
สุรศักดิ์ ถกคลังเก็บภาษีเดินทางออกนอก รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซ้ำซ้อน ค่าเหยียบแผ่นดิน
รมว.ท่องเที่ยว ยอมรับไม่ทราบมาก่อนคลังจ่อเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติ เตรียมหารือ “เอกนิติ” ชี้ซ้ำซ้อน "ค่าเหยียบแผ่นดิน" ต้องกำหนดแนวทางให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศ
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศกับผู้เดินทางทุกสัญชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- นายสุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แสดงความกังวลว่าการเก็บภาษีดังกล่าวจะซ้ำซ้อนกับ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" ที่มีแผนจะเก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติขาเข้าอยู่แล้ว
- รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อหาข้อสรุป เนื่องจากเกรงว่าการเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนทั้งขาเข้าและขาออกจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวและภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศ
- เปิดสาระสำคัญร่างการจัดเก็บภาษีขาออกต่างประเทศ ของคลัง ที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น
8 ตุลาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า จากกรณีที่กระทรวงการคลังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบภายใต้ร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดการทำประชาพิจารณ์ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ซึ่งในร่างมีการระบุว่า มีการจัดเก็บรวมทุกสัญชาติ
รมว.ท่องเที่ยวงงยังไม่ทราบมาก่อน คลังจ่อเก็บภาษีเดินทางออกนอก รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เรื่องนี้ผมก็ยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนของการจัดเก็บชาวต่างชาติขาออกแต่อย่างใด ในระดับนโยบายก็ไม่เคยมีการหารือ หรือได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เพราะที่ผ่านมาก็รับทราบว่ากระทรวงการคลังจะจัดเก็บคนไทยที่เดินทางออกไปต่างประเทศ เพื่อนำเงินที่ได้จากภาษีมาใช้ดำเนินการโครงการในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่าง เที่ยวคนละครึ่ง หรือ ไทยเที่ยวไทยพลัส ในอนาคต เพื่อไม่ต้องพึงเงินสนับสนุนจากรัฐบาล
เร่งหารือเอกนิติ หวั่นกระทบท่องเที่ยว เก็บภาษีซ้ำซ้อนค่าเหยียบแผ่นดิน
ดังนั้นในเบื้องต้นผมเตรียมประสานงานเพื่อขอเอกสารร่างประชาพิจารณ์มาศึกษาอย่างละเอียด พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงการคลัง รวมถึงต้องหารือกับรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”
โดยมองว่าจำเป็นต้องมีการนัดหารือร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน และหากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ก็ต้องกำหนดแนวทางให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศ
เนื่องจากการจัดเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านความเห็นชอบตาม พ.ร.บ. ไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ที่จะจัดเก็บขาเข้าประเทศไทย
แต่หากกระทรวงการคลัง จะจัดเก็บภาษีออกนอกประเทศกับชาวต่างชาติทุกสัญชาติเพิ่มเติม และเก็บคนไทยที่เดินทางออกด้วย ซึ่งจะจัดเก็บตอนขาออกจากประเทศไทย ก็จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) ของประเทศญี่ปุ่น และการจัดเก็บค่า PSC จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องจ่ายเงินทั้งตอนเดินทางเข้าและตอนเดินทางออก
ปัจจุบันประเทศไทยก็มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสาร (PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศอยู่แล้ว 1,000 กว่าบาท และเตรียมจะจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน ก็มองว่าหากคลังจะจัดเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มก็จะซ้ำซ้อน หากหน่วยงานมีอำนาจดำเนินการจริง ควรเลือกจัดเก็บเพียงช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น ไม่ควรจัดเก็บทั้งขาเข้าและขาออกพร้อมกัน เพราะจะสร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นอกจากนี้ก็ยังมองว่าในกรณีการจัดเก็บเงินคนไทยนั้นมีกฎหมายเดิมรองรับอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้งดการจัดเก็บไว้ ซึ่งหากจะนำกลับมาบังคับใช้จะต้องมีการออกระเบียบใหม่ขึ้นมารองรับ แต่สำหรับกรณีการเรียกเก็บเงินจากชาวต่างชาติขาออกเพิ่มเติมนั้น ก็ต้องดูว่าจะต้องมีระเบียบหรือกฎหมายข้อใดมารองรับอำนาจการจัดเก็บดังกล่าวเพิ่มเติมอีกหรือไม่
อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ หลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. …. ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อปรับปรุงการจัดเก็บภาษีให้เข้ากับบริบทเศรษฐกิจ ปฏิบัติตามกรอบวินัยการเงินการคลัง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ….
1.ขอบเขตผู้เสียภาษี (จัดเก็บทุกสัญชาติ)
ปรับเปลี่ยนจากหลักการเดิมในปี 2526 ที่เคยจัดเก็บเฉพาะคนไทยและคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย มาเป็นการ จัดเก็บผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ (รวมทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่เดินทางออกจากไทย)
2.อัตราภาษีและเพดานจัดเก็บ
- ระยะแรก จัดเก็บเฉพาะ การเดินทางทางอากาศ ในอัตรา 1,000 บาท/ครั้ง ส่วนการเดินทางทางบกและทางน้ำได้รับการยกเว้นชั่วคราว
- เพดานภาษีสูงสุด กำหนดกรอบไว้ไม่เกิน 5,000 บาท/ครั้ง ตามที่จะกำหนดในกฎกระทรวง
3.กลไกการเรียกเก็บและวันบังคับใช้
- วิธีการชำระภาษี สายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารจะเป็นผู้เรียกเก็บภาษีรวมไปกับค่าตั๋วโดยสารก่อนเดินทาง
- วันเริ่มบังคับใช้ มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ไม่มีผลย้อนหลังกับผู้ที่ซื้อตั๋วโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้)
4.กลุ่มผู้ได้รับยกเว้นภาษี (อ้างอิงเกณฑ์ PSC ขาออก)
- พระบรมวงศานุวงศ์
- ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ
- ราชอาคันตุกะ
- เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี
- ลูกเรือ/ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งที่ไม่ได้เสียค่าโดยสาร
- ผู้โดยสารผ่าน (Transit) ที่อยู่ภายในบริเวณสนามบิน
- คณะผู้ตรวจขององค์การห้ามอาวุธเคมี และผู้โดยสารยานพาหนะของราชการ
5.บทลงโทษกรณีฝ่าฝืน/หลีกเลี่ยง
- เบี้ยปรับ สูงสุด 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
- เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม
- โทษทางพินัย สำหรับผู้แจ้งข้อมูลเท็จหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษี







