
การพลิกฟื้นไห่หนานสู่ความก้าวล้ำ ทันสมัย และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน (3)
การพลิกฟื้นไห่หนานสู่ความก้าวล้ำ ทันสมัย และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน (3) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย... ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
KEY
POINTS
- จีนออกมาตรการส่งเสริมหลายด้านเพื่อพลิกฟื้นไห่หนาน เช่น การผ่อนปรนวีซ่า และการใช้บัญชีการค้าเสรี (EF Account) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเงินและการค้าข้ามพรมแดน
- ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากการพึ่งพาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไฮเทค และบริการสมัยใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การพัฒนาขับเคลื่อนภายใต้กรอบ "45432" ซึ่งมุ่งเน้นอุตสาหกรรมหลัก 4 สาขา (เกษตร ไฮเทค ท่องเที่ยว บริการสมัยใหม่) และสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมเฉพาะทาง 5 ทิศทาง (เมล็ดพันธุ์ ทะเล อวกาศ ดิจิทัล และสีเขียว)
- มุ่งยกระดับภาคเกษตรกรรมเขตร้อนสู่ระดับสากล โดยตั้งเป้าเป็น "ซิลิคอนวัลเลย์ด้านการเกษตร" ผ่านการพัฒนาศูนย์วิจัยพันธุ์พืช และส่งเสริมเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ
ยิ่งไปกว่านั้น จีนยังอนุมัติมาตรการเสริมในส่วนอื่น อาทิ การผ่อนปรนวีซ่าการเดินทางเข้าไห่หนานของคนจีน และชาวต่างชาติจาก 85 ประเทศ โดยไม่ต้องไปยื่นเอกสารและผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยาก
จีนยังอนุญาตให้ภาคธุรกิจใช้ระบบ “Multi-Function Free Trade Account” (EF Account) ในการโอน เคลียร์ และ จัดสรรเงินทุนข้ามพรมแดนได้อย่างสะดวก เทียบเท่าบัญชีในต่างประเทศ (Offshore Account) ซึ่งเป็นเสมือนบัญชีการค้าเสรีด้านการเงิน รวมทั้งการเชื่อมความร่วมมือ กับเขตการค้าเสรีและท่าเรือระหว่างประเทศเกือบ 40 แห่ง
โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า รัฐบาลจีนได้นำเอา FTP ที่เป็นโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของ “ฮ่องกง” ไปปรับใช้กับไห่หนาน นี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้คนในวงการต่างตั้งข้อสงสัยว่า รัฐบาลจีนจะเพิ่มบทบาทของไห่หนานขึ้นมาทดแทนฮ่องกงในระยะยาวหรือไม่?
ผมเชื่อมั่นว่า จีนจะยังคงรักษาสถานะและความสำคัญของฮ่องกงเอาไว้ เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนฮ่องกงไปสู่ “จุดขายใหม่” (ไว้มีโอกาสผมจะนำเรื่องนี้มาพูดคุยกัน) เพราะจีนก็ยังเห็นพลังจากนิ้วทั้งห้า ที่ดีกว่ามือที่ขาดนิ้วใดนิ้วหนึ่งไป ดั่งคำกล่าวที่ว่า “มือที่มีครบห้านิ้วย่อมทรงพลังมากที่สุด”
อย่างไรก็ดี แม้ว่า FTP ยังอยู่ในระยะแรกของการพัฒนา แต่ดูเหมือนจีนมีหลายเป้าหมายใหญ่รออยู่ ไห่หนานจึงเดินหน้าการยกระดับภาคส่วนทางเศรษฐกิจ ทั้งระบบนิเวศที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมไฮเทค และ บริการสมัยใหม่เพื่อหวังให้เกิดเป็นรูปธรรม ภายในปี 2050
ตามแผนแม่บทการพัฒนา FTP และสิทธิประโยชน์สนับสนุนส่งเสริมที่เกี่ยวข้อง จีนได้กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่ “อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไฮเทค” (High-Tech Industries) และอุตสาหกรรมบริการสมัยใหม่ (Modern Services) เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของไห่หนาน จากเดิมที่พึ่งพา “ภาคอสังหาริมทรัพย์” ไปสู่อุตสาหกรรมที่มี “มูลค่าเพิ่มสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
โดยไห่หนานมุ่งเน้นขับเคลื่อนดำเนินการภายใต้กรอบ “45432” ที่ครอบคลุมทั้งการยกระดับอุตสาหกรรมหลัก การสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมเฉพาะทาง และ การวางรากฐานสำหรับอนาคต
“4” หมายถึง อุตสาหกรรมหลัก 4 สาขา อันได้แก่ เกษตรเขตร้อน อุตสาหกรรมไฮเทค การท่องเที่ยว บริการสมัยใหม่ โดยมุ่งเน้นการเสริมและยกระดับห่วงโซ่อุปทานเดิม
“5” หมายถึง ห่วงโซ่อุตสาหกรรม 5 ทิศทาง ประกอบด้วย
•มุ่งสู่เมล็ดพันธุ์ โดยใช้ข้อได้เปรียบจากการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์และการวิจัยพันธุ์พืชหนานฝาน (Nanfan Scientific and Research Breeding Base) ภายใต้ Chinese Academy of Agricultural Sciences (CASS) ที่เมืองซานย่า หรือ “หนานฟานวัลเลย์” ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัย ปรับปรุง คัดเลือก และเพาะเมล็ดพันธุ์เขตร้อน
•มุ่งสู่ทะเล โดยใช้พื้นที่ทะเลกว่า 2 แสนตารางกิโลเมตร พัฒนาอุตสาหกรรมทางทะเลสมัยใหม่และเทคโนโลยี อาทิ การสำรวจและวิจัยทรัพยากรทะเลลึก และ โลจิติกส์ทางทะเล
•มุ่งสู่ฟ้า โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ อาทิ การประกอบอุปกรณ์การบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองเหวินชาง ฐานปล่อยจรวดชื่อดังของจีน
•มุ่งสู่ดิจิตัล โดยเอาประโยชน์จากอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง การแปรรูปมูลค่าสูง พลังประมวลผลสีเขียว และ การไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน ซึ่งครอบคลุมปัญญาประดิษฐ์ ระบบการประมวลผลข้อมูลข้ามพรมแดน อีเกมส์ คลาวด์คอมพิวติ้ง และ บล็อกเชน รวมทั้งการประกอบอิเล็กทรอนิกส์
•มุ่งสู่สีเขียว ผ่านการยกระดับความเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียว อาทิ ยานยนต์พลังงานใหม่ การประกอบอุปกรณ์พลังงานใหม่ และอาคารสำเร็จรูป รวมทั้งวัสดุใหม่จากปิโตรเคมีสีเขียว เพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาสีเขียวและความยั่งยืน ไห่หนานยังได้ริเริ่มแผนพัฒนาสวนอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งครอบคลุมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในอาคาร ระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน
การดำเนินงานในส่วนนี้ ยังสอดรับกับความพยายามในการพัฒนาไห่หนาน ให้เป็น “เกาะสีเขียว” (Green Island) ที่จะนำไปสู่โอกาสในธุรกิจใหม่ในอนาคต” อาทิ สินเชื่อสีเขียว (Green Credit) และการซื้อขายการปลดปล่อยคาร์บอน (Carbon Credit Trading) ซึ่งผมจะขอชวนคุยในโอกาสต่อไป
“4” หมายถึง อุตสาหกรรมอนาคต 4 ประเภท อันได้แก่ ชีวการผลิต พลังงานไฮโดรเจน ส่วนเชื่อมต่อสมอง-คอมพิวเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย (Embodied AI)
“3” หมายถึง 3 บริการ อันได้แก่ การช้อปปลอดภาษี การแพทย์ และการศึกษา
“2” หมายถึง 2 เกาะ อันได้แก่ เกาะรวมผู้มีความสามารถ และเกาะนวัตกรรมเทคโนโลยี
ผมขอยกตัวอย่างการดำเนินงานในแต่ละส่วน เพื่อความเข้าใจสักหน่อย ในประเด็น “เกษตรเขตร้อน” ไห่หนานนับว่า มีจุดแข็งในด้านทำเลที่ตั้งและสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้ได้เปรียบด้านเกษตรกรรมที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่นของจีน
กอปรกับการให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงด้านอาหาร” และการเผชิญกับ “ความท้าทาย” ด้านปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลจีนสนับสนุนการพัฒนาด้านการเกษตรของไห่หนานอย่างเต็มกำลัง
ขณะเดียวกัน จีนก็มองโอกาสในการพัฒนาด้านการเกษตรของไห่หนานอย่างกว้างไกล โดยต้องการต่อยอด “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” ที่มีอยู่เดิมไปสู่ “เกษตรกรรมเขตร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นสากล”
เราเห็นการส่งเสริมโครงการวิจัยและพัฒนาด้านเกษตรสมัยใหม่ในพื้นที่เกิดขึ้นตามมา ยกตัวอย่างเช่น การจัดตั้ง “หนานฝานวัลเลย์” (Nanfan Valley) เพื่อทำหน้าที่เป็น “กระดูกสันหลัง” ของเทคโนโลยีพันธุ์พืชของจีน และเป็นเวทีระดับชาติด้านการวิจัย ปรับปรุง คัดเลือก และเพาะเมล็ดสายพันธุ์พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตเขตร้อน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์ฯ แห่งนี้ก้าวขึ้นเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์ด้านการเกษตร” ระดับโลกในอนาคต
นอกจากนี้ จีนยังพยายามสร้างความเป็น “ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ผลผลิตการเกษตรเขตร้อนระดับสากล” โดยยกระดับห่วงโซ่อุปทานการแปรรูปในไห่หนาน นำเข้า-ส่งออก และกระจายสินค้าผ่านมาตรการภายใต้ FTP โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการด้านการคลัง ซึ่งจะช่วยดึงดูดกิจการด้านการเกษตรและอาหารข้ามชาติเข้ามาลงทุนจัดตั้งสำนักงานใหญ่ ศูนย์วิจัย และโรงงานแปรรูปในที่สุด
ในด้านความยั่งยืน จีนยังส่งเสริมเกษตรกรรมคาร์บอนต่ำและระบบนิเวศเขตร้อนที่มีมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการผ่านการเสริมสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรระดับมณฑล เช่น ผลไม้เขตร้อน (มะม่วง มะพร้าว แก้วมังกร และทุเรียน) และพืชเศรษฐกิจ (กาแฟ ยางพารา และพริกไทย) และการใช้เทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และระบบดิจิตัลในการติดตามการเพาะปลูกย้อนหลัง (Traceability Systems)
อีกตัวอย่างหนึ่งก็ได้แก่ การประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่เปลี่ยนจากการจับปลาชายฝั่ง เป็นการเพาะเลี้ยงในทะเลลึก และการประมงอัจฉริยะ เราจึงเห็นการพัฒนากระชังเลี้ยงปลาอัจฉริยะขนาดใหญ่ในทะเลลึกเพื่อความยั่งยืน
คุยกันต่อตอนหน้าครับ ...
คอลัมน์มังกรกระพือปีก หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,248 วันที่ 29 - 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569
เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน







