thansettakij
thansettakij
ไทยเที่ยวไทยพลัส รอเคาะ รัฐจ่ายค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน นอนฟรี 5 คืน หรือ Co-Payment

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 รอเคาะ รัฐบาลจ่ายค่าโรงแรมให้หมด พักฟรี 5 คืน หรือ Co-Payment

13 ส.ค. 69 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 07:48 น.

ไทยเที่ยวไทยพลัส รื้อเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ใหม่ ชี้ล่าสุดมี 2 ทางเลือก รอหารือคลังเคาะ ระหว่างรัฐจ่ายค่าโรงแรมให้ทั้งหมด สูงสุด 1,500 บาทต่อคืน ให้พักฟรีได้ 5 คืน หรือจะเป็น Co-Payment โดยจะเร่งสรุป เพื่อให้เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค.2569

KEY

POINTS

  • โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" อยู่ระหว่างการพิจารณา 2 แนวทางหลักในการสนับสนุนค่าที่พัก คือรัฐจ่ายให้แบบอัตราคงที่ (Flat Rate) หรือแบบร่วมจ่าย (Co-Payment)
  • แนวทางแรก คือ รัฐสนับสนุนค่าที่พักในอัตราคงที่ 1,500 บาทต่อคืน
  • แนวทางที่สอง คือ รัฐบาลสนับสนุน 50% ประชาชนจ่าย 50% หรือ รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 60%
  • กระทรวงท่องเที่ยว อยู่ระหว่างหารือกระทรวงการคลัง เพื่อเลือกแนวที่เหมาะสม ก่อนจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 1 ต.ค.2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่อจาก ไทยช่วยไทยพลัส

วันนี้ (วันที่ 13 สิงหาคม 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ชัดเจนว่ารัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจองโรงแรมและที่พัก จำนวน 500,000 สิทธิ และนักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิสูงสุด 5 สิทธิต่อคน เหมือนเดิม แต่ในขณะนี้ทางกระทรวงท่องเที่ยว อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ใหม่

ไทยเที่ยวไทยพลัส รื้อเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ใหม่

โดยจากเดิมกระทรวงท่องเที่ยวได้ร่วมหารือกับภาคเอกชน กำหนดว่ารัฐบาลจะสนับสนุนค่าโรงแรมหรือที่พักในแบบ Co-Payment ในสัดส่วน 50:50 แต่ล่าสุดมีข้อเสนอใหม่จากกระทรวงการคลัง ว่า ควรจะพิจารณาแนวคิด การสนับสนุนค่าที่พักแบบอัตราเดียว หรือ อัตราคงที่ (FLAT Rate) โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งจะจ่ายในราคาเดียว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพิจารณาหรือไม่

ไทยเที่ยวไทยพลัส

ทำให้ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวฯจึงได้เรียกประชุมกรอ.กระทรวงการท่องเที่ยว ซึ่งมีภาคเอกชนท่องเที่ยวร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อหารือถึงแนวทาง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งที่ประชุมมองว่า ถ้ารัฐบาลจะใช้การสนับสนุนแบบอัตราคงที่ ที่ประชุมก็ไม่ขัด แต่ในขณะเดียวกันก็มองว่า การใช้หลักการสนับสนุนแบบ Co-payment คือรูปแบบที่รัฐบาลและประชาชนร่วมกันจ่าย เอกชนก็มองว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องสำหรับการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เพราะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายด้วย ต่างจากการที่รัฐจ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งอาจไม่ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และหลักการ Co-payment นี้เคยถูกนำมาใช้และประสบความสำเร็จมาแล้วในโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" หรือ “คนละครึ่ง” หรือ แม้แต่โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”ในอดีต

“ผู้ประกอบการจะ "แฮปปี้" กับระบบ Flat Rate เพราะความ "ว้าว" ที่ดึงดูดคนได้มากกว่า เพราะนอนฟรี แต่พวกเขาก็ยังเห็นว่าหลักการ Co-payment นั้นดีกว่าในแง่ที่คนได้จ่ายเงินจริง

แต่ขณะเดียวกัน Co-payment ก็มีช่องโหว่เรื่องการอัพราคาห้องพัก เช่น บางโรงแรมอาจปั่นราคาขายจาก 3,000 บาทต่อคืน ที่รัฐสนับสนุนสูงสุด เป็นราคาขาย 6,000 บาทต่อคืน เพื่อให้ส่วนลด 50% ของรัฐครอบคลุมทั้งหมด”

กระทรวงท่องเที่ยวหารือคลัง เคาะแนวทาง Flat Rate หรือ Co-Payment

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นขั้นตอนต่อไปผมจึงเตรียมที่จะหารือกับทางกระทรวงการคลัง เพื่อหาข้อสรุปว่าโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส จะเลือกแนวทางใดในการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ ซึ่ง หากจะใช้ แนวทาง Flat Rate รัฐบาลอาจสนับสนุนค่าที่พักในอัตราคงที่ เช่น 1,500 บาทต่อคืน ให้ใช้ได้คนละ 5 สิทธิ์ ซึ่งหากห้องพักราคาต่ำกว่านั้น ประชาชนก็จะได้ "นอนฟรี" ไปเลย

