
เซ็นทารา ปักธง เมืองรอง ขยายแบรนด์ เซ็นทาราไลฟ์ โรงแรมเชนแห่งแรกในราชบุรี
“เซ็นทารา” เดินหน้าปักหมุดธุรกิจโรงแรมสู่เมืองรอง โดยได้นำแบรนด์ “เซ็นทารา ไลฟ์” เข้ามาบริหาร ภายใต้ชื่อ “เซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี” ซึ่งนับว่าเป็นโรงแรมเชนแห่งแรกของจังหวัดราชบุรี
KEY
POINTS
- เซ็นทาราขยายธุรกิจสู่เมืองรอง เปิดตัว "เซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี" ซึ่งนับเป็นโรงแรมเชนแห่งแรกของจังหวัดราชบุรี
- โรงแรมเป็นการเข้าบริหารและรีแบรนด์จากโรงแรมท้องถิ่นเดิม เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด
- หลังการรีแบรนด์ โรงแรมมีรายได้และอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น 15-20% โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 90%
เปิดเกมส์รุก “เซ็นทารา” เดินหน้าปักหมุดธุรกิจโรงแรมสู่เมืองรอง โดยได้นำแบรนด์ “เซ็นทารา ไลฟ์” เข้ามาบริหาร ภายใต้ชื่อ “เซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี” ซึ่งนับว่าเป็นโรงแรมเชนแห่งแรกของจังหวัดราชบุรี ที่ไม่เพียงจะขยายโอกาสทางธุรกิจ ยังได้เข้ามาช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลง และการเติบโตด้านการท่องเที่ยวให้กับเมืองรองแห่งนี้ด้วย
จากโรงแรมท้องถิ่น สู่เชนแห่งแรกราชบุรี
เดิมโรงแรมแห่งนี้ชื่อ "โรงแรมวิศมา ราชบุรี” ซึ่งเป็นโรงแรมท้องถิ่น เปิดให้บริการมากว่า 4 ปี ต่อมาทางเจ้าของโรงแรม คือ นางสาววาสนา เหล่าวณิชวิศิษฎ และ นางสาวขวัญใจ เหล่าวณิชวิศิษฎ เจ้าของโรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี และผู้สืบทอดธุรกิจครอบครัวด้านเหมืองหิน โรงโม่หิน และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ต่างมีวิสัยทัศน์ต้องการยกระดับราชบุรีให้ก้าวข้ามการเป็นเพียง “เมืองรอง” สู่การเป็น Destination ที่มีศักยภาพ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของจังหวัดในระยะยาว ผ่านการพัฒนาโรงแรมมาตรฐานสากลร่วมกับ เซ็นทารา เพื่อรองรับและส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงดึงดูดกลุ่มธุรกิจและ MICE ให้เข้ามาในจังหวัดมากขึ้น
สอดคล้องกับ “เซ็นทารา” ก็มองโอกาสศักยภาพการเติบโตที่สูงมากของจังหวัดราชบุรี จึงทำให้ทั้งเจ้าของโรงแรมและเชนเซ็นทารา จึงตกผนึกในการเข้ามาบริหารโรงแรมดังกล่าว ภายใต้ชื่อ “โรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี” ซึ่งเซ็นทารา ได้เข้ามารับบริหารเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ล่าสุดพร้อมเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการแล้ว
นางสาวศิราภา อเนกสิทธิสิน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ วิศมา ราชบุรี เผยว่า โรงแรมนี้ ถือว่าเป็นโรงแรมเชนแห่งเดียวในจังหวัดราชบุรี และตั้งอยู่ใจกลางเมือง เราจึงวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อนและการทำงาน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีให้เติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ซึ่งเซ็นทารา ก็มองว่า ราชบุรีถือเป็นเมืองรอง ที่มีศักยภาพสูงและมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งด้านวัฒนธรรม โบราณสถาน วิถีชุมชน และร้านอาหารดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อ
โดยจากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดราชบุรี มีการฟื้นตัวและเติบโตอย่างก้าวกระโดดหลังวิกฤตโควิด หายไปกว่า 200% จากในปี 2564 ที่นักท่องเที่ยวลดลงเหลือ 771,942 คน ขยับขึ้นมาเป็น 2.36 ล้านคนในปี 2566 และในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 3.1 ล้านคน กว่า 90% เป็นนักท่องเที่ยวไทย
สำหรับการเข้าบริหารโรงแรมนี้ของเซ็นทารา ด้วยความที่โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่สร้างใหม่ และเปิดมาไม่นาน ทำให้เมื่อรีแบรนด์เป็น เซ็นทารา ไลฟ์ ในแง่ของโปรดักซ์จึงไม่ต้องปรับปรุงอะไรมากนัก เพียงแต่มีการปรับปรุง จุด“Touch Point” และมาตรฐานการบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานแบรนด์ (Brand Standard) เท่านั้น
โรงแรมยังมีจุดเด่นที่สำคัญ คือการนำ “ดินสีชมพู” ซึ่งเป็นดินท้องถิ่นที่ใช้ทำโอ่งมังกรอันเป็นสัญลักษณ์ของราชบุรี มาใช้ตกแต่งผนังภายในโรงแรมเพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นโรงแรมสไตล์ Minimal Modern ผสานเสน่ห์ท้องถิ่นเข้ากับความทันสมัยของโรงแรม
หลังรีแบรนด์โรงแรมรายได้โต 15-20%
ทั้งนี้หลังการรีแบรนด์โรงแรม จากความแข็งแกร่งของ “เซ็นทารา” ทำให้โรงแรมมีรายได้และอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นถึง 15-20% เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการ ความสะอาด และความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีสมาชิกของ Centara The1 ที่เลือกมาพักเพราะความเชื่อมั่นในแบรนด์และการสะสมคะแนน
ปัจจุบันโรงแรมมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) สูงถึง 100% ในช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาเฉลี่ยอยู่ที่ 70% และตั้งเป้าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีไว้ที่ 90% ส่วนปีหน้าคาดการณ์การเติบโตของรายได้และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7-10% กลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นนักท่องเที่ยวไทย คิดเป็นสัดส่วน 90%
โดยส่วนใหญ่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง แบ่งสัดส่วนเป็น กลุ่มท่องเที่ยว (Leisure) 60% ซึ่งมักเข้าพักเต็ม 100% ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นกลุ่มประชุมสัมมนา (MICE) ที่เข้ามาประชุม สัมมนา และดูงาน จากหน่วยงานราชการ เช่น มหาวิทยาลัย หรือ อบจ. หรือภาคเอกชน ที่เข้ามาใช้บริการในวันธรรมดา คิดเป็นสัดส่วน 35% กลุ่มอื่นๆราว 5%
ทั้งนี้ราชบุรีไม่ได้มีเพียงกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (Leisure) เท่านั้น แต่ตัวเมืองราชบุรีกำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีนิคมอุตสาหกรรมราชบุรีตั้งอยู่ใกล้โรงแรมเพียง 15 นาที และมีอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว เช่น โรงไฟฟ้า โรงงานน้ำมะพร้าว โรงงานน้ำตาล และโรงงานแป้ง ส่งผลให้มีกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate) และกลุ่มราชการที่ต้องการสถานที่พักและจัดประชุมสัมมนาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
โดยโรงแรมก็มีห้องประชุม 2 ห้อง ห้องใหญ่จุผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุด 300 คน ส่วนอีกห้อง จะผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุด 50-60 คน รวมถึงห้องพักและสวีท ดีไซน์ทันสมัยกว่า 69 ห้อง และห้องอาหาร Terra Bar & Café บริการอาหารไทยและนานาชาติ ที่พร้อมรองรับได้
เพราะโรงแรมใหญ่ที่มีสเกลห้องพักขนาด 69-70 ห้อง หากรวมที่เซ็นทาราไลฟ์ มีแค่ 4 โรงแรมเท่านั้น และความเป็นที่เป็นเชนโรงแรมแห่งเดียวในพื้นที่ ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานในการให้บริการ ขณะที่ในราชบุรีโรงแรมส่วนใหญ่จะมีขนาด 20 ห้อง ที่นำอาคารเล็กมาปรับปรุงเป็นโรงแรม
ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีบ้างแต่ยังน้อยมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าถึง เพราะราชบุรีไม่ใช่จังหวัดหลักไม่มีสนามบิน และไม่มีระบบขนส่งสาธารณะปกติที่สะดวกสบายสำหรับชาวต่างชาติ
ทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวส่วนใหญ่หากไม่เดินทางด้วยรถไฟ ก็ต้องพึ่งพาการเดินทางแบบส่วนตัวเป็นหลัก แต่ที่พอมีเข้ามาบ้างจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น หัวหิน หรือ เพชรบุรี โดยใช้โรงแรมเซ็นทารา ราชบุรี เป็นจุดแวะพัก นอนค้างคืน 1 คืน ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ
ผนึก ททท.-พันธมิตร บูมท่องเที่ยว
นางสาวศิราภา ยังกล่าวต่อว่า แผนการทำงานของโรงแรม ที่ยังต้องกระตุ้นตลาดเพิ่มเติม คือ การผลักดันยอดการจองห้องพักในช่วงวันธรรมดา ทำให้โรงแรมจึงเน้นประสานงานและอัปเดตข้อมูลกับ ททท. และทางจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูทิศทางว่าในแต่ละช่วง ททท. มีการเน้นโปรโมตการท่องเที่ยวรูปแบบใด หรือมีแผนงานจัดกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อให้โรงแรมสามารถเข้าไปสนับสนุนและร่วมเป็นพาร์ทเนอร์
อาทิ การมอบสิทธิประโยชน์หรือข้อเสนอส่วนลดพิเศษในการเข้าพักโรงแรมสำหรับผู้ที่เดินทางมาร่วมงานงานอีเว้นต์ต่างๆของ ททท. หรืออีเว้นต์ต่างๆที่ทางจังหวัดจัดขึ้น
การส่งเสริมการท่องเที่ยวในราชบุรี จากการหารือร่วมกับทางททท.ก็มองว่าต้องแก้โจทย์สำคัญ คือ การหาวิธีจูงใจให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนนานขึ้นจากเดิมที่เป็นเพียงทริปสั้น ๆ 1-2 คืน โดยททท.จะเน้นการโปรโมตกิจกรรมในช่วงค่ำ เช่น งานจัดแสดงเปิดไฟประดับตอนกลางคืน หรือแพลนจะจัดกิจกรรมดูดาวในพื้นที่สวนผึ้งและบ้านคา เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าตัดสินใจนอนพักค้างคืนในราชบุรีเพิ่มขึ้น
โรงแรมอยู่ห่างจากสวนผึ้งประมาณ 40 นาที -1 ชั่วโมง เราก็เห็นว่ามีลูกค้าที่เดินทางไปเที่ยวสวนผึ้งก็มาพักที่เซ็นทารา ไลฟ์ ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะที่เดินทางมาเที่ยวในตัวเมืองราชบุรีเท่านั้น
อีกทั้งโรงแรมก็อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดราชบุรีหลายแห่ง อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร ถ้ำฤาษีเขางู
รวมถึงมีคาเฟ่ๆ ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำแม่กลอง ในจังหวัดราชบุรี (Old Town) หรือ ตลาดเก่าโคยกี้ และอาหารขึ้นชื่อ อย่างเต้าหู้ดำ ไชโป้วหวาน บะหมี่ไข่ ที่ตอบโจทย์ทั้งสายมู สายเที่ยว และสายกิน อีกทั้งรัฐบาลเตรียมจะเปิดโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ก็มั่นใจว่าจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการจองห้องพักอย่างคึกคักด้วย
ขณะเดียวกันทางอบจ.ราชบุรี ก็ยังมีการจัดกิจกรรมใหญ่ประจำปีของจังหวัด เช่น งานกาชาดจังหวัดราชบุรี รวมถึงกิจกรรมทางศิลปะและคอนเสิร์ตใหญ่ต่าง ๆ ที่มักจัดขึ้น ณ สนามกีฬาจังหวัด ใจกลางเมือง ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาก โดยกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นก็ช่วยดึงดูดให้เกิดการจองห้องพักของโรงแรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวันธรรมดา (Weekdays) ที่ยังสามารถขยายตัวได้อีก
นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่ เช่น ณ สัทธา อุทยานไทย ที่ในช่วงที่มีการจัดแสงสีไฟประดับยามค่ำคืน โรงแรมก็จะไปร่วมมือ โดยให้ราคาพิเศษในการเข้าชมไฟประดับราคาพิเศษให้ผู้เข้าพัก
อีกหนึ่งปัจจัยบวกสำคัญคือการเปิดใช้ มอเตอร์เวย์สาย M81 ก็ช่วยลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังราชบุรีลงกว่า 30 นาที ทำให้การเดินทางใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยกระตุ้นให้มีนักท่องเที่ยวจากเมืองหลวงและนักธุรกิจที่เข้ามาติดต่อในนิคมอุตสาหกรรมราชบุรีเลือกมาพักที่นี่สะดวกเพิ่มขึ้นอีกด้วย







