
ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดกลยุทธ์ AWC ดันกองรีท AWR จาก 5 หมื่นล้าน ทะยานสู่ 3 แสนล้านบาท ใน 5 ปี
AWC ประกาศยุทธศาสตร์ใหญ่ ปั้น AWR REIT กองทรัสต์มัลติเซกเตอร์ระดับโลก ขยายขนาดพอร์ตโฟลิโอจากเริ่มต้น 5 หมื่นล้านบาท ใน 5 โครงการล็อตแรก พุ่งทะยานสู่ 3 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี
KEY
POINTS
- ทายาทเจ้าสัวเจริญ ประกาศกลยุทธ AWC ครั้งใหญ่ จัดตั้งกองรีท AWR เปรียบเสมือน "ฟาร์มแม่ไก่ทองคำ"
- AWC จัดตั้งกองทรัสต์ AWR REIT โดยตั้งเป้าหมายขยายขนาดสินทรัพย์ให้มีมูลค่าแตะ 3 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี
- กองทรัสต์จะเริ่มต้นด้วยสินทรัพย์คุณภาพสูง 5 โครงการ (โรงแรม 4 แห่ง และอาคารสำนักงาน 1 แห่ง) มูลค่ารวมกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท และจะเติบโตจากการทยอยโอนสินทรัพย์จาก AWC ในอนาคต
- กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงของ AWC โดยเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้สามารถรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองรีท และนำเงินทุนกลับมาใช้พัฒนาโครงการใหม่
25 กันยายน 2569 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เผยว่า AWC จะปรับบทบาทองค์กรสู่การเป็น "Development Engine" หรือเครื่องยนต์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูง พร้อมเตรียมจัดตั้ง "AWR REIT" กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust) มัลติเซกเตอร์
AWC ดันกองรีท AWR ทะยานสู่ 3 แสนล้านบาท ใน 5 ปี
โดยกองรีท AWR จะเปิดประเดิมด้วยพอร์ตสินทรัพย์ตั้งต้นคุณภาพระดับพรีเมียม 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการโรงแรม 4 แห่ง และอาคารสำนักงาน 1 แห่ง มูลค่าขั้นต่ำตามที่คณะกรรมการอนุมัติที่ 48,449 ล้านบาท เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนรวมระดับสองหลัก (Double-Digit Total Return) ให้แก่นักลงทุน และวางเป้าหมายขยายขนาดกองทรัสต์จาก 50,000 ล้านบาท สู่ 300,000 ล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปี
ผ่านการทยอยโอนย้ายสินทรัพย์จาก Visible Pipeline ของ AWC ที่มีรองรับอยู่อีกถึง 177 โครงการ รวมถึงอีก 9 โครงการที่เตรียมพร้อมเข้าสู่ AWR REIT ในระลอกถัดไป
โดยตั้งเป้าให้ AWR REIT กลายเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่เป็น "Must Own REIT" สำหรับนักลงทุนสถาบันและรายย่อยทั้งในและต่างประเทศ
พร้อมคาดหวังว่าจะสามารถช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งสถาบัน และรายย่อยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาในตลาดทุนไทยอย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าขนาดการเสนอขาย IPO อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 30,000 ล้านบาท)
ทั้งนี้ในอดีต AWC ถือครองทรัพย์สินทั้งหมดไว้บนงบการเงินของตัวเอง 100% ส่งผลให้พอร์ตโฟลิโอขยายตัวอย่างรวดเร็วจาก 9.6 หมื่นล้านบาทในช่วง IPO ขึ้นมาแตะระดับกว่า 2.24 แสนล้านบาทในปัจจุบัน
แต่การถือสินทรัพย์สร้างเสร็จไว้บนงบทั้งหมด(Asset Heavy) กลับทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นไม่สามารถรับรู้มูลค่าที่แท้จริง หรือกระแสเงินสดและผลตอบแทนรวม (Total Return / Capital Gain) จากการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินได้อย่างเต็มที่
โดยนักลงทุนรับรู้ผลตอบแทนหลักในรูปของเงินปันผลหรือ Dividend Yield เท่านั้น โดยยังไม่สามารถรับรู้ผลตอบแทนรวมจากมูลค่าสินทรัพย์ที่เติบโตขึ้นได้อย่างเต็มที่
การจัดตั้งกองรีท AWR จึงเข้ามาแก้โจทย์นี้อย่างตรงจุด โดยการนำทรัพย์สินที่เติบโตเต็มที่และมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง ออกมารับรู้กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สิน
การจัดตั้ง AWR REIT นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าแท้จริงของ AWC ในตลาดหลักทรัพย์ โดยนับตั้งแต่ IPO ที่ราคา 6 บาท บนมูลค่าสินทรัพย์ตามบัญชี 96,000 ล้านบาท ปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ของ AWC ได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 224,000 ล้านบาท ทว่าราคาหุ้นในตลาดกลับซื้อขายอยู่ที่เพียงครึ่งหนึ่งของราคา IPO เนื่องจากนักลงทุนยังไม่สามารถประเมินการรับรู้กระแสเงินสดในช่วงที่บริษัทเร่งพัฒนาสินทรัพย์ได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ AWC มีมูลค่าส่วนต่างการปรับมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Gain) สะสมในกลุ่ม Commercial Property สูงถึง 45,000 ล้านบาท ที่ยังไม่เคยรับรู้ การขายสินทรัพย์เข้า AWR REIT ในรอบแรกนี้จะ
ทำให้ AWC เริ่มรับรู้ Fair Value Gain ออกมาประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกระแสเงินสด และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ราคาหุ้น AWC สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงกลับคืนมา
ขณะเดียวกันก็เป็นการรีไซเคิลเงินทุนเพื่อให้ AWC นำไปใช้พัฒนาโครงการใหม่ๆ ช่วยให้โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น ภายใต้โมเดลใหม่ AWC จะทำหน้าที่เป็น Development Engine เปรียบเสมือนการเลี้ยง "แม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ"
ปั้น AWR REIT เป็นฟาร์มแม่ไก่ทองคำ"
โดยคุณวัลลภา เปรียบเปรยไว้ว่า AWC คือ Development Engine หรือเปรียบเหมือนฟาร์มที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกไก่ให้เจริญเติบโต จนกลายเป็น “แม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ" และเลือกที่จะย้ายแม่ไก่ที่ออกไข่ทองคำเหล่านี้ ไปไว้ใน AWR ซึ่งเปรียบเสมือน "ฟาร์มแม่ไก่ทองคำ"
เพื่อให้แม่ไก่เหล่านี้ทำหน้าที่ออกไข่ทองคำ สร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอในรูปแบบปันผลรายไตรมาสให้แก่นักลงทุนผู้ถือหน่วยทรัสต์อย่างยั่งยืน ในขณะที่ AWC ก็จะทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์พัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อป้อนแม่ไก่ตัวใหม่ๆ เข้าสู่ฟาร์ม AWR ต่อไปในอนาคต
ความพิเศษของการจัดตั้งกอง REIT ในครั้งนี้ คือการคัดสรรทรัพย์สินคุณภาพระดับพรีเมียมในรูปแบบ Freehold จำนวน 5 โครงการแรก เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอเบื้องต้น ด้วยมูลค่าการจำหน่ายรวมขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า 4.84 หมื่นล้านบาท
โดยวางหมุดหมายเตรียมยื่น Filing และเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นหนึ่งในกอง REIT ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและน่าจับตามองที่สุดในตลาดทุนไทย
โดย AWC จะใช้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการตั้งแต่เริ่มต้น (Incubate & Develop) จนกระทั่งสินทรัพย์สร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่แข็งแกร่ง จากนั้นจึงทำการโอนย้ายสินทรัพย์ที่เติบโตเต็มที่แล้วเข้าสู่แพลตฟอร์ม AWR REIT
การปรับโมเดลนี้ทำให้ AWC สามารถรับรู้ Total Return และกำไรจากการพัฒนาสินทรัพย์ (Capital Gain / Development Profit) เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงสร้างรายได้ในอนาคตของ AWC จะแบ่งออกเป็น รายได้ประจำ (Recurring Income) ประมาณ 70% และ กำไรจากการขาย/บริหารจัดการสินทรัพย์ (Capital Gain) อีกประมาณ 30% ซึ่งถือเป็นกลไกที่สร้างการเติบโตทั้งแบบยั่งยืนและสามารถขยายขนาดได้อย่างรวดเร็ว (Scalable and Sustainable Growth)
เปิดรายชื่อ 5 ทรัพย์สิน AWR มูลค่ากว่า 4.8 หมื่นล้านบาท
1.โครงการดิ เอ็มไพร์ (The Empire) มูลค่าราว 25,107 ล้านบาท
อาคารสำนักงาน Grade A และ Lifestyle Destination ระดับไอคอนิกที่ใหญ่ที่สุดใจกลางย่าน CBD กรุงเทพฯ มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ (NLA) รวม 158,021 ตารางเมตร และพื้นที่อาคารรวม (GFA) กว่า 316,000 ตารางเมตร ตอบโจทย์ผู้เช่ากลุ่มองค์กรชั้นนำ โดยมี บริษัท เอดับบลิวซี คอมเมอร์เชียล พร็อพเพอตี้ แมเนเจอร์ จำกัด (AWR-R) เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์
2. โครงการโรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย (Banyan Tree Samui) มูลค่าราว 6,463 ล้านบาท
รีสอร์ตหรูระดับ Luxury All-Pool Villas จำนวน 88 หลัง ตั้งอยู่บนเนินเขาโอบล้อมอ่าวส่วนตัว ณ หาดละไม เกาะสมุย มีพื้นที่อาคารรวม (GFA) 25,727 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยอัตราการเติบโตของ RevPAR CAGR ที่ 9.6% ในช่วง 3 ปี และ EBITDA CAGR สูงถึง 11% ตลอด 13 ปีที่ผ่านมา
3. โครงการโรงแรมพัทยา แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort & Spa) มูลค่าราว 6,100 ล้านบาท
โรงแรมระดับ Upper-Upscale ตั้งอยู่บริเวณนาจอมเทียน พัทยา ให้บริการห้องพักและซูทจำนวน 287 ห้อง พื้นที่อาคารรวม (GFA) 30,898 ตารางเมตร ถูกวางตำแหน่งให้เป็น Active Energy Destination มีจุดเด่นด้านสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวและกิจกรรมสวนน้ำ
4. โครงการโรงแรมมีเลีย เกาะสมุย (Meliá Koh Samui) มูลค่าราว 5,895 ล้านบาท
รีสอร์ตริมหาดเชิงมน เกาะสมุย จำนวนห้องพักและซูท 200 ห้อง พื้นที่อาคารรวม (GFA) 25,408 ตารางเมตร ผสมผสานเสน่ห์การเดินเรือภาคใต้ของไทยเข้ากับมาตรฐานบริการระดับสเปน เป็นทรัพย์สินที่สร้างผลงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมี RevPAR CAGR สูงถึง 23.5% และ EBITDA CAGR สูงถึง 22.7% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
5. โครงการโรงแรมบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท (Banyan Tree Krabi) มูลค่าราว 4,884 ล้านบาท
รีสอร์ตหรูตั้งอยู่ริมหาดทับแขก จังหวัดกระบี่ มีห้องพักประเภท Luxury Suites และ Villas รวม 72 ยูนิต พื้นที่อาคารรวม (GFA) 20,666 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์เรื่องราวตำนาน "พญานาค" และฮวงจุ้ยมงคลติดเขาหนองนาคหันหน้าสู่ทะเลอันดามัน เห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาจากทุกห้องพัก และเป็นที่ตั้งของศูนย์ Hydrotherapy ที่ใหญ่ที่สุดในกระบี่
ในส่วนของกำหนดการและกระบวนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทวางเป้าหมายที่จะเสนอขาย IPO และนำหน่วยทรัสต์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป
ทั้งนี้ AWC มีแผนเข้าจองซื้อหน่วยทรัสต์ AWR ในสัดส่วนไม่เกิน 28% เพื่อคงความเป็นพันธมิตรและเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว พร้อมวางสัดส่วนผู้ถือหน่วยทรัสต์เป็นนักลงทุนในประเทศมากกว่า 50% และนักลงทุนสถาบันต่างชาติไม่เกิน 50%
นอกจากนี้ AWC ยังได้เตรียมทัพทรัพย์สินคุณภาพสูงอีก 9 โครงการใน Pipeline เพื่อเข้าทำการศึกษาและเตรียมโอนย้ายเข้าสู่กองทรัสต์ในอนาคต เป็นล็อตต่อไป ประกอบด้วยโครงการแลนด์มาร์กชั้นนำ เช่น
- โรงแรมแมริออท กรุงเทพ เดอะ สุรวงศ์
- โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค
- โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา
- โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงเทพ สุขุมวิท
- โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยาง บีช
- โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท บีชคลับ
- โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
- โรงแรมเดอะ โฮเทล พลาซ่า แอทธินี โนบุ แบงค์คอก
- โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล







