
CENTEL กำไรพุ่ง 27% ทุ่ม 6,800 ล้านขยายพอร์ตโรงแรมเซ็นทารา-ธุรกิจอาหาร
CENTEL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 กำไรพุ่ง 27% รับท่องเที่ยวมัลดีฟส์ฟื้นตัว กลยุทธ์บริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทุ่มงบ 6,800 ล้านบาทขยายการลงทุน ไฮไลท์ร่วมทุน OR ลุยบัดเจ็ด โฮเทล
KEY
POINTS
- CENTEL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โกยกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 27% รับอานิสงส์การท่องเที่ยวมัลดีฟส์ฟื้นตัว กลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- จำหน่ายสินทรัพย์ของกิจการร่วมค้า Centara Osaka Tokutei Mokutei Kaisha กลยุทธ์การหมุนเวียนเงินลงทุนของบริษัทฯ
- ทุ่มงบ 6,800 ล้านบาทขยายการลงทุน ชูไฮไลท์ร่วมทุน OR ลุยบัดเจ็ด โฮเทล
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 6,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
CENTEL กำไรพุ่ง 27% รับมัลดีฟส์ฟื้นตัว -กลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนที่ดี
โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Profit) 1,077 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 27% ปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ และการบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจอาหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธุรกิจโรงแรม: มัลดีฟส์เป็นดาวเด่น พร้อมแผนปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ ในไตรมาส 1/2569 ธุรกิจโรงแรมมีรายได้รวม 3,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
โดยมีอัตราการเข้าพัก (OCC) เฉลี่ยอยู่ที่ 78% และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) อยู่ที่ 6,849 บาท เพิ่มขึ้น 4% ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) เพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 5,359 บาท
ตลาดมัลดีฟส์: เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดย RevPAR เพิ่มขึ้นถึง 43% มาอยู่ที่ 12,851 บาท จากความสำเร็จของโรงแรมเดิมและการเปิดดำเนินการของโรงแรมใหม่ คือ เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และ เซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์
ตลาดในประเทศ: โรงแรมในพัทยาและภูเก็ตที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จมีผลการดำเนินงานดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน และ กระบี่ อยู่ระหว่างการปรับปรุงใหญ่
เปิดโรงแรมใหม่ในญี่ปุ่น -ขยายตลาดสุกี้
การขยายตัว: บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการโรงแรมใหม่ที่ญี่ปุ่น คือ เซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
ธุรกิจอาหาร: รุกตลาดสุกี้และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจอาหารมีรายได้รวม 3,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้สภาพตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่บริษัทฯ ยังสามารถรักษากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 232 ล้านบาท เติบโต 50% จากปีก่อนหน้า
Lucky Suki: บริษัทฯ เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าลงทุนในแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” (Lucky Suki) และ “ลัคกี้ บาร์บีคิว” ตั้งแต่ไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
จำนวนสาขา: ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 CENTEL มีสาขาร้านอาหารรวมทั้งสิ้น 1,488 สาขา เพิ่มขึ้นสุทธิ 74 สาขาเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยแบรนด์หลักอย่าง อานตี้ แอนส์ และ ชินคันเซ็น ซูชิ มีการขยายสาขาอย่างมีนัยสำคัญ
ขายสินทรัพย์ของกิจการร่วมค้า Centara Osaka
ทั้งยังมีรายการพิเศษหนุนกำไรตามรายงานพุ่ง 186% หากพิจารณาตามงบการเงินที่รายงาน (Reported Performance) CENTEL มีกำไรสุทธิสูงถึง 2,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 186% สาเหตุสำคัญมาจากการบันทึกส่วนแบ่งกำไรสุทธิ 1,087 ล้านบาท
จากการจำหน่ายสินทรัพย์ของกิจการร่วมค้า Centara Osaka Tokutei Mokutei Kaisha ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การหมุนเวียนเงินลงทุนของบริษัทฯ
ทุ่ม 6,800 ล้านบาทขยายโรงแรม แตกไลน์บัดเจ็ท โฮเทล -ธุรกิจอาหาร
ทิศทางธุรกิจปี 2569 และความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน สำหรับภาพรวมปี 2569
บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมธุรกิจโรงแรมที่ 14,500- 14,800 ล้านบาท และธุรกิจอาหารที่ 18,500 -18,700 ล้านบาท โดยเตรียมงบลงทุนรวมทั้งปีประมาณ 6,300 – 6,800 ล้านบาทสำหรับการขยายธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร
ไฮไลท์สำคัญคือการร่วมทุนกับ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืน
โดยบริษัทฯ วางงบลงทุนในกลุ่มโรงแรมไว้ที่ 3,700 – 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการใหม่และปรับปรุงโรงแรมเดิม อาทิ การเปิดให้บริการโรงแรม เซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า (Centara Life Osaka) ขนาด 300 ห้อง ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น
ส่วนการตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR โดยบริษัทฯ ถือหุ้น 51% เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับธุรกิจอาหารบริษัทฯ ตั้งเป้างบลงทุนในส่วนนี้ไว้ 700-800 ล้านบาท สำหรับการขยายและปรับปรุงสาขา ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนสาขาอีกประมาณ 75-85 สาขา (เติบโตราว 5% - 6%) โดยเน้นแบรนด์ที่มีอัตราการทำกำไรสูงเป็นหลัก
การปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ (Major Renovation) อย่าง โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน ที่ดำเนินการปรับปรุงต่อเนื่องในปี 2569 โดยยังเปิดให้บริการบางส่วน โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า กระบี่ คาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570
หลังปิดปรับปรุงทั้งโรงแรม ซึ่งในปี 2569 จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงแรมที่เปิดในช่วงปี 2568 ได้แก่ โรงแรมเซ็นทารา กะรน วิลล่า (ภูเก็ต) และโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์
อีกทั้งบริษัทฯ ได้สำรองงบประมาณอีก 1,900-2,000 ล้านบาท สำหรับ "โอกาสการลงทุนเพิ่มเติมและอื่นๆ" เพื่อรองรับโอกาสเชิงกลยุทธ์ เช่น การร่วมทุน การพัฒนา และการขยายธุรกิจเพิ่มเติมที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของทั้งสองธุรกิจหลักในอนาคต
ในด้านความยั่งยืน CENTEL ยังคงเดินหน้าตามแผน Net Zero 2050 โดยในไตรมาสนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องพักได้ถึง 43.49% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ซึ่งดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Thailand Best Employer Awards 2026 สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการบริหารทรัพยากรบุคคลอีกด้วย







