
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 รอเคาะ รัฐบาลจ่ายค่าโรงแรมให้หมด พักฟรี 5 คืน หรือ Co-Payment
ไทยเที่ยวไทยพลัส รื้อเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ใหม่ ชี้ล่าสุดมี 2 ทางเลือก รอหารือคลังเคาะ ระหว่างรัฐจ่ายค่าโรงแรมให้ทั้งหมด สูงสุด 1,500 บาทต่อคืน ให้พักฟรีได้ 5 คืน หรือจะเป็น Co-Payment โดยจะเร่งสรุป เพื่อให้เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค.2569
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" อยู่ระหว่างการพิจารณา 2 แนวทางหลักในการสนับสนุนค่าที่พัก คือรัฐจ่ายให้แบบอัตราคงที่ (Flat Rate) หรือแบบร่วมจ่าย (Co-Payment)
- แนวทางแรก คือ รัฐสนับสนุนค่าที่พักในอัตราคงที่ 1,500 บาทต่อคืน
- แนวทางที่สอง คือ รัฐบาลสนับสนุน 50% ประชาชนจ่าย 50% หรือ รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 60%
- กระทรวงท่องเที่ยว อยู่ระหว่างหารือกระทรวงการคลัง เพื่อเลือกแนวที่เหมาะสม ก่อนจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 1 ต.ค.2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่อจาก ไทยช่วยไทยพลัส
วันนี้ (วันที่ 13 สิงหาคม 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ชัดเจนว่ารัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจองโรงแรมและที่พัก จำนวน 500,000 สิทธิ และนักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิสูงสุด 5 สิทธิต่อคน เหมือนเดิม แต่ในขณะนี้ทางกระทรวงท่องเที่ยว อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ใหม่
ไทยเที่ยวไทยพลัส รื้อเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ใหม่
โดยจากเดิมกระทรวงท่องเที่ยวได้ร่วมหารือกับภาคเอกชน กำหนดว่ารัฐบาลจะสนับสนุนค่าโรงแรมหรือที่พักในแบบ Co-Payment ในสัดส่วน 50:50 แต่ล่าสุดมีข้อเสนอใหม่จากกระทรวงการคลัง ว่า ควรจะพิจารณาแนวคิด การสนับสนุนค่าที่พักแบบอัตราเดียว หรือ อัตราคงที่ (FLAT Rate) โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งจะจ่ายในราคาเดียว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพิจารณาหรือไม่
ทำให้ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงได้เรียกประชุมกรอ.กระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งมีภาคเอกชนท่องเที่ยวร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อหารือถึงแนวทาง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งที่ประชุมมองว่า ถ้ารัฐบาลจะใช้การสนับสนุนแบบอัตราคงที่ ที่ประชุมก็ไม่ขัด แต่ในขณะเดียวกันก็มองว่า การใช้หลักการสนับสนุนแบบ Co-payment คือรูปแบบที่รัฐบาลและประชาชนร่วมกันจ่าย เอกชนก็มองว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เพราะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายด้วย ต่างจากการที่รัฐจ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งอาจไม่ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และหลักการ Co-payment นี้เคยถูกนำมาใช้และประสบความสำเร็จมาแล้วในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" หรือ “คนละครึ่ง” หรือ แม้แต่โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”ในอดีต
“ผู้ประกอบการจะ "แฮปปี้" กับระบบ Flat Rate เพราะความ "ว้าว" ที่ดึงดูดคนได้มากกว่า เพราะนอนฟรี แต่พวกเขาก็ยังเห็นว่าหลักการ Co-payment นั้นดีกว่าในแง่ที่คนได้จ่ายเงินจริง
แต่ขณะเดียวกัน Co-payment ก็มีช่องโหว่เรื่องการอัพราคาห้องพัก เช่น บางโรงแรมอาจปั่นราคาขายจาก 3,000 บาทต่อคืน ที่รัฐสนับสนุนสูงสุด เป็นราคาขาย 6,000 บาทต่อคืน เพื่อให้ส่วนลด 50% ของรัฐครอบคลุมทั้งหมด”
กระทรวงท่องเที่ยวหารือคลัง เคาะแนวทาง Flat Rate หรือ Co-Payment
นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นขั้นตอนต่อไปผมจึงเตรียมที่จะหารือกับทางกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปว่าโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส จะเลือกแนวทางใดในการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ ซึ่ง หากจะใช้ แนวทาง Flat Rate รัฐบาลอาจสนับสนุนค่าที่พักในอัตราคงที่ เช่น 1,500 บาทต่อคืน ให้ใช้ได้คนละ 5 สิทธิ์ ซึ่งหากห้องพักราคาต่ำกว่านั้น ประชาชนก็จะได้ "นอนฟรี" ไปเลย
แต่หากเป็นแนวทาง Co-payment รัฐอาจสนับสนุนค่าพัก 50% ประชาชนจ่าย 50% หรือ รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 40% โดยรัฐสนับสนุนสูงสุด 3,000 บาท ตามที่เคยกำหนดไว้เดิม
“วันนี้โครงการนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะได้ข้อสรุปว่าจะใช้วงเงินสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนราว 1,750-2,000 ล้านบาท จากวงเงินเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ในส่วนที่เป็นมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน”
ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 แจกอี-คูปอง 1,000 บาทต่อคืน
นอกจากนี้โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” ยังได้ข้อสรุปแล้วว่า นอกจากค่าห้องพักแล้ว ยังมีข้อเสนอให้ คูปองสนับสนุนการท่องเที่ยว (E-Voucher) มูลค่า 1,000 บาทต่อวัน เพื่อใช้จ่ายในร้านอาหารหรือบริการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ร้านอาหารในชุมชน สินค้าท้องถิ่น รวมถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสปาและการนวดแผนไทย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ ที่จะให้อยู่ที่ 500 บาทต่อวัน
รวมถึงจะเปิดให้ประชาชนและร้านค้า เข้ามาลงทะเบียนผ่าน แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง”
เน้นโรงแรมเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ
อีกทั้ง ไทยเที่ยวไทยพลัส ในครั้งนี้จะเน้นช่วยรายย่อย ไม่จำกัดดาว แต่ต้องเป็น SME โครงการนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นไปตาม พ.ร.ก. เงินกู้ ที่ระบุให้ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ได้รับผลกระทบ แม้ในตอนแรกจะมีแนวคิดจำกัดเฉพาะโรงแรมระดับต่ำกว่า 5 ดาว แต่ล่าสุดมีการปรับเกณฑ์ให้ดูที่ ทุนจดทะเบียนและนิยามความเป็นรายย่อย เป็นหลัก ดังนั้นโรงแรม 5 ดาวที่มีขนาดเล็กหรือเป็น SME ก็อาจมีสิทธิ์เข้าร่วมได้ เพื่อรักษามาตรฐานการบริการและไม่เป็นการกีดกันผู้ที่ตั้งใจทำมาตรฐานโรงแรม
ไทยเที่ยวไทยพลัส เคาะวันลงทะเบียน 1 ต.ค.นี้ ต่อจาก ไทยช่วยไทยพลัส
กระทรวงท่องเที่ยวฯจะเร่งหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อเคาะแนวทางการใช้สิทธิที่เหมาะสมมากที่สุด รวมถึงการจัดทำระบบหลังผ่านที่เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับประชาชนช่วง 2-3 สัปดาห์ในเดือนกันยายนนี้
เพราะรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ต่อจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟสแรกที่จะสิ้นสุดโครงการไป เพื่อให้โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อจาก ไทยช่วยไทยพลัส โดยไทยเที่ยวไทยพลัส ในเฟสแรกจะเปิดให้ลงทะเบียน 500,000 สิทธิ์ ภายใต้งบประมาณเบื้องต้น 1,750 ล้านบาท หากได้รับผลตอบรับดีอาจพิจารณาขยายเป็น 1,000,000 สิทธิ์ในอนาคต รมว.ท่องเที่ยวกล่าวทิ้งท้าย
เปิด 2 ทางเลือก "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" รอรัฐบาลเคาะแนวทางการใช้สิทธิ
แนวทางที่ 1 รัฐบาลจ่ายแบบอัตราคงที่ (FLAT Rate)
- รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก โดยจ่ายราคาเดียว
- สนับสนุนคืนละ 1,500 บาทต่อคืน
- ราคาห้องพักต่ำกว่า 1,500 บาทต่อคืน (นอนฟรี)
- สนับสนุนสูงสุด 5 สิทธิ (5 คืน)
- จำนวน 500,000 สิทธิ
- ใช้สิทธิ์ได้ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้าน ของตนเอง
- อีคูปอง 1,000 บาทต่อวัน
(ไม่จำเป็นต้องใช้ในจังหวัดที่จองโรงแรม)
แนวทางที่ 2 รัฐบาลจ่ายแบบ Co-payment
- รัฐบาลสนับสนุน 50% ประชาชนจ่าย 50%
หรือ รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 60% - สนับสนุนสูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ
- สนับสนุนสูงสุด 5 สิทธิ (5 คืน)
- จำนวน 500,000 สิทธิ
- ใช้สิทธิ์ได้ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้าน ของตนเอง
- อีคูปอง 500 บาทต่อวัน
(ไม่จำเป็นต้องใช้ในจังหวัดที่จองโรงแรม)







