อุบลฯสะพัดปักหมุดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศปี65

26 ตุลาคม 2565

อุบลฯพร้อมจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ประจำปี 2565 ชูยกระดับ Thailand Competitiveness ทางรอดจากวิกฤติซ้อนวิกฤติ คาดมีผู้นำธุรกิจทั่วประเทศนับพันคนเข้าร่วม หอการค้าอุบลฯหวังโชว์ศักยภาพพื้นที่ ที่เติบโตร่วมสมัยในกลิ่นอายอบอุ่นแห่งอัตลักษณ์

อุบลฯสะพัดปักหมุดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศปี65 เปิดเผยว่า หอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี และเครือข่าย มีกำหนดจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 40 ในวันที่ 25-27 พ.ย.2565 ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้หัวข้อ “Connect the dots : Enhancing Thailand Competitiveness”

 

โดยวาระเร่งด่วนที่หอการค้าฯ ตั้งเป้าหมายร่วมกับภาครัฐและเอกชน คือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ที่จะต้องได้รับการสนับสนุนให้เกิดการปรับตัว ด้วยการนำเอา Digital Transformation มาใช้ รวมถึงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นทางออกในการฟื้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤติซ้อนวิกฤติจากนี้ไปจนถึงปี 2566

อุบลฯสะพัดปักหมุดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศปี65

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

คาดว่าตลอดเวลาของการจัดงาน จะมีผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เดินทางมาไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ประกอบด้วยคณะกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัด กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างความคึกคัก และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

 

ทั้งนี้ หากประเทศไทยสามารถยกระดับ Competitiveness ได้ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้ อีกมาก โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย จะเป็นตัวดึงดูดนักลงทุน ตลอดจนกลุ่ม Talent ต่าง ๆ จากทั่วโลก มาทำงานและพักอาศัยระยะยาวในไทย ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อีกมหาศาล เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่จะมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นอกเหนือจากภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออกในปีหน้า

อุบลฯสะพัดปักหมุดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศปี65

 

การยกระดับ Competitiveness จะยิ่งช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในพื้นที่ EEC และเชื่อมั่นว่า จากโมเดลความสำเร็จนี้ จะขยายไปยังระเบียงเศรษฐกิจแห่งใหม่ ๆ ในทุกภาคให้เกิดขึ้นจริง ทั้งระเบียงเศรษฐกิจ ภาคเหนือ (NEC) ภาคอีสาน (NeEC) ภาคกลาง-ตะวันตก (CWEC) และภาคใต้ (SEC)

 

นอกจากนั้นในปี 2566 ถือเป็นปีที่สำคัญอีกปีหนึ่ง ซึ่งหอการค้าไทยจะครบรอบ 90 ปี และมีเป้าหมายสำคัญคือ การยกระดับ Competitiveness ของประเทศไทย โดยหอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด และเครือข่ายทั่วประเทศ จะร่วมกันส่งเสริมความเข้มแข็งของ SME ไทยให้สามารถแข่งขันได้ โดยตั้งเป้าหมายระดมสมาชิกเพิ่ม จาก 1 แสนราย เป็น 2 แสนราย ภายใน 3 ปีข้างหน้า (ภายในปี 2568) 

 

สำหรับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงจ.อุบลราชธานี ที่ยังมีน้ำท่วมสูง เชื่อว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้ ส่วนภาคกลางตอนล่างสถานการณ์น้ำยังคงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลายน้ำ และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ 

 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และหอการค้าไทย ได้ยกระดับการประเมินตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วม จาก 5,000-10,000 ล้าน บาท เป็น 22,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นภาคเกษตร 10,000 ล้านบาท และนอกจากภาคเกษตร 12,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าว จะกระทบหนักในบางจังหวัดและบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งอาจจะกระทบในระยะสั้น โดยเฉพาะในด้านการขนส่งที่ยากลำบากขึ้น แต่จะไม่กระทบในระยะยาว จึงประเมินว่าจะกระทบต่อจีดีพีประเทศ ประมาณ 0.21%  นายสนั่น กล่าว

 

ด้านนายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะจังหวัดเจ้าภาพร่วมจัดสัมมนา กล่าวว่า จ.อุบลราชธานี เคยได้รับโอกาสในการจัดงานสัมมนาฯ ครั้งที่ 16 ในปี 2542 หรือกว่า 23 ปีที่แล้ว ได้สร้างตำนานหมูยอยักษ์ ซึ่งเป็นหมูยอขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ทุกคนรู้จักหมูยอเมืองอุบลฯมาจนทุกวันนี้ 

นายมงคล จุลทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ จังหวัดได้ประสานความร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนองค์กรภาคเอกชนทุกแห่ง ยืนยันว่าจังหวัดมีความพร้อม ในการจัดงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความปลอดภัย และจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศ ที่จะเดินทางมาเยี่ยมเยือนจ.อุบลราชธานีในครั้งนี้ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัด หลังจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่คลี่คลายลง

 

ด้านนายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวเสริมว่า ในฐานะตัวแทนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด หอการค้าจังหวัดทุกจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมแรงร่วมใจและจุดประกายให้กับทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม 

 

โดยหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ระดมความเห็นและจัดลำดับความสำคัญ ในการปลุกเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดอุบลราชธานี ให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็ว ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมคลี่คลายลง เพื่อเตรียมนำเสนอต่อหอการค้าไทยในปลายนี้ ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ แนวทางการสร้างประโยชน์จากการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว

 

การขยายผลโมเดลการเลี้ยงโคไทย ให้กลายเป็นโคเนื้อระดับพรีเมียม การส่งเสริมโครงการ “1 หอ 1 Happy Model” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม BCG โครงการท่องเที่ยวเลียบริมโขง 7 จังหวัด ตั้งแต่เลยถึงอุบลราชธานี เร่งรัดการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ลาว-ไทย แห่ง ที่ 6 (นาตาล-ละคอนเพ็ง) และข้อเสนอจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำลุ่มนน้ำภาคอีสาน เป็นต้น

 

ด้านนายมงคล จุลทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะหอการค้าจังหวัดเจ้าภาพร่วมจัดสัมมนา ยืนยันการเตรียมความพร้อม และมองโอกาสของการจัดงานนี้ เป็นการเปิดประตูต้อนรับผู้เข้าร่วมงานสัมมนาฯ จากทั่วประเทศ ให้ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ที่มีความเจริญก้าวหน้า มีความร่วมสมัย แต่ยังคงมีกลิ่นอายของชาว จ.อุบลราชธานี ให้ได้สัมผัสกันอย่างอบอุ่น

 

นอกจากนี้ยังมีนายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุบลราชธานี นายสมชาติ พงคพนาไกร ประธานจัดงานของ หจว.อุบลราชธานี ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี ผู้อำนวยการ สสปน. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ต.อ. ดร.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 รศ.ดร.ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย นวัตกรรม และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ร่วมแถลงความพร้อมในการจัดเตรียมงาน

 

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรี และผู้นำภาคเอกชนหลายท่าน มาร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ สำคัญ ๆ อาทิ Enhancing Economic Performance for Thailand Competitiveness : ฟื้นเศรษฐกิจไทย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลัง  การเพิ่มความสามารถในการ แข่งขันของภาคธุรกิจไทย ยุค 5.0 โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  

 

Enhancing Business Efficiency : โลกเปลี่ยน เราปรับ โดย นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ Accenture ประเทศไทย Enhancing Trade Facilitation for Thailand Competitiveness : เปิดการค้าไทย มิติใหม่สู่สากล โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นต้น 

 

โดยภายหลังจากการระดมสมองของนักธุรกิจทั่วประเทศ หอการค้าไทยจะจัดทำข้อเสนอแนะ และแนวทางในการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย รวบรวมเป็นสมุดปกขาวเสนอให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ชลธิษ จันทรสิงห์/รายงาน