
สนามบินสุวรรณภูมิ แจงแล้วปมซาแซงจีน ไล่ตามดาราจีน จนเกิดเหตุอลหม่านบานปลาย (คลิป)
สนามบินสุวรรณภูมิ แจงแล้วปมแฟนคลับ ซาแซงจีน ไล่ตามดาราจีน ซีรีส์วาย ลามจนถูกการบินไทยปฏิเสธขึ้นเครื่อง 22 คน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบินแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมลงโทษทางวินัย
KEY
POINTS
- แฟนคลับชาวจีน (ซาแซง) ก่อความวุ่นวายขณะไล่ตามศิลปินจีนเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามของสนามบินสุวรรณภูมิ และพยายามฝ่าฝืนขึ้นเครื่องบิน
- สายการบินปฏิเสธการเดินทางของกลุ่มแฟนคลับ 22 คนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย จนนำไปสู่เหตุการณ์กระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่
- สนามบินสุวรรณภูมิออกมาชี้แจงและขออภัยต่อเหตุการณ์ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและได้สั่งลงโทษทางวินัยแล้ว
- ‘สีหศักดิ์’ ชี้ เหตุวุ่นวาย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต้องแยกการบังคับใช้กฎหมาย ออกจากการอำนวยความสะดวก ย้ำ บทบาท ’ทูตจีนประจำประเทศไทย‘ ควรช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ฝ่ายเดียว เป็นการซ้ำเติมกระแส
วันนี้(วันที่ 4 สิงหาคม 2569) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขออภัยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุผู้โดยสารที่ก่อความวุ่นวายและฝ่าฝืนมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมยืนยันการลงโทษทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นั้น ทสภ. ขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.00 น. กลุ่มแฟนคลับของศิลปินชาวจีนซึ่งเป็นผู้โดยสารของสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 674 เส้นทาง ทสภ. ปลายทางกรุงปักกิ่ง ได้ติดตามศิลปินซึ่งจะเดินทางไปเที่ยวบินเดียวกัน
โดยได้ติดตามศิลปินดังกล่าวเข้าไปในบริเวณห้องรับรองผู้โดยสาร (Lounge) ซึ่งกลุ่มแฟนคลับฯ ดังกล่าว ไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าไปใช้บริการได้ เจ้าหน้าที่สายการบินไทยจึงได้ประสานร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เชิญกลุ่มแฟนคลับฯ ออกจากบริเวณห้องรับรอง
ต่อมากลุ่มแฟนคลับฯ ยังคงติดตามศิลปินและก่อความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง จนถึงบริเวณห้องพักรอผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง (Hold Room) เมื่อถึงบริเวณตรวจเอกสารเดินทางก่อนขึ้นอากาศยาน กลุ่มแฟนคลับฯ ไม่ให้
ความร่วมมือในการตรวจบัตรโดยสาร
โดยพยายามรีบตามศิลปินเพื่อจะขึ้นอากาศยานพร้อมกัน และได้ติดตามไปถึงสะพานเทียบเครื่องบินจนกระทั่งศิลปินได้ขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่สายการบินจึงมีความจำเป็นต้องปิดประตู
อากาศยานเป็นการชั่วคราว
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารกลุ่มแฟนคลับที่ยังไม่ได้ผ่านการตรวจบัตรโดยสาร ซึ่งอยู่รวมตัวบริเวณหน้าประตูอากาศยานบนสะพานเทียบเครื่องบิน เข้าไปภายในอากาศยานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงร่วมกับเจ้าหน้าที่สายการบิน ผลักดันกลุ่มแฟนคลับฯ กลับเข้าไปรอภายในห้องพักรอผู้โดยสารฯ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่สายการบินจึงได้ตัดสินใจปฏิเสธการเดินทางของกลุ่มแฟนคลับฯ จำนวนทั้งสิ้น 22 คน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและระเบียบของสายการบิน
โดยเจ้าหน้าที่สายการบินเกรงว่ากลุ่มแฟนคลับฯ อาจไปก่อความวุ่นวายภายในอากาศยาน จนไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้หลังจากออกเดินทางไปแล้ว จึงส่งผลให้เที่ยวบินดังกล่าวเกิดความล่าช้า
อย่างไรก็ตาม มีแฟนคลับฯ จำนวน 12 คน ยินยอมดำเนินการนำสัมภาระออกจากระบบการขนส่ง (Offload) และกลุ่มแฟนคลับจำนวน 10 คน ไม่ยินยอมดำเนินการดังกล่าว และแสดงอาการไม่พอใจต่อการปฏิเสธการเดินทางและมีพฤติกรรมยั่วยุเจ้าหน้าที่ระหว่างการปฏิบัติงาน
จนเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งในระหว่างควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปรากฏในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ. จะส่งต่อการดูแลให้เจ้าหน้าที่สายการบินดำเนินการต่อไป แม้ว่าการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่จะมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสาร
และการปฏิบัติการบิน แต่สนามบินสุวรรณภูมิ ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบางรายมีพฤติกรรมและการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการและข้อบังคับของสนามบิน
ทั้งนี้ น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงได้สั่งการให้ดำเนินการลงโทษทางวินัย
กับเจ้าหน้าที่ดังกล่าวแล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้ยึดถือมาตรฐานการปฏิบัติงาน ควบคุมอารมณ์ และปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการด้วยความเหมาะสมในทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ จะนำเหตุการณ์ในครั้งนี้มาทบทวนและปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันอีก
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าจะยกระดับการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปกับการให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตามสำหรับดาราที่ถูกแฟนคลับ ที่เป็นลักษณะที่เรียกกันว่าซาแซงตามติดที่สนามบิน เป็น ดาราซีรีส์วายจีน คือ ซุนเจิ้ง และลู่ซือถง โดยกลุ่มซาแซงเหล่านี้พยายามเบียดเสียด รุมถ่ายรูป และฝ่าแนวกั้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ จนทำให้บริเวณหน้าเกตเกิดความโกลาหลและบางครั้งต้องมีการปิดประตูพื้นที่ชั่วคราว
‘สิริพงศ์‘ ชี้เหตุ รปภ. สุวรรณภูมิ ผิดมาตรฐาน เกินรับได้ สั่ง ดำเนินการถึงที่สุด
วันนี้ (5 ส.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 20 คน ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง และปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ไทยประจำสนามบิน ทำท่าทางเหยียดเชื้อชาติจนเป็นประเด็นร้อนว่า ได้รับรายงานจากสนามบินสุวรรณภูมิว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปดูแลความเรียบร้อย แต่การกระทำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อาจจะการกระทำที่ไม่เหมาะสมและรุนแรง ซึ่งผิดจากมาตรฐานที่สมควรจะทำ และสมควรจะรับได้ ดังนั้นทางการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) จะดำเนินการถึงที่สุด และต้องขออภัยต่อผู้โดยสาร และคนไทยทั้งประเทศด้วย
สีหศักดิ์ ขอทูตจีนเร่งสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ฝ่ายเดียว
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุความวุ่นวายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระหว่างนักท่องเที่ยวชาวจีน กับเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งมีรายงานว่า นักท่องเที่ยวถูกกักไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน และมีภาพเจ้าหน้าที่ไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่า มีพฤติกรรมบูลลี่นักท่องเที่ยวชาวจีน
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยได้รับความประทับใจตั้งแต่เดินทางมาถึง ระหว่างการท่องเที่ยว และจนกระทั่งเดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคนเข้าเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ควรดำเนินการด้วยความราบรื่นและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางให้มากที่สุด
ส่วนแนวทางในการสร้างความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวจีนเกี่ยวกับกฎระเบียบของประเทศไทย นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ถือเป็นบทบาทสำคัญของเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมา เกิดหลายกรณีที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย โดยตนได้หารือกับเอกอัครราชทูตจีนแล้วว่า เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหว และการสื่อสารควรมุ่งสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงปกป้องผลประโยชน์ของฝ่ายจีนเท่านั้น
“ทูตที่ประจำอยู่ในประเทศไทย มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน การแถลงหรือการสื่อสารต่างๆ ควรคำนึงถึงบทบาทดังกล่าว ไม่ควรทำให้กระแสความรู้สึกของสังคมรุนแรงขึ้น ซึ่งผมได้เรียนกับท่านทูตแล้ว และท่านก็เข้าใจ บางครั้งท่านอาจต้องออกมาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศตนเอง แต่หน้าที่ของทั้งทูตจีนประจำประเทศไทย และทูตไทยประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ การรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
สื่อนานาชาติ ได้เสนออีกมุม ที่กลุ่มชาแซงจีน ทำสุวรรณภูมิป่วน
อีกทั้งล่าสุดในวันนี้ พบว่ากลุ่มสื่อจีนในสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และ มาเลเซีย ได้ลงข่าวโดยยึดตามคำแถลงของสนามบินสุวรรณภูมิ กรณีแฟนคลับชาวจีน หรือที่เรียกว่าซาแซง บุกรุกสร้างความวุ่นวายในสนามบิน พื้นที่ต้องห้าม ต่อมาถูกปฏิเสธขึ้นเครื่อง 22 คน เนื่องจากเกรงว่า กลุ่มดังกล่าวอาจไปสร้างความวุ่นวายบนเครื่องบิน และคุกคามศิลปินบนเครื่อง
หลังจากก่อนหน้ากลุ่มซาแซงจีน ปั่นกระแสในแพลตฟอร์มจีน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2026 โดยยึดประเด็น เจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธการขึ้นเครื่อง พวกเขาไม่ได้สร้างความวุ่นวาย และยกประเด็นการเหยียดเชื้อชาติ มาเป็นกระแสในการปั่น ทำให้เกิดกระแสขึ้นเทรนด์ในแพลตฟอร์มจีนหลายแพลตฟอร์ม และสื่อต่างๆเริ่มแปลบทบทความออก ซึ่งสร้างภาพลบให้กับสนามบินและคนไทย







