thansettakij
thansettakij
“ธรรมนัส” ปลุกงานวิจัย ดันเกษตรไทยรุกตลาดสากล

“ธรรมนัส” ปลุกงานวิจัย ดันเกษตรไทยรุกตลาดสากล

13 พ.ย. 66 | 11:09 น.
อัปเดตล่าสุด :13 พ.ย. 66 | 11:14 น.

“ธรรมนัส” ดันงานวิจัยนวัตกรรม หนุนเกษตรไทยเจาะตลาดสากล ฟากสวก. ลุยโชว์งานวิจัยเด่น 6 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก เริ่ม 20 - 21 พ.ย.นี้

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า  สำหรับการเยี่ยมชมนิทรรศการตัวอย่างผลงานวิจัยเด่น 6 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) พร้อมมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร ในงานแถลงข่าว การจัดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงผลงานวิจัย และนวัตกรรมด้านการเกษตร เปลี่ยนวิถีเกษตรไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่  20 - 21 พ.ย.นี้ ณ ฮอลล์ 5  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์    

          “ธรรมนัส” ปลุกงานวิจัย ดันเกษตรไทยรุกตลาดสากล     

“จากการที่รัฐบาลมีเป้าหมาย ต้องการให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 4 ปี สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง พัฒนาทรัพยากรเกษตรให้ยั่งยืน เพื่อให้ภาคเกษตรไทยคือผู้นำสินค้าเกษตรในตลาดโลก และหนึ่งในนโยบายที่ให้ความสำคัญ คือ การผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสร้าง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG/Carbon Credit เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรากฐานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของนโยบายต่างๆนี้  คือองค์ความรู้ในการทำการเกษตร และการนำงานวิจัยและนวัตกรรม เข้ามาช่วยเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตร” 
 

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวต่อว่า การที่ สวก. ได้กำหนดจัดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งสำนักงานฯ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ภาคเอกชนและผู้ประกอบการในภาคการเกษตร รวมทั้งกลุ่มเกษตรกร จะได้นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดพัฒนา เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร เกิดการปรับเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การทำเกษตรอัจฉริยะหรือเกษตรแม่นยำ ส่งผลให้เกิดการพลิกโฉมเกษตรไทย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น

“ธรรมนัส” ปลุกงานวิจัย ดันเกษตรไทยรุกตลาดสากล

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่อว่า งานวิจัยและนวัตกรรมด้านเกษตร ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาการทำเกษตรแบบดั้งเดิม ให้ไปสู่การทำ เกษตรกรรมแบบแม่นยำสูงหรือฟาร์มอัจฉริยะ อันจะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ได้ปริมาณผลผลิตสูงขึ้น มีคุณภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมให้กับประเทศ ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตสำคัญของผลผลิตทางการเกษตรของโลกต่อไป
 

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สวก. พัฒนาและเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ มีผลงานที่ผลักดันไปสู่การใช้ประโยชน์แล้วกว่า 900 โครงการ มีผลการประเมินมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมจากการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ รวมกว่า 15,000 ล้านบาท

“ธรรมนัส” ปลุกงานวิจัย ดันเกษตรไทยรุกตลาดสากล

 สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ จึงได้นำงานวิจัยที่ตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพ มีการนำไปใช้จริงและมีการขยายผลแล้ว มาจัดแสดงเป็นไฮไลท์ของงานในโซน 20 ปี ของ สวก. และโซน 6 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก ได้แก่  1) Agritechnology  2) Coffee & Tea  3) Food & Beverage  4) BCG  5) Health & Beauty และ 6) Agricultural Sustainability   

“ธรรมนัส” ปลุกงานวิจัย ดันเกษตรไทยรุกตลาดสากล

นอกจากนี้การจัดงานครั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 เวลา 15.00 น. โดยภายในงานยังมีปาฐกถา และการบรรยายที่น่าสนใจ อาทิ การบรรยาย หัวข้อ เกษตรไทยจะเปลี่ยนไปด้วยวิจัยและพัฒนา โดยท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  การเสวนา หัวข้อ ก้าวทันสภาวะอากาศที่เปลี่ยนไป กับอนาคตเกษตรไทยเปลี่ยนแปลง และหัวข้อนวัตกรรมอาหารไทย สู่ความมั่นคงอาหารโลก