thansettakij
thansettakij
จากการทดลองสู่พฤติกรรมจริง: วัดความชอบเสี่ยงอธิบายพฤติกรรมการซื้อหวยได้หรือไม่

จากการทดลองสู่พฤติกรรมจริง: วัดความชอบเสี่ยงอธิบายพฤติกรรมการซื้อหวยได้หรือไม่

จากการทดลองสู่พฤติกรรมจริง วัดความชอบเสี่ยงอธิบายพฤติกรรมการซื้อหวยได้หรือไม่ : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย... รศ.ดร.อจลวรรธก์ วิริยะวิภาต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ

KEY

POINTS

  • งานวิจัยนี้ศึกษาเพื่อตอบคำถามว่า "ความชอบความเสี่ยง" ที่วัดได้จากการทดลองทางเศรษฐศาสตร์ สามารถใช้อธิบายพฤติกรรมการซื้อหวยในชีวิตจริงได้หรือไม่
  • ทำการวิจัยเชิงทดลองภาคสนาม (Lab-in-the-Field) กับกลุ่มตัวอย่างพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกรุงเทพฯ 359 คน โดยให้เล่นเกมวัดระดับการยอมรับความเสี่ยงเพื่อรับเงินจริง
  • ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงสูงในการทดลอง มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินซื้อหวยในชีวิตจริงมากกว่า ซึ่งสนับสนุนว่า การวัดผลจากการทดลองสามารถสะท้อนพฤติกรรมจริงได้

ในสังคมไทย “หวย” น่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใกล้ตัวผู้คนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน หรือ แม้แต่การพูดคุยเรื่อง “เลขเด็ด” จากข่าวดัง ความฝัน หรือทะเบียนรถ เรามักพบว่าพฤติกรรมเหล่านี้แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนมาก  

สำหรับบางคน การซื้อหวยอาจเป็นเพียงความบันเทิงเล็ก ๆ ใช้เงินไม่มากเพื่อแลกกับความตื่นเต้น แต่สำหรับบางคน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หวยอาจเป็นเสมือน “ความหวัง” ว่าอาจมีโอกาสเปลี่ยนชีวิตได้ แม้โอกาสดังกล่าวจะมีน้อยมากก็ตาม 

คำถามที่น่าสนใจในทางเศรษฐศาสตร์ก็คือ คนที่ซื้อหวยเป็นคนที่ “ชอบความเสี่ยง” มากกว่าคนทั่วไปจริงหรือไม่ และถ้าใช่ เราจะสามารถวัดลักษณะดังกล่าวได้อย่างไร

ประเด็นนี้เป็นหัวข้อสำคัญในเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง เพราะนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากพยายามศึกษาว่า ความชอบความเสี่ยงของมนุษย์ส่งผลต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การออม การเลือกอาชีพ หรือพฤติกรรมการพนัน 

บทความนี้เรียบเรียงจากงานวิจัยวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของ นายชวัลวิทย์ วงศ์สุนทรเลิศ นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ งานศึกษานี้ต้องการตรวจสอบว่า “การวัดความชอบความเสี่ยงจากการทดลอง” จะสามารถอธิบายพฤติกรรมการซื้อหวยของคนไทยได้มากน้อยเพียงใด ผ่านการเก็บข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกรุงเทพมหานครจำนวน 359 คน 

สิ่งที่ทำให้งานศึกษานี้น่าสนใจ คือ การพยายามเชื่อมโยง “พฤติกรรมในห้องทดลอง” เข้ากับ “พฤติกรรมจริงในชีวิตประจำวัน” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า External Validity หรือความเที่ยงตรงภายนอก 

กล่าวง่าย ๆ คือ หากเราสามารถวัดความชอบความเสี่ยงของคนจากการทดลองได้จริง ผลที่ได้ควรจะสามารถอธิบายพฤติกรรมจริงของบุคคลนั้นได้ด้วย เช่น คนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงกว่าในการทดลอง ก็ควรมีแนวโน้มซื้อหวยมากกว่า หรือใช้จ่ายกับหวยมากกว่าในชีวิตจริง 
เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองมีลักษณะคล้ายกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป

ยกตัวอย่างเช่น ในทางการแพทย์ หากนักวิจัยต้องการทดสอบว่ายาชนิดใหม่ได้ผลจริงหรือไม่ ก็อาจแบ่งคนออกเป็นหลายกลุ่ม ให้บางกลุ่มได้รับยา และบางกลุ่มไม่ได้รับยา จากนั้นจึงเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ในทางเศรษฐศาสตร์ก็เช่นเดียวกัน นักวิจัยจะสร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมา เพื่อศึกษาว่าคนตัดสินใจอย่างไรภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกัน

ข้อดีสำคัญคือ นักวิจัยสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้ทุกคนเผชิญสถานการณ์เดียวกัน ทำให้เห็นผลของปัจจัยที่สนใจได้ชัดขึ้น 

อย่างไรก็ตาม แม้วิธีการทดลองจะช่วยควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้ดี แต่ก็ยังมีคำถามสำคัญว่า ผลจากการทดลองจะสามารถสะท้อนพฤติกรรมจริงได้มากน้อยเพียงใด เพราะในชีวิตจริง มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจโดยอาศัยเหตุผลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของอารมณ์ ความหวัง แรงกดดันทางสังคม และบริบทแวดล้อมอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ที่ผ่านมา มีงานศึกษาจำนวนมากพยายามตรวจสอบว่า การวัดความชอบความเสี่ยงจากการทดลอง จะสามารถสะท้อนพฤติกรรมจริงในชีวิตประจำวันได้มากน้อยเพียงใด 

งานศึกษาบางชิ้นพบว่า การวัดความชอบความเสี่ยงจากการทดลองสามารถอธิบายพฤติกรรมจริงได้ค่อนข้างดี ตัวอย่างเช่น  งานศึกษาของ Collier และคณะ (2022) ที่พบว่า  ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนที่มีลักษณะกลัวความเสี่ยงมากกว่า จะมีพฤติกรรมระมัดระวังมากกว่า เช่น ลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือ มีการล้างมือบ่อยขึ้น

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ความชอบความเสี่ยงที่วัดได้จากการทดลอง อาจเชื่อมโยงกับการตัดสินใจในชีวิตจริงได้ในหลายบริบท อย่างไรก็ตาม งานศึกษาในด้านนี้ก็ยังไม่ได้ให้ผลที่สอดคล้องกันทั้งหมด  

ตัวอย่างเช่น งานศึกษาของ Rommel และคณะ (2019) ที่ศึกษาเกษตรกรในประเทศเยอรมนี พบว่า การวัดความเสี่ยงจากการทดลองไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมการจัดการความเสี่ยงของเกษตรกรได้อย่างชัดเจน

ขณะที่งานศึกษาของ Charness และคณะ (2020) ซึ่งศึกษากลุ่มตัวอย่างในประเทศเนเธอร์แลนด์ พบว่า แม้การวัดความเสี่ยงจากการทดลองจะสามารถอธิบายพฤติกรรมในเกมการทดลองอื่น ๆ ได้ดี แต่กลับทำนายพฤติกรรมเสี่ยงในชีวิตจริงได้ค่อนข้างจำกัด 

ผลการศึกษาที่แตกต่างกันเหล่านี้ จึงทำให้ประเด็นเรื่อง External Validity หรือ ความสามารถของการทดลองในการสะท้อนพฤติกรรมจริง ยังคงเป็นคำถามสำคัญในเศรษฐศาสตร์เชิงทดลองมาจนถึงปัจจุบัน 

สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีที่เรียกว่า Lab-in-the-Field Experiment หรือ การนำการทดลองในห้องปฏิบัติการไปทำในภาคสนามจริง โดยลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกรุงเทพมหานคร จำนวน 16 ตลาด  

หลังจากตอบแบบสอบถาม ผู้เข้าร่วมจะต้องเล่นเกมการทดลองเพื่อวัดความชอบความเสี่ยง โดยผู้เข้าร่วมจะเลือกหนึ่งทางเลือกจากทั้งหมด 5 ทางเลือก ซึ่งแต่ละทางเลือกมีระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ทางเลือกแรก ผู้เข้าร่วมจะได้เงิน 80 บาทแน่นอน ซึ่งถือว่าไม่มีความเสี่ยงเลย ขณะที่ทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น จะมีโอกาสได้รับเงินจำนวนมากขึ้น แต่ก็มีโอกาสได้เงินน้อยลงหรือไม่ได้อะไรเลยเช่นกัน

โดยในทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ผู้เข้าร่วมมีโอกาส 50 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ได้อะไรเลย แต่หากโชคดีก็จะได้เงินถึง 240 บาท 

สิ่งสำคัญคือ ผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินจริงตามผลของการตัดสินใจ ไม่ใช่เป็นเพียงสถานการณ์สมมติ เพราะในเศรษฐศาสตร์เชิงทดลอง นักวิจัยให้ความสำคัญกับเรื่อง Incentive หรือ แรงจูงใจทางการเงินอย่างมาก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมตัดสินใจอย่างจริงจัง และทำให้พฤติกรรมที่ได้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากที่สุด

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการซื้อหวยในระดับสูง โดยประมาณ 88 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างซื้อหวยประเภทใดประเภทหนึ่ง  

ที่สำคัญ ผู้ที่มีระดับความชอบความเสี่ยงสูงจากการทดลอง ยังมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับหวยมากกว่า และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายซื้อหวยต่อรายได้สูงกว่าอีกด้วย 

ผลดังกล่าวถือเป็นหลักฐานที่สนับสนุนว่า การวัดความชอบความเสี่ยงจากการทดลอง สามารถเชื่อมโยงกับพฤติกรรมจริงในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะในบริบทของพฤติกรรมการซื้อหวย 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนที่ยอมรับความเสี่ยงมากกว่าในการทดลอง ก็มีแนวโน้มที่จะยอมรับความเสี่ยงผ่านการซื้อหวยในชีวิตจริงมากกว่าด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการซื้อหวย ก็อาจไม่ได้เกิดจากความชอบความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านอารมณ์ ความหวัง ความเชื่อ และบริบททางสังคมด้วย 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พฤติกรรมการซื้อหวยน่าสนใจในมุมมองของเศรษฐศาสตร์เชิงพฤติกรรม เพราะสะท้อนให้เห็นว่า การตัดสินใจของมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับจิตวิทยา อารมณ์ และ สภาพแวดล้อมทางสังคมด้วย  

ท้ายที่สุด งานศึกษานี้จึงช่วยสนับสนุนแนวคิดที่ว่า การทดลองทางเศรษฐศาสตร์สามารถช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมจริงของมนุษย์ได้มากขึ้น และอาจเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและการออกแบบนโยบายในอนาคตต่อไป

References:

Charness, G., Garcia, T., Offerman, T., & Villeval, M. C. (2020). Do measures of risk attitude in the laboratory predict behavior under risk in and outside of the laboratory? Journal of Risk and Uncertainty, 60(2), 99-123. 

Collier, T., Cotten, S., & Roush, J. (2022). Using pandemic behavior to test the external validity of laboratory measurements of risk aversion and guilt. Journal of Behavioral and Experimental Economics, 101, 101938.

Rommel, J., Hermann, D., Müller, M., & Mußhoff, O. (2019). Contextual Framing and Monetary Incentives in Field Experiments on Risk Preferences: Evidence from German Farmers. Journal of Agricultural Economics, 70(2), 408-425.

คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย... รศ.ดร.อจลวรรธก์ วิริยะวิภาต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4205