
ไทยเที่ยวไทยพลัส รอสรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ก่อนชงครม.ดันเที่ยวไตรมาสสุดท้าย
รมว.ท่องเที่ยว เผย สศช. แจงครม. อยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” คาดเงินสะพัด 5,000 ล้านบาท เชื่อ ดึงนักท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายขยับ
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" อยู่ระหว่างการสรุปเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
- ตั้งเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม
- คาดว่าเฟสแรกจะใช้งบประมาณ 1,750 ล้านบาท และจะสามารถสร้างเงินหมุนเวียนในภาคการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท
วันนี้ (วันที่ 18 สิงหาคม 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือใน ครม.
แต่ทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้รายงานในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ในที่ประชุม ครม. ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปเงื่อนไขของการใช้เงินในโครงการดังกล่าว เพื่อให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตามที่ได้วางกรอบเอาไว้
โดยจะพิจารณาให้สมบูรณ์รอบด้าน ขณะเดียวกันเรารับฟังความเห็นจากสมาคมโรงแรมที่ต้องการให้การดำเนินการดังกล่าวได้ทันภายในเดือนกุมภาพันธ์หรือกันยายนนี้ ทั้งนี้ในเรื่องของแผนการใช้เงิน รวมถึงระยะเวลาดำเนินโครงการ จะพยายามทำแผนต่าง ๆ ให้ทันภายในเดือนกันยายนนี้
สำหรับงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ดำเนินโครงการนี้ในเฟสแรกอยู่ที่ 1,750 ล้านบาท หากโครงการประสบความสำเร็จจะพิจารณาในเฟสต่อไป เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ภายในประเทศด้านการท่องเที่ยวชะลอตัวลงบ้าง แต่หลังวิกฤตสงครามพลังงานมีตัวเลขที่ขยับขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 2-3%
โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดการณ์ตัวเลขในภาพรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่กว่า 33 ล้านคน และเชื่อว่าในไตรมาสสุดท้ายของปีตัวเลขจะเพิ่มขึ้น รวมถึงจะมีการเปิดสายการบินใหม่จากประเทศต่าง ๆ คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสจะกระตุ้นเงินหมุนเวียนในประเทศได้มากน้อยแค่ไหน นายสุรศักดิ์กล่าวว่า คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ในภาคบริการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวจะได้รับการกระตุ้นอย่างทั่วถึง







