 ล้านล้านบาท ที่ยัดเพิ่มซ้ำซ้อนทั้งนั้น"
 


ที่ปรึกษาพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่า สมมติถ้าไม่ทำรถไฟความเร็วสูง ก็จะประหยัดเงินที่ซ้ำซ้อนได้ 1.6 ล้านล้านบาท ก็จะมีงบในการพัฒนา จ.เชียงใหม่ เพิ่มจากงบปกติเพิ่มอีก 1.9 แสนล้านบาท, ชลบุรี 1.6 แสนล้านบาท, นครราชสีมา 2.8 แสนล้านบาท, นครสวรรค์ 1.6 แสนล้านบาท, พิษณุโลก 9.4 หมื่นล้านบาท, ภูเก็ต 4.5 หมื่นล้านบาท, หัวหิน 6 หมื่นล้านบาท, หาดใหญ่ สงขลา 1.5 แสนล้านบาท, สุราษฎร์ธานี 1.1 แสนล้านบาท, อุบลราชธานี 2.04 แสนล้านบาท, อุดรธานี  1.7 แสนล้านบาท ถ้าเราได้งบของแต่ละหัวเมืองหลายแสนล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวเมืองเหล่านั้น คือ ประเทศเราจะพัฒนาเมืองอย่างที่เมืองเป็นเมือง ถนนจะมีจุดตัด ไม่ใช่มีถนนไปเรื่อย เมืองก็จะโตแค่ 100 เมตรในสองข้างทาง

ผศ.ดร.สุรเชษฐ์ กล่าวถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงอีกว่า เป็นโครงการที่คนรวยได้ใช้บริการประมาณ 6 พันคนต่อวัน และนาน ๆ ทีจะได้ใช้ แต่หากนำเงินจำนวนเท่ากันมารื้อรถเมล์ของ กทม. คนประมาณ 3 ล้านคนต่อวัน จะได้ใช้ ส่วนใหญ่เป็นคนมีรายได้น้อย ฉะนั้น อย่าหลงละเมอกับภาพประเทศไทยจะสร้างโน่น สร้างนี่ ไม่ได้อยู่ที่รถไฟความเร็วสูง อยู่ที่การเชื่อมเมือง และมองว่า โครงการรถไฟไทย-จีน ปัจจุบัน เรียกว่า ประเคนมากกว่าประมูล เพราะประเคนให้ตั้งแต่ต้น แทนที่จะนำมาเลือกกันว่าเทคโนโลยีใครดีกว่า ใครจะนำมาถ่ายทอด ใครจะประกอบรถไฟในประเทศไทย อยากจะอนุมัติโครงการใหญ่ ๆ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นใน กทม. คือ อยากจะสร้างแต่รถไฟฟ้าใหญ่ ๆ กิโลละพันล้านสองพันล้าน คนที่ได้รับประโยชน์ คือ 400 เมตร รอบสถานี ระหว่างทางไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เราขาด คือ เส้นเลือดฝอย คือ รถเมล์

สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่จะทำ คือ สิ่งที่จับต้องได้ ถ้าเข้าไปเป็นรัฐบาล 1) จะทบทวนโครงการที่ซ้ำซ้อนและผลพวงจากความไม่โปร่งใสของรัฐบาลเผด็จการทหาร, 2) เราจะแก้ปัญหาจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของระบบขนส่งสาธารณะ จะปรับปรุงทางเท้าให้น่าเดิน ปรับภูมิทัศน์ของเมืองให้น่าอยู่ เราจะให้โอกาสเศรษฐกิจรายย่อย ร้านค้า หาบเร่ เราต้องการทำเมืองให้มีชีวิตชีวาน่าอยู่ คนไปไหนมาไหนสามารถใช้ขนส่งสาธารณะคุณภาพดี ราคาถูกเข้าถึงง่าย

3) จะเปลี่ยนรถเมล์ร้อนให้เป็นรถเมล์เย็น เปลี่ยนเป็นรถเมล์ไฟฟ้า ให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถนั่งรถแอร์ได้ ทุกคนก็ขึ้นได้ เพื่อความเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก, 4) เราจะนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงการให้บริการรถเมล์ ต้องการติด GPS และโมบิลิตี้คอนเซ็ปต์ เพราะอยากจะรู้ว่าคนเดินทางไปจุดไหนมากน้อยแค่ไหน

ตอนท้าย ผศ.ดร.สุรเชษฐ์ กล่าวย้ำว่า โครงการต้องมีการประเมินร่วมกันไม่ใช่ประเมินเป็นท่อน ๆ เพราะไม่คุ้มค่า สามารถพิสูจน์ได้ในทางคณิตศาสตร์ พร้อมกับเสนอจะยุบรวมหน่วยงานส่วนกลางที่ซ้ำซ้อน เพื่อการกระจายอำนาจ เม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง จะไม่ใช่กระจายอำนาจลอย ๆ แต่จะนำเม็ดเงินไปสู่ท้องถิ่น จะสร้างระบบขนส่งสาธารณะตามหัวเมืองใหญ่ สร้างอุตสาหกรรมในประเทศ เพิ่มการผลิตคน การนำเข้า โดยเน้นหนักไปที่รถเมล์ไฟฟ้าและระบบราง และสร้างหน่วยงานวิจัยด้านเทคโนโลยีและคมนาคม โดยเน้นที่รถไฟฟ้า ระบบราง และไฮเปอร์ลูปในเชิงวิจัยและพัฒนา




ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij