thansettakij
รัฐบาลที่โลกคุยด้วยได้ ‘ภูมิใจไทย’ พลัส+ เพราะเวทีโลกไม่รอมือสมัครเล่น

รัฐบาลที่โลกคุยด้วยได้ ‘ภูมิใจไทย’ พลัส+ เพราะเวทีโลกไม่รอมือสมัครเล่น

09 ก.พ. 2569 | 06:03 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 2569 | 06:08 น.

บทความพิเศษจาก “เพ็ชร ชินบุตร” ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจ มองมุมการเมือง “รัฐบาลที่โลกคุยด้วยได้” ภูมิใจไทย พลัส+ ในวันที่ประเทศไทยต้องเลือกความเป็นผู้ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องไปต่อ เพราะเวทีโลกไม่รอมือสมัครเล่น

บทความพิเศษจาก “เพ็ชร ชินบุตร” ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจ อดีตรองเลขาธิการฯ สำนักงานคณะกรรมการเขตพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) “รัฐบาลที่โลกคุยด้วยได้” ภูมิใจไทย พลัส+ ในวันที่ประเทศไทยต้องเลือก “ความเป็นผู้ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องไปต่อ” มีเนื้อหาว่า

การเมืองไทยที่ผ่านมา พอจะรู้ว่าปัญหาของประเทศนี้ไม่ใช่การขาดคนเก่ง แต่คือการที่ “คนเก่ง” ไม่ได้โอกาสอยู่ในโครงสร้างที่เปิดโอกาสให้เขาทำงานอย่างจริงจัง

ในห้วงเวลาที่โลกกำลังแตกออกเป็นหลายขั้ว เศรษฐกิจโลกผันผวน เงินทุนเคลื่อนย้ายเร็วกว่าอุดมการณ์ และความเชื่อมั่นสำคัญกว่าคำชวนเชื่อ

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ตรงทางแยกที่สำคัญอีกครั้ง คำถามไม่ใช่ว่าใครจะร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย แต่คือรัฐบาลแบบไหนที่โลก “คุยด้วยได้” และนี่คือที่มาของแนวคิดที่อยากชวนคิด

“รัฐบาลที่โลกคุยด้วยได้ – ภูมิใจไทย พลัส+”

ในฐานะอยู่ในเหตุการณ์ในประเทศนี้ที่กำลังต้องการคณะผู้บริหารชุดใหม่ อยากชวนคิดสามทางเลือกของรัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่แค่เลือกข้าง แต่เลือกอนาคตของประเทศไทย

1. Conservative Stability – เสถียรภาพที่ตลาดเข้าใจ

ประเทศที่ผ่านความผันผวนทางการเมืองมานานต้องการ “ความนิ่ง” ก่อน “ความหวือหวา” รัฐบาลแบบ Conservative Stability ไม่ใช่การหยุดเดินแต่คือการเดินอย่างมั่นคง นโยบายไม่เซอร์ไพรส์ตลาด การคลังไม่หว่าน และการเมืองไม่ท้าทายความเชื่อมั่น

เหมือนนักบินที่รู้ว่าในสภาพอากาศปั่นป่วน การรักษาระดับบินสำคัญกว่าการเร่งเครื่อง นี่คือสัญญาณที่ตลาดทุนเข้าใจทันที

2. Growth Acceleration – โตให้ทันโลก ไม่ใช่โตเพราะฝัน และวางแผนฝัน

โลกไม่รอประเทศที่ลังเล FDI ไม่เข้าประเทศที่ “ยังไม่ตัดสินใจ” Growth Acceleration นี้จะไม่ใช่ประชานิยม แต่คือการ เลือกเร่งเฉพาะจุดที่โลกให้รางวัลกับอุตสาหกรรมที่เชื่อม Global Value Chain โครงสร้างพื้นฐานที่เอกชนร่วมลงทุนได้จริง และกฎเกณฑ์ที่นักลงทุน “คำนวณความเสี่ยงได้”

ประเทศที่โตเร็วในโลกนี้ไม่ใช่ประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์สูงสุด แต่คือประเทศที่ทำให้เอกชนผู้ลงทุนมั่นใจว่าจะไม่เปลี่ยนกติกากลางเกม

3. Regulatory Reform – การเมืองที่กล้าปลดล็อกตัวเอง

ถ้าถามว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด คำตอบคือ Regulatory Reform ไม่ใช่เพราะมันดูเท่ แต่เพราะมันคือ “ของจริง” ที่นักลงทุนมองหา ทั้งลดขั้นตอน ลดดุลพินิจ เพิ่มความโปร่งใส และเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ

ประเทศที่ดึง FDI ได้ไม่ใช่ประเทศที่ออกไปเดินสาย Roadshow เยอะที่สุด แต่คือประเทศที่ขออนุญาตง่าย ทำธุรกิจได้เร็ว และรัฐไม่เป็นภาระ และอุปสรรคของการทำธุรกิจ

การเมืองใหม่ที่อยากเห็นแบบ Political Leadership + Technocratic Execution เหมือนประเทศกำลังพัฒนาใช้ได้ผลจริงมาแล้ว คือ นักการเมืองทำหน้าที่ “กำหนดทิศ” มืออาชีพทำหน้าที่ “ขับเคลื่อน” ไม่ใช่เอาการเมืองไปนั่งบริหารทุกเรื่องและไม่ใช่เอาเทคโนแครตมาเป็นโล่ทางการเมือง

ผลลัพธ์ที่ควรเกิดขึ้นชัดเจน

1.ตลาดทุนมั่นใจ – เพราะนโยบายอ่านออก และรู้ทิศทาง

2.นักลงทุนไม่กลัวความผันผวน – เพราะกติกาชัด

3.สื่อโลกเสนอข่าวเชิงบวก – เพราะประเทศดูเป็นผู้ใหญ่ในสังคมโลก

4.ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ – เพราะเงินไม่หนีและเข้าออก จนงง

5.รัฐบาลมีภาพลักษณ์มืออาชีพ – ไม่ใช่แค่ชนะเกมสภาและได้จำนวนเสียงใน สส. 

รัฐมนตรีที่ประเทศต้องการจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่ต้องมี CEO mindset เข้าใจงบการเงิน เข้าใจห่วงโซ่อุปทาน คุยกับ Global Corporations ได้โดยไม่เสียเชิง พร้อมกันนั้นต้องมีการปรับโครงสร้างงบประมาณอย่างจริงจัง ใช้เงินรัฐเพื่อ “ดึงเงินเอกชน” บริหารหนี้ด้วยวินัย ไม่ใช่คำสัญญา และแยกนโยบายระยะสั้นออกจากโครงสร้างระยะยาว ทั้งหมดนี้จะกลายเป็น “สัญญาณบวกทันทีต่อตลาดการลงทุน”

เวทีโลกไม่รอมือสมัครเล่น รัฐบาลใหม่ต้องมีนักการทูตตัวจริง ทั้งสาย multilaterals เข้าใจ UN / ASEAN และไม่ใช้เวทีโลกเป็นเวทีหาเสียง ทั้งนี้เพื่อกำหนดบทบาทชัดเจนทั้งฟื้นภาพลักษณ์ไทย จัดสมดุลจีน–สหรัฐอย่างมืออาชีพ และใช้การทูตเชื่อมเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่พิธีการ

ประเทศไทยไม่ได้ต้องการรัฐบาลที่เสียงดังที่สุด แต่ต้องการรัฐบาลที่โลกเชื่อถือ รัฐบาลที่ควรสามารถกำหนด Political Stability + Economic Credibility เพื่อพาประเทศกลับเข้าสู่บทสนทนาของโลกอย่างสง่างาม เพราะในโลกวันนี้ ประเทศที่โลกไม่คุยด้วยคือประเทศที่อนาคตจะคุยกับใครไม่ได้เลย และการปรับตัวไม่ได้จะยิ่งทำให้เล็กลง และสูญเสียทุกโอกาสที่ควรมีควรเป็น