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

แต่หากเป็นแนวทาง Co-payment รัฐอาจสนับสนุนค่าพัก 50% ประชาชนจ่าย 50% หรือ รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 40% โดยรัฐสนับสนุนสูงสุด 3,000 บาท ตามที่เคยกำหนดไว้เดิม

“วันนี้โครงการนี้ไม่ได้มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะได้ข้อสรุปว่าจะใช้วงเงินสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนราว 1,750-2,000 ล้านบาท จากวงเงินเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ในส่วนที่เป็นมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน”

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 แจกอี-คูปอง 1,000 บาทต่อคืน

นอกจากนี้โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” ยังได้ข้อสรุปแล้วว่า นอกจากค่าห้องพักแล้ว ยังมีข้อเสนอให้ คูปองสนับสนุนการท่องเที่ยว (E-Voucher) มูลค่า 1,000 บาทต่อวัน เพื่อใช้จ่ายในร้านอาหารหรือบริการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ร้านอาหารในชุมชน สินค้าท้องถิ่น รวมถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสปาและการนวดแผนไทย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ ที่จะให้อยู่ที่ 500 บาทต่อวัน

รวมถึงจะเปิดให้ประชาชนและร้านค้า เข้ามาลงทะเบียนผ่าน แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง

ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569

เน้นโรงแรมเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ

อีกทั้ง ไทยเที่ยวไทยพลัส ในครั้งนี้จะเน้นช่วยรายย่อย ไม่จำกัดดาว แต่ต้องเป็น SME โครงการนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นไปตาม พ.ร.ก. เงินกู้ ที่ระบุให้ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ได้รับผลกระทบ แม้ในตอนแรกจะมีแนวคิดจำกัดเฉพาะโรงแรมระดับต่ำกว่า 5 ดาว แต่ล่าสุดมีการปรับเกณฑ์ให้ดูที่ ทุนจดทะเบียนและนิยามความเป็นรายย่อย เป็นหลัก ดังนั้นโรงแรม 5 ดาวที่มีขนาดเล็กหรือเป็น SME ก็อาจมีสิทธิ์เข้าร่วมได้ เพื่อรักษามาตรฐานการบริการและไม่เป็นการกีดกันผู้ที่ตั้งใจทำมาตรฐานโรงแรม

ไทยเที่ยวไทยพลัส เคาะวันลงทะเบียน 1 ต.ค.นี้ ต่อจาก ไทยช่วยไทยพลัส

กระทรวงท่องเที่ยวฯจะเร่งหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อเคาะแนวทางการใช้สิทธิที่เหมาะสมมากที่สุด รวมถึงการจัดทำระบบหลังผ่านที่เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับประชาชนช่วง 2-3 สัปดาห์ในเดือนกันยายนนี้

เพราะรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ต่อจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟสแรกที่จะสิ้นสุดโครงการไป เพื่อให้โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อจาก ไทยช่วยไทยพลัส โดยไทยเที่ยวไทยพลัส ในเฟสแรกจะเปิดให้ลงทะเบียน 500,000 สิทธิ์ ภายใต้งบประมาณเบื้องต้น 1,750 ล้านบาท หากได้รับผลตอบรับดีอาจพิจารณาขยายเป็น 1,000,000 สิทธิ์ในอนาคต รมว.ท่องเที่ยวกล่าวทิ้งท้าย

เปิด 2 ทางเลือก "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" รอรัฐบาลเคาะแนวทางการใช้สิทธิ

แนวทางที่ 1 รัฐบาลจ่ายแบบอัตราคงที่ (FLAT Rate)

  • รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก โดยจ่ายราคาเดียว
  • สนับสนุนคืนละ 1,500 บาทต่อคืน
  • ราคาห้องพักต่ำกว่า 1,500 บาทต่อคืน (นอนฟรี)
  • สนับสนุนสูงสุด 5 สิทธิ (5 คืน)
  • จำนวน 500,000 สิทธิ
  • ใช้สิทธิ์ได้ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้าน ของตนเอง
  • อีคูปอง 1,000 บาทต่อวัน
    (ไม่จำเป็นต้องใช้ในจังหวัดที่จองโรงแรม)

 แนวทางที่ 2 รัฐบาลจ่ายแบบ Co-payment

  • รัฐบาลสนับสนุน 50% ประชาชนจ่าย 50%
     หรือ รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 60%
  • สนับสนุนสูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ
  • สนับสนุนสูงสุด 5 สิทธิ (5 คืน)
  • จำนวน 500,000 สิทธิ
  • ใช้สิทธิ์ได้ในทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดตามทะเบียนบ้าน ของตนเอง
  • อีคูปอง 500 บาทต่อวัน
    (ไม่จำเป็นต้องใช้ในจังหวัดที่จองโรงแรม)