
AWC ปรับแผนลงทุนตึกสูง ‘เอเชียทีค’ จาก 100 ชั้น เหลือ 56 ชั้น ย้ายโลเคชั่นดึงบลูโดม เสียบ
AWC ปรับแผนลงทุนตึกสูง ‘เอเชียทีค’ จาก 100 ชั้น เหลือ 56 ชั้น ย้ายโลเคชั่น จากริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปอยู่ฝั่งถนนเจริญกรุงแทน ยกพื้นที่ให้โครงการบลูโดม สร้างความโดดเด่นริมเจ้าพระยา
KEY
POINTS
- AWC ปรับแผนการลงทุนโครงการเอเชียทีค โดยลดความสูงของตึกจากเดิม 100 ชั้น เหลือ 56 ชั้น
- ย้ายตำแหน่งการก่อสร้างตึกจากพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปยังพื้นที่ติดถนนเจริญกรุงแทน
- นำ "บลูโดม" สถาปัตยกรรมจากงาน Expo 2025 ที่โอซาก้า มาติดตั้งในพื้นที่ริมแม่น้ำเดิม เพื่อจัดแสดง "Avatar: Guardians of Eywa"
วันนี้(วันที่ 14 สิงหาคม 2569) นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนพัฒนาอสังหาฯ และโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด “AWC Riverside Journey” ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 11 โครงการ บริษัทต้องการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและศิลปวัฒนธรรมระดับโลก
เฉพาะโครงการ “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” ล่าสุดจะปรับผังการลงทุนใหม่ ย้ายตึกระฟ้าติดแม่น้ำหน้าโครงการ จากแผนเดิม 100 ชั้น ลดระดับลงเป็นตึกสูง 56 ชั้นติดถนนเจริญกรุงแทน แล้วยกพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นที่ตั้งของบลูโดม (Blue Dome)
สถาปัตยกรรมระดับแลนด์มาร์กสำคัญจากงาน Expo 2025 ที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง AWC ได้ซื้อโดมขนาดใหญ่ 2 หลังเข้ามาติดตั้งแบบถาวรในประเทศไทย
ภายในบลูโดมดังกล่าง AWC ได้ผนึกกำลังร่วมกับ EMM Williams Productions เปิดตัว “Avatar: Guardians of Eywa” ซึ่งเป็นอิมเมอร์ซีฟภายใต้ลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ภาพยนตร์ Avatar ที่ทำรายได้สูงสุดประวัติการณ์ของโลกครั้งแรกในรูปแบบ The Magic Walk™ Experience พื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ที่ผู้เยี่ยมชมเข้าสู่โลก Pandora
นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนา “เคเบิลคาร์รักษ์โลก” ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และ “MONA Bangkok” พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิมเมอร์ซีฟรูปแบบใหม่ระดับโลก บนที่ดินฝั่งเจริญนคร ภายใต้ความร่วมมือ MONA (Museum of Old and New Art) จากออสเตรเลีย
“ภาพรวมเม็ดเงินลงทุนโครงการเอเชียทีคยังอยู่ระหว่างสรุปแผนลงทุนระยะยาวเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท แต่ถ้าดูเป็นรายโครงการย่อย อาทิ เฟสใหม่ของเอเชียทีค (รวมบลูโดม) ใช้งบลงทุนเพิ่มกว่า 8,000 ล้านบาท เคเบิลคาร์รักษ์โลก งบลงทุนอีก 2,000 ล้านบาท และเอเชียทีค เฟส 2.2 งบลงทุน 5,000 ล้านบาท”
นอกจากนี้ AWC ยังเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงการอควาทีค พัทยา (Aquatique Pattaya) ซึ่งเตรียมเปิดโรงแรมใหม่หลายแบรนด์ อาทิ ริทซ์-คาร์ลตัน, เจดับบลิว แมริออท มาร์คีส์, ม็อกซี่, ออโตกราฟ ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมที่บริษัทเตรียมร่วมมือกับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ พัฒนาสวนน้ำภายใต้แนวคิด “ธีม วอเตอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์”, มีเลีย, คิมป์ตัน และบันยันทรี เป็นต้น ครอบคลุมทั้งระดับลักชัวรีและไลฟ์สไตล์เพื่อเจาะลูกค้าให้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย







