
ไทยเที่ยวไทยพลัส เน้นช่วยโรงแรมเล็ก เล็งจ่ายราคาเดียว ลงทะเบียนต.ค.นี้
ไทยเที่ยวไทยพลัส เน้นช่วยโรงแรมเล็ก เล็งจ่ายเงินสนับสนุนค่าที่พักแบบราคาเดียว แก้ปัญหาโรงแรมปรับขึ้นราคาขาย คาดลงทะเบียนตุลาคมนี้ ขณะที่มติกรอ.กระทรวงการท่องเที่ยว ยังยืนยันว่าจะยังคงเป็นโครงการ co-payment
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กและรายย่อยเป็นหลัก
- มีแนวคิดสนับสนุนค่าที่พักแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) เพื่อแก้ปัญหาโรงแรมฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ขณะที่กรอ.กระทรวงการท่องเที่ยว ยืนยันใช้ระบบ Co-Payment ว่าจะเป็น 50-50 หรือ 60-40
- พิจารณาเพิ่มวงเงินคูปองสำหรับใช้จ่าย บริการอื่นๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในร้านค้าและบริการท้องถิ่น
- คาดว่าจะเริ่มโครงการช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม โดยยังคงใช้รูปแบบรัฐร่วมจ่าย (Co-Payment)
วันนี้(วันที่ 10 สิงหาคม 2569) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า โครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส มีนโยบายมุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก
เนื่องจากโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือโรงแรมขนาดใหญ่ (Chain Hotels) มักจะมียอดจองเต็มจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่แล้วในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ในขณะที่โรงแรมขนาดเล็กยังคงต้องการแรงกระตุ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย
สำหรับรูปแบบการสนับสนุนค่าที่พัก ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะนี้มีแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินอุดหนุนเป็นแบบอัตราคงที่ (Flat Rate) ต่อคืน เช่น 2,000 หรือ 3,000 บาทต่อคืนต่อสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโรงแรมที่ต้องการพักเองตามงบประมาณ
วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่โรงแรมบางแห่งฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้นเมื่อรัฐบาลเข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งนี้ โรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการต้องเป็นโรงแรมที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องกับทางหน่วยงานรัฐเท่านั้น
นอกจากมาตรการค่าที่พักแล้ว ยังมีการพิจารณาเพิ่มวงเงินสำหรับการใช้จ่าย ที่จะแจกคูปอง จากเดิม 500 บาท ให้สูงขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ร้านอาหารในชุมชน สินค้าท้องถิ่น รวมถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสปาและการนวดแผนไทย
ในส่วนของกรอบระยะเวลาดำเนินงาน คาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงต้นปีงบประมาณใหม่ หรือเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี โดยเบื้องต้นกำหนดระยะเวลาโครงการไว้ที่ 3 เดือน (ต.ค.– ธ.ค.นี้)
อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีการใช้สิทธิ์ไม่ครบตามจำนวนภายในเวลาที่กำหนด ก็อาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก
ขณะนี้มาตรการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียดและพิจารณาแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือน ส.ค.นี้
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (กรอ.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) ครั้งที่ 2/2569 กล่าวว่า ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยได้ข้อสรุปรวมถึงมติที่สำคัญดังนี้:
1.ยืนยันใช้ระบบ Co-Payment: รูปแบบการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวจะยังคงใช้ระบบรัฐร่วมจ่าย (Co-Payment) เช่นเดียวกับโครงการที่ประสบความสำเร็จในปีก่อนๆ
2.สัดส่วนเดียวกันทั่วประเทศ: สำหรับอัตราส่วนการสนับสนุน (ไม่ว่าจะเป็น 50-50 หรือ 60-40) ที่ประชุมเห็นพ้องให้ใช้อัตราเดียวกันหมดทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลักหรือเมืองรอง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ ทั้งนี้ จะยึดตามแนวทางหลักของคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเป็นสำคัญ
3.เน้นย้ำการช่วย “คนตัวเล็ก”: การออกแบบมาตรการมุ่งลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหมุนเวียนลงไปถึงเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง







