thansettakij
thansettakij
สิ่งที่ทายาทรุ่นใหม่ต้องพิจารณา ก่อนเข้าสู่ธุรกิจครอบครัว

สิ่งที่ทายาทรุ่นใหม่ต้องพิจารณา ก่อนเข้าสู่ธุรกิจครอบครัว

10 ก.ย. 60 | 23:15 น.
MP35-3295-1 ปัจจุบันดูเหมือนธุรกิจครอบครัวจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของการพยายามทำให้ทายาทรุ่นต่อไปยอมรับที่จะเข้ามารับช่วงการบริหารธุรกิจของครอบครัวต่อไป ทั้งนี้ทายาทจำนวนมากในปัจจุบันเป็นคนรุ่น Gen M หรือ Millennial Generation ที่เข้ามาทำงานด้วยความคาดหวังและการจัดลำดับความสำคัญที่แตกต่างและมักมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีอิทธิพลต่อทิศ
ทางในอนาคตของธุรกิจครอบ
ครัว และพวกเขาได้รับประโยชน์มากมายจากการเรียนบริหารธุรกิจซึ่งทำให้มีเครื่องมือในการวิเคราะห์สิ่งที่จำเป็นต้องนำมาใช้ในการดำเนินกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและการวางแผนในระยะกลาง ซึ่งการถ่ายโอนกิจการที่กำลังจะมาถึงนี้มีความน่าสนใจและมีความสำคัญมากว่าธุรกิจครอบครัวจะดำเนินไปในทิศทางใด เนื่องจากคนที่จะเข้ามารับช่วงบริหารธุรกิจครอบครัวในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมองและคิดแตกต่างจากผู้บริหารในรุ่นปัจจุบันนั่นเอง

อย่างไรก็ตามการเข้าร่วมในธุรกิจครอบครัวอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสำหรับทุกคน ถือเป็นการตัดสินใจที่มีความเสี่ยงจึงต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ คุณอาจสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจนเติบโตขึ้นเป็นบริษัทในทำเนียบฟอร์จูน 500 โดยสามารถดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องไปได้หลายชั่วอายุคน หรืออาจเป็นเช่นเดียวกับธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ไม่ถึงรุ่นที่ 2 หรือ 3 ยิ่งไปกว่านั้นพลวัตของครอบครัวอาจพังทลายลงทิ้งไว้แต่ความผิดพลาดที่ยาวนานกว่าตัวธุรกิจนั้น ดังนั้น Peter Kurzina อาจารย์จาก MIT Sloan School of Management ได้เสนอแนวทางการพิจารณาเข้าร่วมในธุรกิจครอบครัวของทายาทรุ่นต่อไปว่าควรพิจารณา 6 ประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

1. ซีอีโอมีได้เพียง 1 คนเท่านั้น นึกถึงจุดที่คุณยืนอยู่ในครอบครัว และจุดที่ศักยภาพของคุณจะทำได้เมื่อเข้าไปในธุรกิจ ถ้าคุณอยู่ในรุ่นที่ 2 หรือ 3 อาจมีพี่น้องและญาติหลายคนที่หวังจะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอเช่นกัน จงพิจารณาให้ดีว่าเป้าหมายของคุณคือการเป็นผู้นำระดับสูง
หรือไม่ ถ้าใช่ ให้ถามตัวเองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ใครเป็นผู้แข่งขันในตำแหน่งเหล่านี้
บ้าง ลูกพี่ลูกน้องของคุณเป็น “golden child” (เด็กที่พ่อแม่ทุ่มเทความรักและตามใจเต็มที่) ของครอบครัวหรือไม่ คุณมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดหรือไม่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองของครอบครัวหรือไม่

2. พิจารณาการทำงานภายนอกบริษัทก่อน การทำงานที่บริษัทอื่นจะได้รับประสบการณ์และความรู้โดยไม่คำนึงถึงข้อเสนอแนะและการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ คุณจะได้รับการรับรองความสามารถและผลงานอย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้มั่นใจในความสามารถตนเองมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ธุรกิจครอบครัวในภายหลัง แทนที่จะเป็นเพียง “เด็ก” ซึ่งเป็นลูกชายหรือลูกสาวของเจ้านาย คุณจะนำความเชี่ยวชาญที่แท้จริงมาสู่บริษัท และเป็นสมาชิกที่น่าเคารพของทีม ทั้งนี้ธุรกิจครอบครัวบางแห่งมีข้อกำหนดว่าสมาชิกรุ่นต่อไปจะต้องทำงานภายนอกบริษัทไม่น้อยกว่า 1 ปี

3. อนุญาตให้ตัวเองสามารถเดินออกไปได้ พลังที่แท้จริงของคนรุ่นต่อไปคือการก้าวออกไปจากธุรกิจครอบครัว ซึ่งมีตัวเลือกอื่นมากมาย เช่นการทำงานให้กับบริษัทอื่นหรือการเริ่มต้นตั้งบริษัทใหม่ คุณต้องถามตัวเองว่าการทำงานให้กับธุรกิจครอบครัวเป็นสิ่งที่คุณต้องการจริงๆหรือแค่ลองทำดูก่อน แต่หากคุณตัดสินใจที่จะเดินออกไปแล้วก็ จงเตรียมพร้อมสำหรับความบาดหมางใจบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้

4. จะดีกว่าไหมถ้าครอบครัวจะมีส่วนร่วมในธุรกิจของคุณ ในบางกรณีคุณอาจประสบความสำเร็จในธุรกิจของตัวเองได้มากกว่า ซึ่งเป็นกรณีที่มักพบในสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้มีความสามารถและเป็นคนที่สืบทอดความทะเยอทะยานมาจากผู้ก่อตั้งในครอบครัว แต่อาจไม่ได้รับความยุติธรรมจากการเมืองในครอบครัว ดังนั้นเมื่อธุรกิจครอบครัวไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแล้ว การสนับสนุนพวกเขาให้เริ่มต้นธุรกิจใหม่อาจเป็นหนทางที่ดีกว่าเพื่อให้พวกเขาสามารถเดินตามเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการของตนเองได้ต่อไป

5. ตระหนักถึงความซับซ้อนของธุรกิจครอบครัว สำหรับบริษัทต่างๆเป็นเรื่องยากที่จะดำเนินงานได้โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับครอบครัว ในทำนองเดียวกันพลวัตของครอบครัวอาจเป็นสิ่งที่ท้าทายได้ที่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางธุรกิจ บางครั้งคนหนุ่มสาวปฏิเสธที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ หรือพวกเขาได้เห็นทั้งหมดใกล้ชิดจนเกินไป เช่น เมื่อแม่บ่นกับพ่อเรื่องภรรยาของพี่ชายที่มีรถสะสมเล่นๆ ปัญหาที่ซับซ้อนโดยเฉพาะเกิดขึ้นเมื่อซีอีโอรู้สึกว่าไม่มีใครอื่นที่จะสามารถบริหารธุรกิจได้ เหมือนว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ตลอดไป ความล้มเหลวในการวางแผนสำหรับผู้นำคนต่อไปสามารถฆ่าธุรกิจครอบครัวมาแล้วนักต่อนัก

6. ตระหนักถึงความเสี่ยงในการเข้าสู่ธุรกิจครอบครัว อาจมีข้อเสียในการที่จะเข้าสู่ธุรกิจครอบครัวซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับพี่น้อง ตำแหน่ง สิทธิความเป็นเจ้าของ อำนาจและเงิน ซึ่งหลายครอบครัวถูกทำลายมานักต่อนักจากสิ่งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามมีวิธีหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยการสื่อสาร การกำกับดูแลกิจการที่ดี ความมุ่งมั่นในการวางแผนสืบทอดกิจการและการพัฒนาความสามารถของสมาชิกในครอบครัวที่เป็นคนรุ่นใหม่ จงพิจารณาว่าครอบครัวของคุณจะสามารถลดปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อให้คุณสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้เมื่อธุรกิจครอบครัวเป็นไปด้วยดี อนาคตก็จะสดใสมากและอาจอยู่ได้นานเกิน 3 
รุ่น อย่างไรก็ตามยังไม่อาจเบาใจได้เลยเสียทีเดียว ลองตรวจสอบว่าได้พิจารณาประเมินข้อผิดพลาดและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้วหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่ามีโอกาสในการประสบความสำเร็จสูงสุดต่อไป

ที่มา :
1. PwC. 2016. The ‘missing middle’: Bridging the strategy gap in family firms. Family Business Survey 2016.Available: http://www.pwc.com/gx/en/family-business-services/global-family-business-survey-2016/pwc-global-family-business-survey-2016-the-missing-middle.pdf
2. Kurzina, Peter. 2017. Six Key Issues Millennials Should Consider Before Diving Into A Family Business. Entrepreneurs.FEB 13, 2017. Available: https://www.forbes.com/sites/groupthink/2017/02/13/should-you-go-into-a-family-business/#bd714ed29a49

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,295 วันที่ 10 - 13 กันยายน พ.ศ. 2560

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว