thansettakij
thansettakij
เปิดใจชีวิตหลังเกษียณ ”อำพันธุ์ เวฬุตันติ” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

เปิดใจชีวิตหลังเกษียณ ”อำพันธุ์ เวฬุตันติ” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

27 ก.ย. 65 | 11:23 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ย. 65 | 18:48 น.

"ทำดีได้ดี” เปิดใจชีวิตหลังเกษียณ ”อำพันธุ์ เวฬุตันติ” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 39 ปีชีวิตข้าราชการ จากลูกชาวสวนผลไม้ สู่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร

การกล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งของ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์”นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ” แก่ผู้บริหาร ข้าราชการในงานประชุมสัมมนาวิชาการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ประจำปี 2565 หัวข้อ “การตรวจสอบบัญชีกับความท้าทายของโลกยุคใหม่”

 

ได้ให้ข้อคิดผ่านประสบการณ์การทำงานตลอดระยะเวลา 39 ปีชีวิตราชการที่น่าสนใจอย่างยิ่ง 

 

แม้จะใช้เวลานั่งบริหารกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในตำแหน่งอธิบดีในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 5 เดือนเศษ แต่รู้สึกผูกพันเหมือนอยู่มานาน 5 ปี เป็นบ้านที่มีความอบอุ่นมีแต่คนเก่ง คนดี คนมีวินัยทำให้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ในหลาย ๆ เรื่อง  

เปิดใจชีวิตหลังเกษียณ ”อำพันธุ์ เวฬุตันติ” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

จากลูกชาวสวนผลไม้แห่งเมืองแปดริ้วที่ต่อสู้ดิ้นรนจนก้าวมาถึงผู้นำสูงสุดขององค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนานัปการ ทำให้เขาก้าวผ่านมาได้ในที่สุด

 

“ผมลูกชาวสวนพ่อแม่ทำสวนผลไม้ที่ฉะเชิงเทรา เรียนหนังสือก็ไม่เก่ง ผลการเรียนปานกลางแต่ไม่ตก แต่เป็นคนชอบทำกิจกรรม จึงมีเพื่อนเยอะตอนจบม.ศ.5 คิดอย่างเดียวเรียนอะไรก็ได้จบแล้วจะได้ไปช่วยพ่อแม่ ไม่ต้องขอสตังค์พ่อแม่ใช้ มีน้องอีกสองคนจะได้มาช่วยกัน”นายอำพันธุ์ย้อนอดีตในวัยเรียน หลังจบมัธยมศึกษาก็สอบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก่อนสอบบรรจุราชการที่กรมปศุสัตว์ได้และถูกส่งไปอยู่หน่วยปราบปรามโรคที่จ.นครศรีธรรมราช จึงเริ่มต้นชีวิตราชการครั้งแรกที่นี่

เปิดใจชีวิตหลังเกษียณ ”อำพันธุ์ เวฬุตันติ” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

ชีวิตราชการส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ทางภาคใต้ ไล่ตั้งแต่นครศรีฯ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ก่อนย้ายมาภาคตะวันออกในตำแหน่งปศุสัตว์จ.สระแก้ว ก่อนขยับขึ้นมาเป็นผู้บริหารกรมปศุสัตว์ในตำแหน่รองอธิบดีแล้วโยกมากินระดับ10 รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ก่อนมารับตำแหน่งอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จนเกษียณอายุราชการ

 

“ตอนประกาศผลสอบกรมปศุสัตว์ ผมอยู่อันดับ180 จากทั้งหมด 200 คน เลือกลงตามลำดับคะแนน คนที่ได้อันดับอันดับต้น ๆ ได้เลือกก่อน ส่วนผมไม่ต้องเลือกเขาส่งไปอยู่หน่วยปราบโรค จ.นครศรีธรรมราช 20 คนสุดท้ายไปอยู่ภาคใต้ทุกคน ผมอยู่นครศรีฯ สุราษฎร์ อยู่นานที่สุดคือชุมพร อยู่จากปี 2526 จนกระทั่งเกิดพายุเกย์ในปี 2531 ถึงได้ย้ายกลับ จำได้ก่อนวันพายุเกย์เกิด ผมกลับมาบ้านแล้ววันที่นั่งรถกลับไปทำงานซ้ายขวาราบเรียบหมดทั้งแต่ปะทิว ท่าแซะ หน่วยผมตั้งอยู่ที่อ.ท่าแซะ”เขาเล่าประสบการณ์ชีวิตราชการ  จากยุคเริ่มต้นจนก้าวมาสู่ตำแหน่งสูงสุดขององค์กร

เปิดใจชีวิตหลังเกษียณ ”อำพันธุ์ เวฬุตันติ” อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์

“ครั้งแรกที่ทราบว่ามาอยู่ที่นี่รู้สึกกังวลใจมาก เพราะรู้จักมีแค่ 3 ท่าน ท่านแรกพี่โอภาส(โอภาส ทองยงค์) สองพี่เป็ด(บริสุทธ์เปรมประพันธ์)เจอกันบ่อยมาก อีกท่านรองครรชิต(ครรชิต สุขเสถียร) ผมรู้จักเท่านี้จริง ๆ ไม่นับผู้ร่วมงานบางจังหวัดและไม่เคยคิดว่าต้องมาอยู่ที่กรมตรวจ แต่เมื่อผู้บังคับบัญชาไว้วางใจก็ต้องทำให้ได้ ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดตลอดระยะเวลา 5 เดือนเศษที่อยู่ที่นี่”อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวเปิดใจ 

 

เขายอมรับว่าโชคดีมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่โครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรที่ดีมาก เพราะไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ากรมตรวจบัญชีสหกรณ์มีของดี มีโครงสร้างที่ดี มีทรัพยากรบุคคลในองค์กรที่ยอดเยี่ยม มีการวางคน วางแนวทางที่เป็นระเบียบและเป็นบรรทัดฐานที่ดีให้กับบุคคลากรในองค์กร  ทำให้ไม่เหนื่อย จากเดิมที่มีความกังวล จนทำให้ หายกังวล และสามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างเต็มที่


อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวถึงนโยบายการพัฒนาภารกิจของกรมใน 2 เรื่องหลักคือ งานสอบบัญชีกับงานสอนบัญชี ซึ่งจะต้องทำงานบูรณาการเชิงรุกและจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้สาธรณชนทราบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเรามีผลิตภัณฑ์ที่ดีมากที่ได้คิดค้นขึ้นมา  ทั้งระบบเทคโนโลยี ไอทีแอพพลิเคชั่น โปรแกรมต่าง ๆ รวมทั้งระบบควบคุมภายใน ทำให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น  

 

โดยจากนี้ไปกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จะต้องเน้นการพัฒนาใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย บุคลากร แผนงานและงบประมาณ เรื่องแรกเรื่องบุคลากร วันนี้เรามีบุคลากรจำนวนทั้งสิ้น 2,471 ราย กว่าครึ่งเป็นข้าราชการ ส่วนที่เหลือเป็นพนักงานราชการและลูกจ้างเหมา บอกตามตรงว่าสุดยอดทุกคน เก่งทั้งวิชาการ หลักการและวินัย แต่ก็ต้องพัฒนาต่อไปเพื่อให้เก่งมากกว่านี้ มีคุณภาพมากกว่านี้  

 

“เรื่องคนตรงไหนมีตำแหน่งว่างให้ทำเลย ทำแบบไม่ต้องถึงฤดูกาล ข้าราชการคนใดขอย้ายก็ให้เขาย้าย จะได้สมความตั้งใจ เขาจะได้มีกำลังใจในการทำงาน ถ้ามีตำแหน่งว่างไม่มีคุณสมบัติผู้บรรจุ ขอบัญชีจากกรมอื่นบอกไม่เอา นโยบายผมว่างทุกตำแหน่งเปิดสอบทุกตำแหน่งจะไม่ขอบัญชีจากกรมใดทั้งสิ้น”นายอำพันธุ์ย้ำ โดยให้เหตุผลว่าจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าบรรดาพนักงานราชการ ลูกจ้าง คนเหล่านี้เก่งและมีความสามารถมาก  ที่สำคัญเขามีประสบการณ์แล้ว ถ้าได้บรรจุราชการที่เขาสังกัดก็จะทำงานได้ทันที  อีกทั้งยังต้องการให้คนเหล่านี้มีการเจริญเติบโตมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น

 

นายอำพันธุ์กล่าวต่อว่าส่วนเรื่องที่สองแผนงาน มั่นใจว่าปีงบประมาณ 2566 แผนงานจะดีขึ้น ถึงแม้จะประสบปัญหาด้านบุคลากรและงบประมาณที่มีอยู่น้อยนิด ทำให้เกรงว่าเมื่อตั้งตัวชี้วัดท้าทายกลัวทำไม่ได้ แต่แผนก็คือแผน ไม่รู้อนาคต แต่เรารู้องค์ประกอบ ถ้าทำไม่ได้ก็ชี้แจงได้  ไม่เป็นไปตามตัวชี้วัดเราก็มีเหตุผลชี้แจง ไม่ต้องกังวลและมีตัวช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพก็คือเครื่องมือและเทคโนโลยี

 

และสุดท้ายเป็นเรื่องงบประมาณ เช่นเดียวกับกรมอื่น ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้เพิ่ม มีแต่จะลดลง อย่างงบประมาณปี 2566 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้มาทั้งสิ้น 1,222 ล้านบาทเกือบจะเป็นตัวเลขเดียวกับปี 2565 โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเป็นงบลงทุนจำนวน 4 ล้านกว่าบาท  ขณะที่งบดำเนินงานและงบบุคลากรยังใกล้เคียงกับของเดิมโดยมีการปรับลดลงเพียง 1 แสนบาทเท่านั้น ถือเป็นการปรับลดน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกรมในกระทรวงเกษตรฯ  

 

ในตอนท้ายนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ฝากข้อคิดและชีวิตการทำงานแก่ข้าราขการในสังกัดไว้ว่าการทำงานจะสำเร็จได้จะต้องมีพวกต้องมีเพื่อน มนุษย์เราเป็นสังคม ไปอยู่ที่ไหนคบหาสมาคมไว้แล้วนำสั่งดี ๆ มีประโยชน์กับคนที่เราคบหามาใช้ให้เกิดประโยชย์เกิดความสมดุลในการใช้ชีวิต  พร้อมทิ้งท้ายด้วยคติประจำใจในการทำงานของตัวเองไว้ว่า”ทำดีได้ดี”ชีวิตมีเท่านี้จริง ๆ