thansettakij
thansettakij
'ศุภจี’ เร่งขับเคลื่อนกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กระทรวงการกีฬา ฟื้นเศรษฐกิจ

'ศุภจี’ เร่งขับเคลื่อนกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เสริมแกร่งท่องเที่ยวไทย

15 ก.ค. 69 | 01:29 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 01:41 น.

รองนายกรัฐมนตรี 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' นั่งหัวโต๊ะ เร่งขับเคลื่อนการปรับโครงสร้าง ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เสริมแกร่งท่องเที่ยว รวมถึงกระทรวงการกีฬา เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างโดยแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกเป็น "กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว" และ "กระทรวงการกีฬา"
  • การปรับโครงสร้างมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยใช้มิติทางวัฒนธรรม เสริมแกร่งด้านการท่องเที่ยว
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งขับเคลื่อนการแยกทรวง เพื่อให้การจัดตั้งกระทรวงใหม่จะแล้วเสร็จตามไทม์ไลน์ที่วางไว้

หลังจากครม.ไฟเขียวแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ปูทางตั้ง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวและ กระทรวงการกีฬา

ศุภจี นั่งหัวโต๊ะ เร่งขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กระทรวงการกีฬา

ล่าสุดนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านการท่องเที่ยว ได้เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการปรับโครงสร้างการบริหารราชการด้านการท่องเที่ยว ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการ เพื่อรองรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รองนายกรัฐมนตรี 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' นั่งหัวโต๊ะ เร่งขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และกระทรวงการกีฬา

การประชุมครั้งนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารจากทั้ง 2 กระทรวง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุม

ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งมีแนวทางปรับโครงสร้างภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปสู่ “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” และการจัดตั้ง “กระทรวงการกีฬา” เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีความคล่องตัว สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงองค์กรเพื่อราชการ แต่เป็นการยกระดับระบบบริหารจัดการเสริมพลังและอิทธิพลของวัฒนธรรมไทยด้วยงานด้านการท่องเที่ยวและบริการของประเทศให้มีความโดดเด่นยิ่งกว่าเดิมบริหารได้คล่องตัว

แต่ยังสามารถก้าวทันต่อบริบทโลก สร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านการท่องเที่ยว

พร้อมย้ำว่าต้องช่วยกันระวังไม่ให้ประเด็นเรื่องการแยกหรือรวมหน่วยงานของรัฐมาบดบังเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานประสบการณ์” (Experience Economy) ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพ โดยจะไม่ให้การปรับโครงสร้างส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงาน ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมสำคัญ และการขับเคลื่อนนโยบาย Value Tourism

'ศุภจี’ เร่งขับเคลื่อนกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เสริมแกร่งท่องเที่ยวไทย

"การปรับโครงสร้างส่วนราชการครั้งนี้ควรมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ตลอดจนการยกระดับการพัฒนาด้านกีฬาอย่างเป็นระบบ พร้อมกำชับให้การดำเนินการปรับโครงสร้างไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงานที่กำลังดำเนินอยู่" 

นอกจากนี้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมให้ข้อสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อช่วยให้มีมุมการกำหนดทิศทางสำหรับการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในรอบกว่า 24 ปี ที่จะช่วยบูรณาการนโยบายด้านวัฒนธรรมและงานท่องเที่ยวให้เดินหน้าไปแบบเสริมกันและกัน

พร้อมเสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และรูปแบบการบริหารที่มีความยืดหยุ่น รวมทั้งจะเป็นตัวอย่างของการปรับปรุงระบบราชการที่หน่วยอื่น หรืองานอื่นๆก็รอโอกาสได้ปฏิรูปบ้าง 

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบราชการไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความต้องการของประชาชนได้แม่นยำขึ้น

ขณะเดียวกันผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดสรรภารกิจ อัตรากำลัง และการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมบุคลากรผ่านการพัฒนาทักษะ (Reskill และ Upskill) เพื่อรองรับภารกิจที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการจัดทำโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับบทบาทและภารกิจในอนาคต

อีกทั้งกระทรวงวัฒนธรรมได้สะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการรองรับภารกิจด้านการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านงานนโยบาย การกำกับดูแลคณะกรรมการตามกฎหมาย กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย งานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และการปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค 

ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้แสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรอัตรากำลังและศักยภาพในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านกีฬา (Sports Ecosystem) ภายหลังการปรับโครงสร้าง

โครงสร้างกระทรวงใหม่แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569

ด้านสำนักงาน ก.พ.ร. ได้รายงานกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน โดยภายหลังร่างกฎหมายผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จะเข้าสู่กระบวนการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา 

โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จและมีผลใช้บังคับได้ภายในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการจัดทำโครงสร้างส่วนราชการและยกร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับภารกิจใหม่ของทั้ง 2 กระทรวง

ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งกลไกหรือคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการพิจารณาประเด็นด้านภารกิจ อัตรากำลัง และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดทำแผนงานและกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน (Timeline) อย่างชัดเจน 

รวมถึงรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้การปรับโครงสร้างและการจัดตั้งกระทรวงใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาล

ภายใต้โครงสร้างใหม่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะปรับเป็น กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และอีกกระทรวงจะชื่อว่า กระทรวงกีฬา ตามภารกิจที่กำหนดไว้ โดยทั้งสองกระทรวงจะเร่งจัดทำกฎกระทรวงรองรับภารกิจใหม่ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดแนวทางบริหารภารกิจที่เชื่อมโยงกัน ลดความซ้ำซ้อน และเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินงานตามโครงสร้างใหม่ได้ภายในสิ้นปี 2569

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ทำหน้าที่ที่ปรึกษาในการขับเคลื่อนการปรับโครงสร้าง และมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดทำแผนปฏิบัติการและกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน

รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนดไว้