
ไทยเที่ยวไทยพลัส เลื่อนโครงการ เปิดใช้สิทธิ์ จากปลายปีนี้ ออกไปเป็นโลว์ซีซั่น ปี 2570
ไทยเที่ยวไทยพลัส เลื่อนเปิดใช้สิทธิ์รัฐบาล สนับสนุนค่าโรงแรม 1 ล้านสิทธิ์ ออกไปเป็นปีหน้า รมว.ท่องเที่ยว เผยเป็นหมัดเด็ดกระตุ้นท่องเที่ยวโลว์ซีซัน ปี 2570 ส่วนเงื่อนไขการใช้สิทธิ ยังเหมือนเดิม รัฐสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน พร้อมแจก คูปองดิจิทัล Co-payment เมืองหลัก 1,500 บาทต่อวัน เมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ถูกเลื่อนการเปิดใช้สิทธิ์จากเดิมปลายปี 2569 ไปเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ประมาณเดือนเมษายน 2570
- เหตุผลหลักของการเลื่อนคือเพื่อใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากช่วงไฮซีซั่นมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากอยู่แล้ว
- แม้จะมีการเลื่อนโครงการ แต่วงเงินงบประมาณ 4,000 ล้านบาท และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ค่าที่พักและคูปองดิจิทัล ยังคงเงื่อนไขเดิม
- ในระหว่างนี้ รัฐบาล จะผลักดัน โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในปี 2569 นี้ไปก่อน
16 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนั้น ขณะนี้มีแนวโน้มที่จะการเลื่อนระยะเวลาดำเนินโครงการออกไปจากเดิมคือ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นเริ่มต้นดำเนินโครงการในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ประมาณช่วงเดือนเมษายน ปี 2570 เป็นต้นไปแทน
ไทยเที่ยวไทยพลัส เลื่อนโครงการออกไปเป็นช่วงโลว์ซีซัน ปี 2570
การเลื่อนการใช้สิทธิ ในโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ออกไปก่อน เพื่อไปใช้ช่วงโลว์ซีซัน ปีหน้า เนื่องจากมีการหารือร่วมกันทั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระดับกระทรวง และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ นั้น เห็นพ้องตรงกันว่า จำเป็นต้องมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว
แต่มีความเห็นแย้งเรื่องช่วงเวลา โดยเห็นว่าไม่ควรอัดฉีดงบประมาณในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า
เนื่องจากเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันอยู่แล้ว โรงแรมต่างๆ มีผู้เข้าพักเต็มเป็นปกติ ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงดังกล่าวได้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เต็มที่และน่าเสียดายงบประมาณที่วางไว้
เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ไทยเที่ยวไทยพลัส ยังคงเดิม ตามที่เคาะไว้แล้ว
โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส วางกรอบวงเงินงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน
พร้อมแจก คูปองดิจิทัลแบบร่วมจ่ายสัดส่วนที่ 50 ต่อ 50 แบ่งเป็นเมืองหลัก 1,500 บาทต่อวัน เมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน โดยหลักการ เงื่อนไข รายละเอียด และกรอบงบประมาณเดิมทั้งหมดถือว่า ได้รับการเห็นชอบในเบื้องต้น และมีการกันวงเงินไว้อย่างแน่นอนแล้ว
แต่ช่วงเวลาที่กำหนดเดิมให้เริ่มต้นเดินทางเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนนี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยมีช่วงงดใช้สิทธิ (Blackout Period) หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลปีใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2569 – 15 มกราคม 2570 ซึ่งมีความกังวลว่า หากดำเนินโครงการแบบเว้นระยะหรือเป็นช่วงฟันหลอแบบนี้ อาจส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่ต่อเนื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้
ไทยเที่ยวไทยพลัส กันงบไว้แล้ว 4,000 ล้านบาท
จากการหารือร่วมกับรัฐมนตรีท่านอื่นนั้น เสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้รวบยอดไปจัดทำครั้งเดียวหลังจากผ่านพ้นช่วงปีใหม่ไปแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจ โดยมีกรอบงบประมาณเดิมที่กันไว้เพื่อดำเนินโครงการแล้ว เพียงแต่เป็นการสับเปลี่ยนช่วงเวลาเท่านั้น
โดยยืนยันว่า ได้มีการกันงบประมาณไว้แล้วอย่างแน่นอน จำนวนประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้งานที่ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งงบประมาณก้อนนี้เป็นการตัดแบ่งออกมาจากงบก้อนเดียวกับพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก้อนแรกที่สามารถใช้ได้
ชู "ไทยช่วยไทยพลัส" กระตุ้นเศรษฐกิจไปก่อน
ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม หรือไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจต้องยกประโยชน์ให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่จะมีการต่ออายุโครงการเพิ่มเติม ทำหน้าที่กระตุ้นการเดินทางของประชาชนล่วงหน้าไปก่อนประมาณ 2–3 เดือนจนถึงสิ้นปีนี้
จากนั้นจึงจะเริ่มนำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวตัวใหม่วงเงิน 4,000 ล้านบาทนี้มาใช้ต่อในช่วงโลว์ซีซั่น ที่เป็นช่วงปิดเทอม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พาบุตรหลานเดินทางท่องเที่ยวแบบเป็นครอบครัวได้มากขึ้น
รอสะเด็ดน้ำก่อนชงครม.
อีกทั้งจากการสำรวจความเห็นภาคเอกชน พบว่าผู้ประกอบการบางราย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม เห็นตรงกันว่าการจัดโครงการในช่วงไฮซีซั่นจะไม่เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากห้องพักเต็มอยู่แล้ว รวมถึงนักท่องเที่ยวมีการวางแผนเดินทางล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว แต่ขณะนี้ต้องบอกว่า ยังมีความคิดเห็นที่หลากหลายมากในส่วนของผู้ประกอบการ
เพราะบางฝ่ายมองว่า อาจมีผู้ประกอบการรายอื่นที่ห้องพักยังไม่เต็ม หรือสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อีก ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการกลับไปหารือกับภาคเอกชนอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครอบคลุมทุกฝ่าย
ตอนนี้จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยจะรอให้รายละเอียดและช่วงเวลาการดำเนินงานได้ข้อสรุปอย่างชัดเจน หรือสะเด็ดน้ำก่อน เมื่อตกผลึกกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการที่แน่นอนแล้ว จึงจะนำเข้าที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
โดยมองว่า การเลื่อนเวลาดำเนินโครงการออกไปก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ขอเพียงให้มีโครงการเกิดขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เศรษฐกิจก็พอ นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย







