KEY
POINTS
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,163 ระหว่างวันที่ 4-7 ม.ค. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย
*** ปรากฏการณ์การเมืองปลายปี 2568 ส่งสัญญาณความร้อนแรงเข้มข้นลากยาวมาถึงการเลือกตั้ง ปี 2569 เมื่อคำให้สัมภาษณ์และโพสต์ตอบโต้กันระหว่างสองขั้วการเมืองสำคัญ “พรรคประชาชน” และ “พรรคภูมิใจไทย” กลายเป็นจุดเริ่มของภาพ “คู่ชิงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล” ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ บนเวทีสาธารณะและสื่อโซเชียล
*** คอการเมืองจับตามองเมื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยสองแคนดิเดตนายกฯ ศิริกัญญา ตันสกุล และ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ปรากฏตัวในรายการ The Politic ทางมติชนทีวี เมื่อ 19 ธันวาคม 2568 พร้อมส่งสัญญาณทางการเมืองที่ตรงไปตรงมา แบบไม่หลบเหลี่ยมการเมืองเก่า ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า คือการเลือกว่าจะเป็น “รัฐบาลประชาชน” หรือ “รัฐบาลภูมิใจไทย”
*** ประโยคนี้ ไม่เพียงเรียกเสียงสะเทือนวงการเมือง หากยังเหมือนเป็นการประกาศตั้งธงใหญ่ของพรรคประชาชน ในฐานะผู้ท้าทายสมการตั้งรัฐบาลรอบหน้าอย่างเต็มตัว ด้วยแนวคิด “ถ้าทุกคนเห็นด้วยว่าการเลือกตั้งระหว่างส้มกับน้ำเงิน ถ้าน้ำเงินเป็นรัฐบาล พวกเราพร้อมเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพื่อจะฉุดรั้งแก๊งก๊วนที่นำประเทศตกเหวพวกนี้ พรรคประชาชนพร้อมเป็นฝ่ายค้านหากภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล”
*** ถัดมาเพียงไม่กี่วัน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบผ่านสื่อด้วยท่าทีหนักแน่นไม่แพ้กัน โดยประกาศชัดว่า พรรคภูมิใจไทย “ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112” พร้อมย้ำว่า ในเวทีดีเบตของไทยรัฐทีวี มีเพียงหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงจุดยืนต้องการแก้ไข ม.112 อย่างเปิดเผย ...เป็นสัญญาณชัดว่า แม้จะยังไม่ถึงการเลือกตั้ง แต่บรรยากาศการเมือง ได้แตกตัวเป็น “สองขั้ว” ระหว่างฝั่งความคิดที่ต่างอุดมการณ์ขั้ว “ปฏิรูปเชิงเสรีนิยม” กับขั้ว “อนุรักษนิยม”
*** และแล้วควันเริ่มหนา เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายณัฐพงษ์ โพสต์เฟซบุ๊กตอบ อนุทิน กลับทันที ชี้ว่า “ม.112 ถูกหยิบใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง” พร้อมประกาศย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ คือ ศึก “รัฐบาลประชาชน vs รัฐบาลภูมิใจไทย” อีกครั้ง ในเชิงท้าทายต่ออำนาจต่อรองการเมืองเดิม ข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “เราต้องชนะให้มากที่สุด ชนะให้ขาด เพื่อไม่เปิดช่องให้พรรคอันดับสองแย่งตั้งรัฐบาล” แสดงการยกระดับเป้าหมายสู่ “แกนนำรัฐบาล” ไม่ใช่เพียงเป็นพรรคชิงที่สอง-สาม แบบที่เคยเกิดในหลายปีที่ผ่านมา
*** สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ การเมืองไทยก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้นตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เกมต่อจากนี้… จึงไม่ใช่แค่การลุ้นผู้ชนะ แต่คือการเฝ้าดูว่า ใครจะเป็น “เจ้าของความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล” ในสายตาประชาชน หลังปิดหีบเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะได้รู้กันเสียที่ว่า ระหว่าง “พรรคประชาชน” หรือ “พรรคภูมิใจไทย” ใคร??? จะได้จัดตั้งรัฐบาล กุมอำนาจรัฐ บริหารประเทศในวาระ 4 ปี...