แก้ทุจริตคอร์รัปชันที่มืดมน หลักฐานมี แต่ทำอะไรได้

15 ส.ค. 2563 เวลา 1:00 น. 1.7k

แก้ทุจริตคอร์รัปชันที่มืดมน หลักฐานมี แต่ทำอะไรได้? : คอลัมน์ทางออกนอกตำรา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3601 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 16-19 ส.ค.2563 โดย... บากบั่น บุญเลิศ

แก้ทุจริตคอร์รัปชันที่มืดมน

หลักฐานมี แต่ทำอะไรได้?
 

     รัฐบาลลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังอยู่ในห้วงพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ในเรื่องความไม่ชอบมาพากลของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ นักการเมือง ในการทำมาหารับประทานโดยไม่เกรงกลัวขื่อแปของบ้านเมือง
 

     วันที่ 5 สิงหาคม 2563 เหตุกิดที่อาคารรัฐสภา ในช่วงของการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 ที่มีการพิจารณางบประมาณของกรมทรัพยากร น้ำบาดาล 1,276 ล้านบาท ระหว่างที่ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กำลังอธิบายโครงการให้พิจารณา ปรากฎว่ามี ส.ส.ในคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ได้ซักถามอย่างหนักหน่วงเพื่อแขวนงบเครื่องขุดน้ำบาลดาล จนกระทั่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลทนไม่ไหวได้เปิดเผยกลางที่ประชุมว่า มีอนุกรรมาธิการบางคนเรียกเงิน 5 ล้านบาท แลกกับการผ่านงบประมาณ แล้วออกจากห้องประชุมไป จนบัดป่านนี้ยังหาตัว ส.ส.ผู้ไร้เกียรติไม่เจอ
 

     แม้ว่าจะมีคลิปเสียงของ ส.ส.คนหนึ่งโทรศัพท์ไปพูดคุยกับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก่อนเข้าห้องประชุม ซึ่งได้มีการปรากฏบทสนทนาดังนี้....
 

     ส.ส. : ถ้าไม่ให้ จะตัดงบประมาณ 1,200 ล้านบาท และจะขอโครงการขุดบ่อบาดาลในภาคอีสาน
 

     อธิบดีน้ำบาดาล:  ไม่ได้ครับ
 

     ส.ส.: ถ้าอย่างนั้นขอ 5 แล้วกัน
 

     อธิบดีน้ำบาดาล: 5% จาก 1,200 ล้านบาทก็เท่ากับ 60 ล้านบาท!
 

     ส.ส.: ไม่ใช่ 5% หมายถึง 5 ล้านบาท
 

     อธิบดีน้ำบาดาล:  จะเอาจากไหนให้?
 

     ส.ส.: ไปขอผู้รับเหมามาสิ
 

     อธิบดีน้ำบาดาล: ทำไม่ได้
 

     ส.ส.: "งั้นเจอกันในห้องประชุม"
 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เปิดคลิปลับ ส.ส.ตบทรัพย์ อธิบดีกรมน้ำบาดาล

อธิบดีน้ำบาดาลแฉ โดนส.ส.เรียกใต้โต๊ะ 5 ล้าน

แฉวิธีรีดใต้โต๊ะ "ศักดา วิเชียรศิลป์" อธิบดีน้ำบาดาล

"อธิบดีน้ำบาดาล" ยันถูกเรียกใต้โต๊ะแลกงบจริง

     ก่อนเข้าห้องประชุม ส.ส.คนดังกล่าวยังนัดอธิบดีมาพูดคุยเพื่อพยายามต่อรองอีกครั้ง ครั้งนี้ลดเหลือ 2 ล้านบาท แต่ไม่สำเร็จ
 

     คณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 นี้ มีใครบ้าง....น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย จากประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ
 

     อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ จากเพื่อไทย รองประธานคนที่หนึ่ง จักรัตน์ พั้วช่วย พลังประชารัฐ รองประธานคนที่สอง ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เพื่อไทย รองประธานคนที่สาม สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ภูมิใจไทย รองประธานคนที่สี่
 

     สุทิน คลังแสง เพื่อไทย ประธานที่ปรึกษาอาวุโส สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ พลังประชารัฐ ประธานที่ปรึกษา สาธิต อุ๋ยตระกูล พลังประชารัฐ โฆษก ผศ.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นักวิชาการเชี่ยวชาญการจัดการน้ำ โฆษก
 

     นันทนา สงฆ์ประชา ประชาภิวัฒน์ เลขานุการ บุญแก้ว สมวงศ์ เพื่อไทย ที่ปรึกษา คมเดช ไชยศิวามงคล เพื่อไทย ที่ปรึกษา
 

     จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ เพื่อไทย ที่ปรึกษา พีรเดช คำสมุทร ก้าวไกล ที่ปรึกษา ฐิตินันท์ แสงนาค ภูมิใจไทย ที่ปรึกษา ธารา ปิตุเตชะ ประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษา
 

     อัฏฐพล โพธิพิพิธ ประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษา ศิริพงษ์ รัสมี พลังประชารัฐ ที่ปรึกษา รณเทพ อนุวัฒน์ พลังประชารัฐ ที่ปรึกษา เจริญ เรี่ยวแรง พลังประชารัฐ ที่ปรึกษา.....
 

     ลึกลับจากห้องประชุมรัฐสภาบอกว่า การเรียกเงินจากข้าราชการรอบนี้มาจาก 2 โครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1.โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรใน 31 จังหวัด งบรวม 922 ล้านบาท 2.โครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อการอุปโภคและบริโภค 22 จังหวัดงบรวม 225 ล้านบาท
 

     นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาบอกว่าให้เลขาธิการรัฐสภาทำหนังสือเชิญป.ป.ช.มาร่วมทีมสอบ เพื่อป้องกันการฟอกกันเองโดยกรรมาธิการกิจการสภาฯ
 

     นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า นายศักดิ์ดา อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ทำรายงานเป็นเอกสารลับส่งมาให้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอให้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นจะยื่นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมธิการชุดใหญ่ไปดำเนินการต่อไป หลังจากนี้ นายศักดิ์ดา ต้องรับผิดชอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อสร้างความกระจ่างกับสังคม
 

     ท่านคิดว่าเรื่องนี้จะมีทางออกอย่างไร....ผมว่า ถ้าสังคมไม่ช่วยกันปกป้อง ในไม่ช้า นายศักดา จะกลายเป็นจำเลย หรือไม่เรื่องก็เงียบหายไปในสายลม....
 

     มาดูอีกกรณีหนึ่ง เปิดเผยออกมาเมื่อ 11 สิงหาคม 2563 นักธุรกิจก่อสร้างเตาเผาขยะร้องเรียนกับนักข่าวช่อง 3 ว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดนทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีคนหนึ่งหลอก ว่าจะช่วยให้ได้งานก่อสร้างโครงการใหญ่ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี มูลค่ารวมกว่า 400 ล้านบาท แต่ต้องมีค่าดำเนินการก้อนแรก 2 ล้านบาท ขอเป็นเงินสด นัดจ่ายวันที่ 3 เมษายน 2563 ที่ด้านหน้ากระทรวงแห่งหนึ่ง แถวถนนราชดำเนิน และยังขอให้จ่ายรายเดือนอีก 3 แสนบาท พร้อมรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยู 1 คัน
 

     ทันทีที่เขาจ่ายเงินเสร็จ ก็ได้ขึ้นไปพบกับรัฐมนตรีคนหนึ่ง และได้รับคำยืนยันว่า จะช่วยดูแลเรื่องของ TOR ของโครงการก่อสร้างให้ ...

     กระทั่งเดือนมิถุนายนไปตรวจสอบก็พบว่า โครงการนี้ไม่มีจริง  นักธุรกิจผู้นี้ชื่อนายโน๊ต แฉว่า ท่านรมต.พูดเลยว่า การทำเรื่องทีโออาร์หรือการทำเรื่องข้าบอร์ดท่านก็ทำให้เต็มที่ ขอให้บอกเมื่อถึงเวลา แต่นายโน๊ตมารู้ทีหลังว่า ไม่มีโครงการนี้อยู่ในปีงบประมาณ 2563...
 

     หลังจากรู้แล้วว่า โครงการนี้ไม่มีจริง จึงพยายามติดต่อทีมที่ปรึกษารัฐมนตรี เพื่อขอเงินและรถคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยง
 

     สุดท้ายคนที่ทำหน้าที่รับเงิน ชื่อ ภาวัต....ยอมคืนรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูมาให้ แต่เงินสดที่ให้ไปกลับเงียบและติดต่อไม่ได้อีก และนี่เป็นคลิปเสียงที่ นักธุรกิจคนนี้เจรจากับทีมที่ปรึกษาเพื่อขอเงินคืน
 

     เรื่องนี้มีเสียงในคลิปของนายโน๊ต...ที่พูดว่า.. กลุ่มของพี่โอ๋กับพี่เอเอาเงินนี้มาเร่ขายกัน แล้วมาเข้าหูโน๊ต พี่คิดว่าโน๊ตจะรู้สึกอย่างไร ถ้าพี่เอาเงิน เอารถ มาคืนผมก็ไม่ว่า ผมก็จะเอาเงินไปคืนเจ้าหนี้ แทนที่จะเอางานมาให้ผม เอาโครงการไปขายคนอื่นอีก คิดว่าผมจะว่าอย่างไร...นี่คือคลิปเสียง
 

     โครงการที่ทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีกล่าวอ้าง คือ โครงการพัฒนาพื้นที่ 55 ไร่ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง มีระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง พฤษภาคม 2563 เป็นโครงการของการท่าเรือ
 

     12 สิงหาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริง ทำความเข้าใจว่าใครผิดใครถูก ซึ่งเป็นความร่วมมือของรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ไม่ได้ขัดแย้งภายใน ต้องตรวจสอบว่า เป็นเรื่องการแอบอ้างและใช่คนที่ถูกกล่าวหาหรือไม่
 

     “ต้องดูหลักฐานพยานต่างๆ ว่าคนที่ถูกแอบอ้างกระทำจริงหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกคน ใครทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการแอบอ้าง”
 

     วันเดียวกัน นายศักดิ์สยาม  รมว.คมนาคม บอกว่า ได้มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ประสานกับผู้เสียหาย เพื่อนำหลักฐานมาแสดง หากหลักฐานมีความชัดเจน มีความน่าเชื่อถือ จะสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต่อไป และขอให้ผู้เสียหายไปแจ้งความตามกฎหมาย...
 

     ขณะที่ นายอธิรัฐ รมช.คมนาคม ยืนยันว่า จากการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ไม่ได้มีอยู่ในแผนงานงบประมาณ ปี พ.ศ.2563 และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณีนี้
 

     “ในส่วนของการเข้าพบตนนั้น โดยปกติจะมีนโยบายเปิดกว้างให้บุคคลต่างๆ เข้ามาพบ และเสนอความคิดเห็นได้ตลอดเวลา ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมีบุคคลเข้ามาพบจำนวนมาก ทั้งการเข้ามาขอความช่วยเหลือ หรือเสนอแนะ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และไม่รู้จักบุคคลที่ปรากฏในข่าว จึงขอยืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง ผมก็ได้ทราบว่า ดร.ภาวัต จะไปแจ้งความดำเนินคดี กับผู้ที่กล่าวหาทำให้ได้รับความเสียหายแล้ว” นายอธิรัฐ ชี้แจง
 

     นายอธิรัฐ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หาข้อมูล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความไปดำเนินการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อเป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว!
 

     13 สิงหาคม 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ต้องไปถามรมช.คมนาคม ซึ่งตนได้กำชับไปว่าต้องไปดูให้ดี เขาก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง และได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ จึงต้องฟังทั้งสองฝ่าย ที่ผ่านมาอาจจะมีวัตถุประสงค์ไม่ดีก่อนปรับ ครม. แต่ก็ผ่านไปแล้ว คิดว่าการให้ร้ายป้ายสีลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ทราบว่านายศักดิ์สยาม จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ แต่คิดว่า คงไม่มีอะไร.....
 

     ผมยก 2 เรื่องมาประกบกัน เพื่อบอกว่า ทางออกของประเทศไทยในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันนั้น มืดบอดดีแท้ในประเทศไทย.....คุณคิดอย่างไร!