thansettakij
thansettakij
TTAA ค้านเก็บภาษีคนไทยเดินทางต่างประเทศ 1,000 บาท กระทบท่องเที่ยว ร้องคลังทบทวน

TTAA ค้านเก็บภาษีคนไทยเดินทางต่างประเทศ 1,000 บาท กระทบท่องเที่ยว ร้องคลังทบทวน

11 ต.ค. 69 | 06:05 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ต.ค. 69 | 07:03 น.

TTAA ค้านเก็บภาษีคนไทยเดินทางต่างประเทศ 1,000 บาท ร้องคลังทบทวน ชี้เพิ่มภาระประชาชน กระทบธุรกิจท่องเที่ยว ย้ำการกำหนดนโยบายภาษีควรส่งเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนแก่ประชาชนโดยไม่จำเป็น

KEY

POINTS

  • สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ที่เสนอเก็บจากคนไทย 1,000 บาทต่อครั้ง และเรียกร้องให้กระทรวงการคลังทบทวน
  • ชี้ว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างภาระให้ประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม และอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวขาเข้า ซึ่งขัดกับนโยบายผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน
  • ระบุว่าการเก็บภาษีใหม่เป็นการซ้ำเติมปัญหาโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจนำเที่ยว (VAT Outbound) ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

11 ตุลาคม 2569 นางกัลญาณี อัสนี นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) หรือ ทีทีเอเอเปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า สมาคมได้ทำหนังสือถึง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คัดค้านการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากบุคคลสัญชาติไทย 

ทั้งนี้การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ....
ตามที่กรมสรรพากรได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... โดยมีข้อเสนอให้จัดเก็บภาษีจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ในระยะแรกสำหรับการเดินทางทางอากาศในอัตรา 1,000 บาทต่อคนต่อครั้ง และกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้ไว้ไม่เกิน 5,000 บาท
ต่อครั้งนั้น

สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ในฐานะองค์กรตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ ขอแสดงจุดยืนคัดค้านการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจากบุคคลสัญชาติ
ไทย เนื่องจากเห็นว่ามาตรการดังกล่าวขาดความเหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน และอาจก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางกว่ารายได้ภาษีที่รัฐคาดว่าจะได้รับ โดยมีเหตุผลสำคัญดังต่อไปนี้

ประการแรก การเดินทางออกนอกราชอาณาจักรมิใช่ฐานภาษีที่สะท้อนความสามารถในการเสียภาษีของประชาชน การกำหนดภาษีในอัตราคงที่ต่อการเดินทางหนึ่งครั่ง โดยไม่คำนึงถึงวัตถุประสงค์ ความจำเป็น หรือฐานะทางเศรษฐกิจของผู้เดินทาง ย่อมสร้างภาระที่ไม่เท่าเทียม

อีกทั้งการเดินทางระหว่าง
ประเทศในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งการค้า การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพ
ของบุคลากร มิใช่เพียงการนำเงินออกไปใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในต่างประเทศดังเช่นมองทางเศรษฐกิจ

ประการที่สอง ภาษีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่ออุดสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวขาเข้า การเพิ่มต้นทุนการเดินทางย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้ความต้องการเดินทางทางอากาศลดลง ขณะที่สายการบินต้องอาศัยปริมาณผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกในการประเมินความคุ้มค่าของเส้นทางบิน 

หากปริมาณผู้โดยสารขาออกลดลงจนกระทบต่อความคุ้มค่าของการให้บริการ อาจนำไปสู่การปรับลดลดความถี่หรือ
จำนวนที่นั่ง และลดแรงจูงใจในการเปิดเส้นทางบินใหม่ ผลกระทบจึงมิได้จำกัดอยู่เฉพาะการเดินทางออกนอกประเทศ แต่ยังอาจกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสวนทางกับนโยบายผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค

ประการที่สาม การจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (VAT Outbound) ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยหลักการแล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มมุ่งจัดเก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการตามประเทศปลายทาง (Destination Principle)

แต่ผู้ประกอบการนำเที่ยว
ต่างประเทศของไทยยังมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการนำเที่ยวที่รวมต้นทุนสินค้าและบริการซึ่งเกิดขึ้นและบริโภคในต่างประเทศ เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร และบริการท่องเที่ยวในประเทศปลายทาง ทั้งที่ต้นทุนเหล่านั้นอาจมีภาษีของประเทศปลายทางรวมอยู่แล้ว และไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครดิตภาษีซื้อในประเทศ
ไทยได้

สมาคมฯ ได้เสนอให้ภาครัฐทบทวนปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเห็นว่าโครงสร้างการจัดเก็บในปัจจุบันก่อให้เกิดภาระภาษีสะสม และไม่สอดคล้องกับหลักการจัดเก็บภาษีตามประเทศที่มีการบริโภคอย่างแท้จริง การกำหนดภาษีขาออกเพิ่มเติมจึงเท่ากับเพิ่มภาระต่อการเดินทางต่างประเทศ 

ขณะที่ปัญหาภาษีเดิมซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข
ด้วยเหตุผลข้างต้น สมาคมฯ จึงขอให้กระทรวงการคลังทบทวนหลักการร่างพระราชบัญญัติฯ

โดยยกเว้นบุคคลสัญชาติไทยจากการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีการเด็นทางออกนอกราชอาณาจักร และพิจารณาแก้ไขปัญหา VAT Outbound ให้สอดคล้องกับหลักการจัดเก็บภาษีตามประเทศที่มีการบริโภค ก่อนกำหนด
ภาระภาษีประเภทใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศ

สำหรับการจัดเก็บภาษีจากผู้เดินทางสัญชาติอื่น สมาคมฯ มีข้อห่วงกังวลเพิ่มเติมว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตรา 450 บาทต่อคน หากมีการจัดเก็บภาษีขาออกอีก 1,000 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่ในเกณฑ์อาจต้องรับภาระจากทั้งสองมาตรการในการเดินทางครั้งเดียวกัน

สมาคมฯ จึงขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาความจำเป็น วัดฤประสงค์และภาระรวมของมาตรการทั้งสองอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การจัดหารายได้ของรัฐกลายเป็นปัจจัยปั่นทอนความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

นอกจากนี้ สมาคมฯ มีข้อสังเกตต่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยเฉพาะการตอบแบบสอบถามผ่านระบบอนไลน์ที่ยังมีข้อจำกัดในการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้แสดงความคิดเห็นซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล 

รวมถึงถ้อยคำของคำของคำถามข้อที่อาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการตีความ เช่น คำถามเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ซึ่งไม่สามารถสะท้อนจุดยื่นของผู้ที่คัดค้านการจัดเก็บจากคนไทย แต่มีความเห็นแตกต่างต่อการจัดเก็บจากชาวต่างชาติได้อย่างชัดเจน 

สมาคมฯ จึงขอให้มีการทบทวนรูปแบบการรับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ก่อนน้ำผลดังกล่าวไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย

สมาคมฯ ขอเรียนว่า การพิจารณามาตรการภาษีดังกล่าวควรประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน มิใช่พิจารณาเฉพาะรายได้ภาษีที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ แต่ต้องคํานึงถึงผลต่อประชาชนผู้ประกอบการ ความเชื่อมโยงทางการบิน และศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาวด้วย