
ททท.หนุนฟื้นฟูทะเลไทย คืนบ้านให้ปะการัง ฝูงปลา ด้วย SCG 3D Printing
ททท. ผนึก เอสซีจี และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย” ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทางทะเลด้วยปะการัง SCG 3D Printing ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน ล่าสุดนำ 66 หลัง คืนบ้านให้ปะการังและสัตว์น้ำ ที่เกาะล้าน พัทยา
KEY
POINTS
- ททท.หนุนฟื้นฟูทะเลไทย ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน
- ผุดโครงการ "TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย" นำบ้านปะการังที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3D Printing 66 หลัง ไปวางที่เกาะล้าน พัทยา
- บ้านปะการังสร้างจากเทคโนโลยี SCG 3D Printing ด้วยซีเมนต์โลว์คาร์บอนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีรูปทรงเลียนแบบธรรมชาติส่งเสริมการเติบโตของปะการัง และสัตว์น้ำ
- ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและเพาะพันธุ์ให้ปะการังและสัตว์น้ำทะเลไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา และพันธมิตร จัดกิจกรรม “TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย” นำวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการังหรือบ้านปะการังที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี SCG 3D Printing วางใต้ทะเล บริเวณพื้นที่เกาะล้าน จ.ชลบุรี จำนวน 66 หลัง เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปะการังและสัตว์น้ำ พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า
ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ททท. ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท. กล่าวว่า ปัจจุบันความสำเร็จของการท่องเที่ยวไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้เดินทางหรือรายได้ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าให้กับประเทศควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ททท.หนุนฟื้นฟูระบบนิเวศ์ TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย
ททท. จึงผนึกกำลังกับภาคเอกชน เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จัดกิจกรรม “TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน ร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลซึ่งถือเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
โดยเฉพาะดำน้ำและกลุ่มนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งให้ความสำคัญกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรใต้ท้องทะเลและคุณภาพของแหล่งดำน้ำ
ดังนั้นการฟื้นฟูปะการังและระบบนิเวศจึงไม่เพียงช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังช่วยยกระดับศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ททท.ขับเคลื่อนท่องเที่ยวยั่งยืน
การจัดกิจกรรม “TAT x SCG รักษ์ทะเลไทย” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
โดย ททท. มุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าให้กับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(Sustainable Tourism Destination) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งโครงการในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในกระบวนการดำเนินงาน (CSR in Process) ของ ททท. ตลอดจนโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) โครงการ CF Hotels โครงการ STG STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) การผลักดันพื้นที่ต้นแบบความยั่งยืน Krabi Prototype เป็นต้น
SCG 3D Printing ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทย
ดร.จาชชัว แพส Chief New Business Officer เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า เอสซีจี เชื่อว่านวัตกรรมที่ดีต้องสามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือกับ ททท.ในกิจกรรม “TAT x SCGรักษ์ทะเลไทย” ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำนวัตกรรม SCG 3D Printing มาประยุกต์ใช้เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลควบคู่กับการสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
บ้านปะการังที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี SCG 3D Printing ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงและโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับการลงเกาะของตัวอ่อนปะการังช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาเป็นแนวปะการังใหม่ในระยะยาว
ขณะเดียวกันในช่วงเริ่มต้นโครงสร้างดังกล่าวยังสามารถเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ รองรับนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวคุณภาพ ช่วยลดผลกระทบต่อแนวปะการังธรรมชาติที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู
โครงการนี้สะท้อนแนวคิดในการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
นวัตกรรม 3D Printing: เมื่อเทคโนโลยีขึ้นรูปบ้านปะการัง
กัลยา วรุณโณ Vice President - Future Constructions เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือการนำเทคโนโลยี 3D Concrete Printing มาใช้ในการขึ้นรูปบ้านปะการัง ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการหล่อคอนกรีตแบบสี่เหลี่ยมในอดีต
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถออกแบบโครงสร้างที่มีความซับซ้อนและเป็นอิสระ (Freeform) เพื่อให้มีลักษณะใกล้เคียงกับปะการังธรรมชาติ มากที่สุด ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้ปลาเข้ามาอยู่อาศัย และทำให้ตัวอ่อนปะการังสามารถมาเกาะและเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น
กระบวนการพิมพ์ชิ้นงานถูกเปรียบเทียบว่าคล้ายกับการแต่งหน้าขนมเค้ก ที่มีการฉีดวัสดุซ้อนกันเป็นชั้นๆ จนเกิดความสูงและองศาตามที่ออกแบบไว้ แต่มีความแข็งแรงในระดับโครงสร้าง โดยใช้เวลาในการพิมพ์เพียงประมาณ 40 นาทีต่อหนึ่งชิ้นงานเท่านั้น
ซีเมนต์โลว์คาร์บอน: มุ่งสู่ความยั่งยืนใต้ท้องทะเล
SCG ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเลือกใช้ ซีเมนต์ประเภทโลว์คาร์บอน (Low-carbon cement)ในการผลิตบ้านปะการังเหล่านี้ นวัตกรรมวัสดุดังกล่าวผ่านการศึกษาวิจัยและทดสอบแล้วว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และได้รับการยืนยันว่ามีปะการังมาเกาะและเติบโตได้จริงหลังจากนำไปวางในพื้นที่ทดสอบ
จากท้องทะเลสู่มาตรฐานสากลและอาคารกันแผ่นดินไหว
โครงการนี้ที่เกาะล้าน ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่พัทยาได้มีส่วนร่วม โดยมีการจัดประกวดออกแบบบ้านปะการังโดยสถาปนิกและนักเรียน เพื่อให้ได้รูปแบบที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์การใช้งานจริง ก่อนจะนำผลงานที่ชนะเลิศมาผลิตและนำไปวางใต้ท้องทะเลพัทยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ได้ภาคภูมิใจในทรัพยากรธรรมชาติของตนเอง
เอสซีจี ยืนยันเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลให้กลับมาสมบูรณ์ แต่ยังจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรูปแบบ การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ต่อไปในอนาคต
เทคโนโลยี 3D Printing ของ SCG ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำบ้านปะการังเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายผลไปสู่การก่อสร้างอาคารและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ โดยล่าสุด SCG ได้นำนวัตกรรมซีเมนต์โลว์คาร์บอนและเครื่องพิมพ์ 3D ไปสร้าง อาคาร 2 ชั้นที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการรับรองว่าสามารถ รองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของนวัตกรรมไทยในเวทีโลก







