thansettakij
thansettakij
ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดใจดัน AWC ตั้งกอง REIT AWR มูลค่า 50,000 ล้านบาท  เทรดปีนี้

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองรีท AWR 5 หมื่นล้าน เทรดปีนี้ ดึงนักลงทุนทั่วโลก

14 ส.ค. 69 | 11:04 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 15:26 น.

ทายาทเจ้าสัวเจริญ เปิดใจดัน AWC ตั้งกอง REIT AWR มูลค่า 50,000 ล้านบาท เตรียมดึงทรัพย์สินทรัพย์สินคุณภาพ 5 แห่งเข้ากองรีทในช่วงแรก มุ่งเป้าเสนอขายภายในปีนี้ ทั้งไตรมาส 2 ปีนี้ โกยกำไรทะลุ 1 พันล้านบาท เดินหน้าตามแผน 5 ปีลงทุน 1 แสนล้านบาท

KEY

POINTS

  • บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เตรียมจัดตั้งกองทรัสต์ (REIT) ใหม่ชื่อ AWR โดยตั้งเป้ามูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 50,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2569
  • กอง REIT จะเน้นลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพประเภท Freehold (กรรมสิทธิ์สมบูรณ์) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
  • การจัดตั้งกองทุนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ "Integration Real Estate Platform" เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัท
  • ในช่วงแรกจะคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ 5 โครงการเข้ากองทุน และมีแผนจะเติมสินทรัพย์เข้ากองทุนอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 2 โครงการ
  • ไตรมาส 2 ปี 2569 AWC กำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% 
  • เดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปี ทุ่ม 1 แสนล้านบาท ดันพอร์ตโรงแรมแตะ 35 แห่ง 

วันนี้ (วันที่ 14 สิงหาคม 2569) นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC เตรียมจะจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ภายใต้ชื่อ“บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป รีทท์ จำกัด” หรือ AWR

AWC ตั้งกอง REIT AWR มูลค่า 3-5 หมื่นล้านบาท

โดยวางเป้าหมายมูลค่าทรัพย์สินรวม 30,000-50,000 ล้านบาท และเตรียมแผนเสนอขาย IPO หน่วยทรัสต์แก่นักลงทุนไทยและต่างประเทศ ภายในปี 2569 นี้ เพื่อสร้างโมเดลการเติบโตที่ยั่งยืนและดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC

การจัดตั้งกองรีด AWR เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ "Integration Real Estate Platform"ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มหน่วยธุรกิจ แต่เป็นการผนึกพลังเพื่อสร้างกลไกที่ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับรู้คุณค่าทั้งในด้านกำไรจากส่วนต่างมูลค่าทรัพย์สิน (Capital Gain) และผลตอบแทนรวม (Total Return) อย่างต่อเนื่อง 

โมเดลนี้จะเน้นการนำสินทรัพย์ประเภท Freehold (กรรมสิทธิ์สมบูรณ์) เข้าสู่กองทุน เพื่อให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของทรัพย์สินคุณภาพสูง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวที่เป็นจุดแข็งของประเทศ 

 

โดย AWC จะคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพเริ่มต้น 5 โครงการ พร้อมเติมพอร์ตปีละ 2 แห่ง จากปัจจุบัน AWC มีโครงการในพอร์ตโฟลิโอ รวมทั้งสิ้น 61 โครงการ (จากเดิม 58 โครงการ และอนุมัติเพิ่มใหม่ 3 โครงการ) 

"การเริ่มต้นของกอง AWR ทางบริษัทจะคัดเลือกทรัพย์สินระดับพรีเมียมเข้ามาในช่วงแรกประมาณ 5 โครงการนอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการเติบโตในระยะยาว โดยจะส่งสินทรัพย์เข้ากองรีทอย่างต่อเนื่อง ปีละประมาณ 2 โครงการ ตามขนาดและสเกลที่เหมาะสม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแบบยั่งยืนผ่านแพลตฟอร์มนี้"

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองรีท AWR  5 หมื่นล้าน เทรดปีนี้ ดึงนักลงทุนทั่วโลก

นางวัลลภา กล่าวต่อว่า โครงสร้างทางการเงิน  AWC รักษาต้นทุนทางการเงิน (Cost of Capital) ไว้ได้ในระดับต่ำเพียง 2.46% และมีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) ที่สูง ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกองรีทในระยะยาว 

การจัดตั้งกองรีท AWR ในครั้งนี้จึงจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ AWC สามารถรับรู้มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ (Fair Value) ซึ่งตามสถิติมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน (Land Appreciation) เฉลี่ยสูงถึง 9-14% ต่อปี  และจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก 

ทั้งนี้ AWR จะเป็นบริษัทย่อยมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 29.99 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2,999,999 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดย AWC ถือหุ้น 99.99997% และบริษัท เอดับบลิวซีเพื่อธุรกิจ 2 จำกัด ถือหุ้น 0.00003% คาดว่าจะจดทะเบียนจัดตั้งแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569

AWR จะทำหน้าที่เป็นผู้ก่อตั้งกองทรัสต์ และภายหลังการจัดตั้งกองทรัสต์แล้วเสร็จจะทำหน้าที่ผู้จัดการกองทรัสต์ต่อไป โดยรายได้เชิงพาณิชย์ของบริษัทย่อยจะเริ่มรับรู้หลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

นางวัลลภา ยังกล่าวต่อว่า AWC จะเป็น "Developer Engine" หรือกลไกหลักในการพัฒนาโครงการนั้น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ "Integration Real Estate Platform" ที่ทางบริษัทกำลังผลักดันเพื่อยกระดับอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่ระดับสากล ส่วน AWR จะเป็นความมั่นคงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ถือหุ้นรับรู้คุณค่าของทรัพย์สินได้ครบถ้วน มีอัตราผลตอบแทน yield ที่ชัดเจน

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองรีท AWR  5 หมื่นล้าน เทรดปีนี้ ดึงนักลงทุนทั่วโลก

มั่นใจจุดขายโครงการคุณภาพ Freehold ดึงนักลงทุนทั่วโลก

อย่างไรก็ตามแม้ในสภาวะที่ตลาดการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในกองรีท (REIT) เนื่องจากปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำให้เหล่านักลงทุนบางส่วนเกิดความลังเลใจ แต่เรามั่นใจว่ากองรีท ของ AWC ที่เป็นโครงการคุณภาพ อย่างยั่งยืน และเป็น freehold จะเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดผู้ลงทุนได้

AWC โกยกำไรไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,468 ล้านบาท 

ส่วนการเติบโตของ AWC ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลในสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล

ผลประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2569

 

โดยมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่นในทุกกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มโรงแรม (Hospitality)  เติบโต 10% โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างพัทยาและเชียงใหม่ที่สร้างสถิติรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ การฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 9.7% 

สำหรับสัดส่วนรายได้ห้องพักมาจากตลาดไทย 11% จีน 13% สหรัฐฯ 11% สิงคโปร์ 5% สหราชอาณาจักร 5% และอินเดีย 4% ทำให้พอร์ตลูกค้ามีความหลากหลายมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนการจองตรงอยู่ในระดับสูงถึง 70% ผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก อาทิ Marriott, Hilton, IHG, Accor, Melia, Nobu และ Hyatt 

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ตั้งกองรีท AWR  5 หมื่นล้าน เทรดปีนี้ ดึงนักลงทุนทั่วโลก

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial)  เติบโต 14% กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านโมเดล AWC's Lifestyle Destination โดยเฉพาะความสำเร็จของ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น จากการต่อยอดด้วย Jurassic World: The Experience

ตามมาด้วย SkyFlyers: Wings of Garudapterus และการเปิดให้บริการ Better World Better Future ณ Hatch Dome อย่างเต็มรูปแบบ ที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าใช้บริการ

ในด้านกลยุทธ์การตลาด AWC ประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักเดินทางกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะการเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาใช้บริการในเครือ AWC เพิ่มขึ้นถึง 32% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ขณะที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ก็เติบโตขึ้น 11% จากการพัฒนาโมเดล F&B Lifestyle ในโครงการต่างๆ 

สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (On-The-Book) เพิ่มขึ้น 30%  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการจัดงานระดับโลกในประเทศไทย เช่น การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings ในกรุงเทพฯ และTomorrowland ที่พัทยา 

กางแผน 5 ปี ลงทุน 1 แสนล้าน ดันพอร์ตโรงแรมแตะ 35 แห่ง 

อีกทั้งในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569 - 2573) AWC วางงบลงทุนรวมประมาณ 100,000 ล้านบาท เพื่อขยายทั้งธุรกิจ Hospitality และ Commercial พร้อมเพิ่มขนาดพอร์ตสินทรัพย์และจำนวนโครงการในทำเลศักยภาพ แบ่งเป็น 

  • Hospitality (ธุรกิจโรงแรม

ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนห้องพักจาก 7,250 ห้อง ในปี 2569 ซึ่งประกอบด้วย 25 โรงแรม 17 แบรนด์ เป็น 9,312 ห้อง ในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 28% ภายใต้ 35 โรงแรม 21 แบรนด์ โดยมีโครงการใหม่ เช่น Fairmont Bangkok Sukhumvit เข้ามาเสริมพอร์ต 

  • Commercial (ธุรกิจค้าปลีก

ตั้งเป้าขยายพื้นที่จาก 504,000 ตารางเมตรในปี 2569 เป็น 660,000 ตารางเมตรในปี 2573 เพิ่มขึ้น 31% ผ่านโครงการใหม่และการพัฒนาทรัพย์สินเดิม อาทิ ลานนาทีคเชียงใหม่ และ เวิ้งนครเกษมตรงเยาวราช 

นอกจากการขยายสินทรัพย์ AWC ยังวางโครงสร้างทางการเงินเพื่อรองรับการลงทุนระยะยาว โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 0.92 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงจาก 2.54% ในเดือนมีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 2.46% 

โดยอายุเฉลี่ยของหนี้อยู่ที่ 2.9 ปี และมีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) 3.85 เท่า โครงสร้างหนี้แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว 55% และอัตราดอกเบี้ยคงที่ 45% พร้อมวงเงินสินเชื่อที่พร้อมใช้สูงถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับงบลงทุน