
TSTE รุก OEM อาหารพร้อมทาน ชิงตลาดแฟรนไชส์-ส่งออกดันเป้า 3 ปีพันล้าน
TSTE เปิดตัวธุรกิจอาหารเต็มรูปแบบในงาน THAIFEX 2569 ชูจุดแข็ง OEM One Stop Service เจาะลูกค้าไทย-ต่างประเทศ ดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทใน 3 ปี
KEY
POINTS
- TSTE ขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการรับจ้างผลิต (OEM) อาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวแบบครบวงจร
- มุ่งเน้นบริการ OEM อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ที่เก็บได้นานกว่า 1 ปี เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าแฟรนไชส์และตลาดส่งออก
- ตั้งเป้าหมายผลักดันยอดขายจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้แตะระดับ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี
นายชนะชัย ชุติมาวรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีเอสทีอี จำกัด (มหาชน) หรือ TSTE เปิดเผยว่า ปี 2569 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของบริษัท ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรุกธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวอย่างเต็มรูปแบบ หลังต่อยอดจากธุรกิจหลักด้านโลจิสติกส์ ท่าเรือ และอุตสาหกรรมวัตถุดิบอาหารในเครือ สู่การเป็นผู้ให้บริการรับจ้างผลิตสินค้าอาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร (OEM One Stop Service)
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำบริษัทในเครือร่วมออกบูธในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 เพื่อแสดงศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารครบวงจร รองรับลูกค้า OEM ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง ปัจจุบันกลุ่ม TSTE มีโรงงานอาหารรวมทั้งหมด 8 โรงงาน
แตกไลน์ขนมขบเคี้ยว เจาะตลาดโปรตีนสแนค
สำหรับกลุ่มขนมขบเคี้ยว บริษัทเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด ทั้งสาหร่ายแซนด์วิช สาหร่ายนอกกรอบ รวมถึงเปิดตัวสินค้าใหม่ภายในงาน อาทิ ขนมจากเนื้อปลาซูริมิ ขนมจากแป้ง เช่น ทองม้วนรสชาติใหม่ ตลอดจนกลุ่มโปรตีนสแนคและโปรตีนบาร์ โดยผลิตภัณฑ์สามารถทำได้ทั้งภายใต้แบรนด์ “Koriko” และรูปแบบรับจ้างผลิต OEM ให้กับลูกค้า
เปิดบริการ OEM อาหารพร้อมรับประทาน
ในส่วนธุรกิจอาหาร บริษัทเปิดบริการ OEM อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Retort Sterilizer ซึ่งช่วยยืดอายุสินค้าได้นานมากกว่า 1 ปี ในรูปแบบซองพร้อมรับประทานโดยไม่ต้องแช่เย็น
รูปแบบดังกล่าวเหมาะกับเครือร้านอาหารและแฟรนไชส์ที่ต้องการควบคุมมาตรฐานรสชาติให้เหมือนกันทุกสาขา รวมถึงกลุ่มอาหารเพื่อการยังชีพ อาหารสำหรับกองทัพ ภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ อาหารเด็ก อาหารผู้สูงอายุ และอาหารไทยสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก
รับผลิต OEM เครื่องดื่มครบวงจร
ด้านธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัทสามารถรับผลิต OEM เครื่องดื่มหลากหลายประเภท ทั้งน้ำผลไม้ปรุงแต่งรส น้ำสมุนไพร และเครื่องดื่มอื่น ๆ ผ่านระบบ Sterile Hot Filling ตามมาตรฐานสากล
พร้อมรองรับบรรจุภัณฑ์ทั้งรูปแบบขวด ขวดแช่แข็ง และถุงแช่แข็งสำหรับการส่งออก เพื่อช่วยคงรสชาติสินค้าให้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด
นายชนะชัยกล่าวว่า การขยายธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และขนมขบเคี้ยวครบวงจร จะช่วยเสริมศักยภาพให้กลุ่ม TSTE ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการ OEM ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาสูตร การผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยบริษัทตั้งเป้าผลักดันยอดขายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแตะระดับ 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี
จากธุรกิจท่าเรือ สู่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร
สำหรับ TSTE เริ่มต้นธุรกิจจากการให้บริการท่าเรือและคลังสินค้าสำหรับขนถ่ายน้ำตาล บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 150 ไร่ บริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย ก่อนขยายสู่ธุรกิจโลจิสติกส์ ท่าเรือขนถ่ายสินค้าเทกอง สินค้าแบบกระสอบ และธุรกิจท่าเรือคอนเทนเนอร์ผ่านบริษัทร่วมทุน
นอกจากนี้ ยังลงทุนในธุรกิจโรงงานผลิตแป้งสาลี ภายใต้ TMILL ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันพืชและบรรจุภัณฑ์ ผ่านบริษัท ที เอส อุตสาหกรรมน้ำมัน จำกัด และบริษัท ที เอส โปรแพค จำกัด
ซื้อ NBF ต่อยอดแบรนด์ “Koriko”
ในปี 2565 บริษัทได้รุกเข้าสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างจริงจัง ผ่านการเข้าซื้อกิจการ Nature Best Food หรือ NBF ผู้นำเข้าและแปรรูปสาหร่ายสำหรับอุตสาหกรรมอาหารรายแรกของประเทศไทย
พร้อมต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตนเองภายใต้ชื่อ Koriko ซึ่งมีผลิตภัณฑ์สาหร่ายแซนด์วิชและสาหร่ายนอกกรอบเป็นสินค้าหลัก
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทได้แต่งตั้ง เก่ง หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง นภัสกร ปิงเมือง เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างมากขึ้น






