
พลิกมุมคิด ปรับรูปแบบบริหาร โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
“ศ.คลินิก น.พ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) อธิบายว่า ธุรกิจของโรงพยาบาลคือ การ “ให้” บริการผู้ป่วย กับดูแลคนไม่ให้ป่วย ในขณะที่คนไข้ คือ “ผู้รับ” การรักษา และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษา คือ คุณเป็น “ผู้ให้” เพราะรายได้จะกลับคืนสู่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลศิริราชมีรายจ่ายต่อปีอยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท แต่รายรับไม่ครอบคลุมรายจ่าย แม้รัฐบาลจะช่วยสมทบปีละ 3,000 ล้านบาท
[caption id="attachment_261100" align="aligncenter" width="358"]
ในขณะที่ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) เริ่มมีกำไรเป็นบวกมา 3 ปี และเริ่มทยอยคืนให้กับโรงพยาบาลศิริราชไปแล้ว 5 ปี ประมาณ 900 ล้านบาท ให้กับคณะแพทยศาสตร์ฯ ไป 200 ล้านบาท โดยขณะนี้ มีผู้ป่วยนอก (OPD) ประมาณ 1,600 คนต่อวัน และผู้ป่วยใน (IPD) ประมาณ 1.4 หมื่นคนต่อปี จากจำนวนเตียง 280 เตียง
ความยากลำบากของการบริหารโรงพยาบาลลูกผสม ที่เป็นโรงพยาบาลของรัฐ แต่ให้บริการและคิดค่าบริการเป็นแบบเอกชน “อาจารย์ประดิษฐ์” บอกว่า อุปสรรคการบริหารมีแน่ แต่ต้องทำให้ได้ บทเรียนแรกที่เผชิญมาในช่วง 6 เดือนแรก คือ โรงพยาบาลเงียบมาก มีคนไข้แค่กว่า 100 คน ซึ่งนั่นแสดงว่า สังคมรู้น้อยมากว่ามีโรงพยาบาลแห่งนี้เกิดขึ้น อีกหนึ่งปัญหาที่พบคือ การให้บริการที่ไม่ประทับใจผู้ใช้ หรือไม่เป็นตามที่ผู้ใช้บริการคาดหวัง
สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเพราะความไม่เข้าใจรูปแบบของธุรกิจลูกผสม ที่มีความแตกต่างไปจากโรงพยาบาลรัฐทั่วๆ ไป และความมั่นใจที่ว่า ศิริราช เป็นที่รู้จักของประชาชน เพราะฉะนั้น โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ก็ไม่จำเป็นต้องโฆษณาประชาสัมพันธ์...นั่นคือ ความเชื่อที่ผิด และจากค่ารักษาพยาบาลที่ใกล้เคียงกับเอกชน หรือตํ่ากว่าเอกชนทั่วไปประมาณ 20% แต่นั่นคือ ความคาดหวังที่ผู้ใช้บริการที่จ่ายแพงขึ้น ก็ต้องการบริการที่พรีเมียมมากขึ้น
“เราก็ต้องปรับปรุงตัวเอง การบริหารคนยากมากๆ”
สิ่งที่ “อาจารย์ประดิษฐ์” และทีมงานที่ SiPH คุ้นเคยคือการรักษา แต่ไม่มีใครคุ้นเคยกับการบริหารหรือการให้บริการแบบเอกชน ที่เริ่มแรกคือ สำหรับโครงการใหม่ๆ การจะทำให้สังคมรับรู้ ต้องมีการสื่อสาร ต้องทำการตลาด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น แม้วัตถุประสงค์ของโรงพยาบาลจะชัดเจนตั้งแต่ต้นแต่สังคมไม่ได้รับรู้ในรายละเอียด
การบริหารจัดการของ SiPH มีความแตกต่างจากศิริราช ซึ่งจะมีข้อบังคับอีกแบบ การบริหารของ SiPH จะเป็นกึ่งเอกชน เพราะฉะนั้น การประเมินการทำงานก็จะแตกต่างออกไป ด้วยโจทย์ที่ต่างกันคือ ต้องการให้ที่ SiPH มีบริการมาตรฐานศิริราช แต่ให้มีคุณภาพระดับสากล JCI (Joint Commission International) เพื่อจะได้แชร์องค์ความรู้กับศิริราช ซึ่งที่ผ่านมา SiPH ได้รับมาตรฐานระดับสากลด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จาก JCI (Clinical Care Program Certificate for Total Knee Replacement Program)
และหลังจากการปรับเปลี่ยนแนวคิดและการบริการแล้ว SiPH สามารถดันตัวเลข CSI (customer-service-index) ไปอยู่ที่เรา 4.5 และบางปีขึ้นไปที่ 4.7 จากคะแนนเต็ม 5 ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนที่ผ่านมาได้ผลที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,342 วันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






