
กรอ.ท่องเที่ยววันนี้ สรุปเงื่อนไข Co-payment หนุนเที่ยวในประเทศ
รมว.สุรศักดิ์ นัดถก กรอ.ท่องเที่ยววันนี้ ระดมสมองเอกชนท่องเที่ยว-ภาครัฐ สรุปมาตรกระตุ้นไทยเที่ยวไทย Co-payment หนุนเที่ยวในประเทศ ทั้งแก้ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติรอคิวตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิยาวเหยียด
KEY
POINTS
- กรอ.ท่องเที่ยวประชุมเพื่อสรุปเงื่อนไขโครงการ "Co-payment" ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ
- โครงการอาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นอกเหนือจากค่าที่พักและอาหาร เพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึง
- จะไม่มีการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ แต่จะใช้แอปฯ "เป๋าตัง" ที่ประชาชนคุ้นเคยอยู่แล้วเพื่อความสะดวก
- ททท. ได้จัดทำรายละเอียดโครงการเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำเสนอในที่ประชุมเพื่อรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนก่อนสรุปเงื่อนไขทั้งหมด
วันนี้(วันที่ 15 กรกฏาคม 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
เปิดเผย กับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐกระทรวงการท่องเที่ยวและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือ กรอ.ท่องเที่ยว โดยวาระที่ 1 จะมีการหารือร่วมกัน เพื่อสรุปเงื่อนไขในโครงการ "Co-payment"กระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งคล้ายกับรูปแบบโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง
โดยจะมีการหารือร่วมกันว่าโครงการนี้
อาจไม่จำกัดเพียงค่าที่พักหรืออาหารเท่านั้น แต่มีการพิจารณาถึงการสนับสนุนค่าเดินทางเพื่อกระจายรายได้ให้ทั่วถึงทุกกลุ่มธุรกิจ และจะไม่มีการสร้างแอปพลิเคชันใหม่ ในยุคนี้ แต่จะให้นักท่องเที่ยวไทยจองผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เพราะเป็นแอปพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว คนคุ้นชินเพื่อสร้างความสะดวกและรวดเร็วในการใช้บริการ
ขณะนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้จัดทำโครงการ Co-payment กระตุ้นการท่องเที่ยวแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงจะมานำเสนอในที่ประชุมกรอ.ท่องเที่ยว เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกภาคส่วน
เพราะต้องการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเอกชนในการกำหนดนโยบายตามแนวทางของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนโยบายต่อจากนี้จะไม่ใช่การที่ข้าราชการนั่งคิดเองฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นการทำงานที่สอดประสานและได้รับความเห็นชอบจากภาคเอกชน
ดังนั้นโครงการ Co-payment เพื่อสนับสนุนการเดินทางเที่ยวในประเทศ ทั้งเรื่องชื่อโครงการ และเงื่อนไขของโครงการทั้งหมด รูปแบบการใช้สิทธิก็จะได้ข้อสรุปภายในวันนี้
แก้ปัญหาเร่งด่วน "ตม. แออัด"
สำหรับวาระที่ 2 จะเน้นไปที่การแก้ปัญหาและอุปสรรคเร่งด่วน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนเรื่องความแออัดของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รอคิวตรวจคนเข้าเมือง ของตม.ที่สนามบิน ที่คิวยาวเหยียด และใช้เวลานาน
ดังนั้นก็ต้องมาหารือว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร เพราะการทำงานของ ตม. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และด่านพรมแดนต่างๆ หากเป็นคอขวด ก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความสะดวกของนักท่องเที่ยว







