thansettakij
thansettakij
เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (จบ)

เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (จบ)

เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (จบ) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 2439

KEY

POINTS

  • มณฑลกวางสีมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง โดยมีเมืองสำคัญอย่างหนานหนิง กุ้ยหลิน และ หยางซั่ว เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติและวัฒนธรรม
  • มีการวางแผนลงทุนโครงการ "ศูนย์อาเซียน" ในนครหนานหนิง เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางในการนำเสนอซอฟท์พาวเวอร์ และสินค้าบริการของไทยแก่ตลาดนักท่องเที่ยวจีน
  • โครงการศูนย์อาเซียนถูกมองว่า เป็นโอกาสในการส่งออกวัฒนธรรมไทยเชิงรุก และอาจเป็น "กระดานดีด" ที่กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเยือนประเทศไทยมากขึ้นในอนาคต

เมืองแรกที่ผมอยากแนะนำก็ได้แก่ นครหนานหนิง ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของมณฑล ภายหลังการปรับปรุงผังเมืองครั้งใหญ่ หนานหนิงก็อุดมไปด้วยสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียว รวมทั้งสวนพฤกษศาสตร์ จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่า เป็นเมืองหลวง “สีเขียว” ที่น่าอยู่

หนานหนิง มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานเขาชิงซิ่ว (Qingxiu Moutain) ที่นอกจากธรรมชาติที่งดงามในชุมชนเมืองที่โดดเด่นด้วยสวนป่าอันร่มรื่น สวนกล้วยไม้ และ จุดชมวิวมุมกว้างแล้ว เขาชิงซิ่วยังทำหน้าที่เป็น “ปอด” ของหนานหนิง และสามารถไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมได้ 

นอกจากนี้ ยังสามารถไปเก็บภาพแห่งทรงจำและบรรยากาศดีๆ ที่ “สามถนนสองตรอก” (Three Lanes and Two Alleys) ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมแบบหมิง-ชิง ที่ถูกบูรณะและปรับแต่งใหม่ให้เป็นแหล่งกิน ดื่ม เที่ยว ช้อปปิ้ง และซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง

แต่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชื่อดังสุดของกวางสี ในสายตาคนไทยคงหนีไม่พ้น “กุ้ยหลิน” เมืองด้านซีกตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลแห่งนี้เป็น “หัวใจ” สำคัญของการท่องเที่ยว และมีคำกล่าวที่ว่า “กุ้ยหลินเมืองงามใต้หล้า” ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวในพื้นที่ย่านนี้

ผมแนะนำให้ท่านผู้อ่านหาเวลาสักครึ่งวันไปล่องเรือตามแม่น้ำหลีเจียง (Lijiang) ระหว่างกุ้ยหลิน-หยางซั่ว (Yangshuo) ผ่านภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาที่เรียงรายซับซ้อนสองฝั่งแม่น้ำแบบไม่ซ้ำแบบกัน 

และไม่ต้องแปลกใจที่ขณะล่องเรือไปแถวเมืองโบราณซิงผิง (Xingping) ที่ตั้งอยู่ในอำเภอหยางซั่ว จะเห็นนักท่องเที่ยวต่างเอาธนบัตร 20 หยวนขึ้นมาส่องและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน เพราะวิวทิวทัศน์นี้ถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบตีพิมพ์ในด้านหลังของธนบัตรดังกล่าว

สำหรับผมแล้ว นี่จึงถือเป็น “ภาพจำระดับโลก” ของกวางสี และเป็นกิจกรรมคลาสสิกที่สุดของภูมิภาคที่ท่านไม่ควรพลาด  

นอกจากนี้ กุ้ยหลินยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขางวงช้าง (Elephant Trunk Hill) เป็น “สัญลักษณ์ประจำเมืองกุ้ยหลิน” โดยมีลักษณะเป็นเนินเขาหินปูนที่มีโพลงธรรมชาติยื่นลงไปในน้ำ คล้ายช้างกำลังใช้งวงดื่มน้ำจากแม่น้ำ

ถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave) ถ้ำหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ที่ประดับไฟสีสันสวยงามภายในถ้ำ และเจดีย์เงินเจดีย์ทอง (Sun and Moon Pagodas) แลนด์มาร์กสำคัญที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบชานหู (Shanhu) การประดับไฟแสงสี ดูจะทำให้เจดีย์คู่แห่งนี้เปล่งปลั่งงดงามสะดุดตามากขึ้นในยามค่ำคืน 

นอกจากนี้ ยังมีเหมาซาน (Maoshan) ภูเขาที่สูงที่สุดของพื้นที่ตอนใต้ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่รักธรรมชาติ การเดินป่า การชมวิวทิวทัศน์ป่าและระบบนิเวศ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเท่ห์ๆ อย่าง “สองแม่น้ำสี่ทะเลสาบ” ที่จะทำให้ท่านผู้อ่านไม่อาจลืมความงดงามของกุ้ยหลินในยามค่ำคืน และนี่ก็สอดคล้องกับนโยบายจากการพัฒนา “ราตรีโคโนมี” (Night Economy) ของจีน 

พูดถึง หยางซั่ว ก็ถือเป็นเมืองแห่งภูเขาและวิถีชนบท เรียกง่ายๆ ว่าหากเปรียบเปรยว่า กุ้ยหลิน คือ เมืองท่องเที่ยวคลาสสิก หยางซั่วก็คือพื้นที่ที่สะท้อนเสน่ห์ธรรมชาติและไลฟ์สไตล์มากกว่า

อาทิ การล่องแพไม้ไผ่ที่แม่น้ำอวี้หลง (Yulong) ท่ามกลางวิวเทือกเขาแบบคาร์สต์ที่แปลกตา การเดินเล่นที่ถนนซีเจีย (West Street) ถนนคนเดินชื่อดัง หรือ ปั่นจักรยานในย่านเขาพระจันทร์ เมืองโบราณซิงผิง และพื้นที่ชนบทรอบนอก ก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับท่านแบบไม่รู้ลืม

จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่ง ที่ผมเกริ่นไปก็ได้แก่ “นาขั้นบันไดหลงจี๋” (Longji Rice Terraces) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของชนเผ่าพื้นเมืองชาวจ้วง (Zhuang) และชาวเหยา (Yao) ตั้งอยู่ในเขตหลงเซิง (Longsheng) ไม่ไกลจากกุ้ยหลินนัก ถือเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์นาขั้นบันไดที่สวยที่สุดของจีน

ประการสำคัญ ด้วยสภาพของนาขั้นบันไดขนาดใหญ่บนเทือกเขาสูง ท่านสามารถเห็น “มหัศจรรย์แห่งภูมิปัญญาบนภูเขา” ที่สูงกว่า 600-880 เมตร จากระดับน้ำทะเลในสภาพที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ฤดูกาล เช่น ทุ่งนาขังน้ำสะท้อนท้องฟ้าในฤดูใบไม้ผลิ ทุ่งข้าวสีเขียวสดในช่วงฤดูร้อน ทุ่งรวงข้าวสีทองในฤดูใบไม้ร่วง และ ทุ่งนาในทิวทัศน์ภูเขาและหมอกในช่วงฤดูหนาว

น้ำตกเต๋อเทียน (Detian Waterfall) น้ำตกข้ามพรมแดนจีน-เวียดนามที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองฉงจั่ว จุดเด่นคือ น้ำตกขนาดใหญ่ท่ามกลางภูเขาคาร์สต์ที่เกิดเป็นภูมิทัศน์ชายแดนที่โดดเด่น และสามารถเชื่อมการท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมชายแดนและชนชาติจ้วง ปัจจุบัน น้ำตกแห่งนี้ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน

                                         เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (จบ)

เมืองสุดท้าย ที่ผมอยากพาไปรู้จักก็ได้แก่ เป๋ยไห่ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายฝั่งของกวางสี โดยมีจุดเด่นคือ หาดเงิน (Silver Beach) ชายหาดทรายละเอียดสีขาวที่ยาวหลายกิโลเมตร และ เกาะเหว่ยโจว (Weizhou Island) เกาะภูเขาไฟที่ดับแล้วที่ใหญ่ที่สุดและอายุน้อยที่สุดในจีน มีโขดหินลาวาสีดำแปลกตา ชายหาดสวยงาม และ โบสถ์คาทอลิกโบราณ รวมทั้งถนนโบราณเป๋ยไห่ที่อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่า และอาคารแบบอาร์เคด สะท้อนประวัติศาสตร์การค้าระหว่างประเทศในย่านนี้

และเพื่อให้สอดรับและเอาประโยชน์จากทิศทางการพัฒนาของกวางสี ในด้านอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวดังกล่าว ผมได้รับทราบข่าวการลงทุนในโครงการ “ศูนย์อาเซียน” (ชื่อสมมุติ) ที่ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เบียร์ชิงเต่า และกิจการพัฒนาการท่องเที่ยวกวางสี กำลังวางแผนพัฒนาขึ้นในหนานหนิงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่ต้องการใช้เวลาพักผ่อนในจีน

พูดถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามว่า หากโครงการใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ต่อไปคนจีนก็อาจจะไม่มาเที่ยวไทยแล้วใช่หรือไม่

ผมขอเรียนว่า ในจำนวนประชากรจีนกว่า 1,400 ล้านคนในปัจจุบัน มีเพียงราว 200 ล้านคนเท่านั้น ที่มีหนังสือเดินทาง นั่นหมายความว่า นี่จะเป็นโครงการที่สร้างโอกาสในการส่งออกสินค้าและบริการที่มีคุณภาพของไทย ในเชิงรุกที่เข้าไปตอบสนองความต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวจีนขนาดมหึมาที่รออยู่ 

เรากำลังพูดถึงโครงการที่เป็น “จุดหมายปลายทาง” ในการนำเสนอ “ซอฟท์พาวเวอร์” อาทิ การท่องเที่ยวไทย อาหารไทย นวดและสปาไทย มวยไทย บันเทิง ธุรกิจโฆษณา การออกแบบก่อสร้าง ผลงานของศิลปินและนักแสดง และการแสดงทางวัฒนธรรมอื่น 

ขณะเดียวกัน อาเซียนเซ็นเตอร์นี้ ก็จะเป็นจุดซื้อขายสินค้าอาหารสำเร็จรูป ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน ภาพวาดและงานศิลป์ สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ และอื่นๆ อีกสารพัดแก่นักท่องเที่ยวจีนถึง “ปากประตูบ้าน”และอาจเป็น “กระดานดีด” ให้นักท่องเที่ยวที่มาสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เข้ามาเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกมากในอนาคต

มีโอกาสผมจะมาแชร์ความคืบหน้าของโครงการนี้กัน ยังไงก็อย่าลืมแวะไปส่องกวางสีกันนะครับ

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 2439