
ก.ม.คุ้มครองสัญญาขายฝาก ปกป้องที่ดินผืนสุดท้าย
เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรเจ้าของที่ดินเข้าไม่ถึงแหล่งทุนสถาบันการเงิน ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ นายทุนเงินกู้ ด้วยการนํา เอกสารโฉนดที่ดินไปขายฝากไว้แทนการจํานอง เมื่อครบกําหนดไม่มีเงินไปคืนหนี้หรือกระทั่งนายทุนเงินกู้ อาจใช้วิธีบ่ายเบี่ยงไม่รับคืนหนี้เมื่อครบกําหนดเวลา เช่น อ้างว่าไปต่างประเทศ เพื่อหวังยึดที่ดิน ทําให้ที่ดิน ที่เกษตรกรถือครอง ต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุน
ปัจจุบันไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมจํานวน 150 ล้านไร่ ครึ่งหนึ่งจํานวน 70 ล้านไร่ เกษตรกรต้องเช่า ทํากิน และจํานวน ที่ดินมีสัดส่วนสูง 30 ล้านไร่ อยู่ ระหว่างจํานองกับเจ้าหนี้นอกระบบ ในจํานวนนี้มีนับแสนไร่ได้ขายฝาก ซึ่งสุ่มเสี่ยงหลุดมือถูกยึดที่ดินสูงมาก โดยอาศัยช่องโหว่กฎหมาย ความยากจน ความจําเป็นทางการเงิน ความไม่รู้กฎหมาย
ปัญหาความเหลื่อมล้้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่ถ่างออกมากขึ้นทุกที่ จนกระทั่งไทยติดอันดับต้นๆของความเหลื่อมล้ำในโลกไปแล้ว
ซึ่งการสูญเสียที่ดินทํากิน เป็นปัญหาสําคัญ ประการหนึ่งที่สะสมความไม่พอใจอยู่ในห้วงลึก ทั้งนายทุนผู้ยึดครองและการคุ้มครองจากอํานาจรัฐ การออกกฎหมายใหม่หรือโละทิ้งอันเดิมทั้งฉบับ จึงมีความจําเป็น เร่งด่วน พร้อมมาตรการเสริมให้คนจนมีโอกาสเข้าถึง แหล่งทุนแน่นอนกฎหมายอาจไม่ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด แต่ถ้าสามารถรักษาที่ดินผืนสุดท้ายไว้ไม่ให้หลุดมือ ย่อมยังดีกว่าปล่อยให้เชื้อไฟที่สุมไว้ระเบิดออกมา
.....................
บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ|ฉบับ 3362 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 3-5 พ.ค.2561
[caption id="attachment_278397" align="aligncenter" width="503"]






