thansettakij
thansettakij
AWC ทุ่ม 8 พันล้าน เปิดดิสนีย์ Avatar ผุด เคเบิ้ลคาร์ ข้ามเจ้าพระยา เชื่อมเจริญนคร

AWC ทุ่ม 8 พันล้าน เปิดดิสนีย์ Avatar ผุด เคเบิ้ลคาร์ ข้ามเจ้าพระยา เชื่อมเจริญนคร

09 ก.ค. 69 | 13:36 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 15:28 น.

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ทุ่ม 8 พันล้านบาท สร้างจุดขายใหม่เอเชียทีค ผุด Blue Dome ดึงดิสนีย์ Avatar สร้างปรากฏการณ์ Immersive ระดับโลก ทั้งเตรียมสร้างเคเบิ้ลคาร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมที่ดินฝั่งเจริญนคร

KEY

POINTS

  • ทายาทเจ้าสัวเจริญ ดัน AWC ทุ่มงบลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท พลิกโฉมเอเชียทีค เตรียมเปิดตัวโชว์ระดับโลก "Disney’s Avatar: Guardians of Eywa" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
  • ไฮไลต์สำคัญคือประสบการณ์แบบ Immersive ภายใน "Blue Dome" ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ย้ายมาจากงาน World Expo 2025 เปิดประสบการณ์จากภาพยนตร์ "Avatar" ครั้งแรกในไทย
  • มีแผนลงทุนสร้างเคเบิ้ลคาร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่โครงการฝั่งเอเชียทีค กับย่านเจริญนคร

วันนี้(วันที่ 9 กรกฏาคม 2569) บริษัท แอสเซท เวิรลด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ประกาศก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ด้วยการเปลี่ยนโฉม เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ (Asiatique The Riverfront) ภายใต้การลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท ยกระดับให้กลายเป็น Global Hub สำหรับประสบการณ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Disney และ EM Production

โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวโชว์ระดับโลก "Avatar: Guardians of Awa" เปิดประสบการณ์จากภาพยนตร์ "Avatar" ครั้งแรกในไทย

ทายาทเจ้าสัวเจริญ กางแผนลงทุน 8,000 ล้านบาท ขยายเอเชียทีค

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า การพัฒนา เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น จะมุ่งเน้นการดึงพันธมิตรระดับโลกและทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ชื่อดัง เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก 

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC

ล่าสุดจะร่วมมือกับ EMM Williams Productions เตรียมจะเปิด ไฮไลท์สำคัญ "The Magic Walk" เปิดประสบการณ์จากภาพยนตร์ "Avatar" ครั้งแรกในไทย โครงการ "Avatar Guardians of Eywa" จะมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่าง ความบันเทิงแบบ Immersive และ Interactive เข้ากับการแสดงระดับโลก

โดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือการใช้โครงสร้าง "Blue Dome" ซึ่งเป็นผลงานสถาปัตยกรรมของ คุณชิเกรุ บัน (Shigeru Ban) สถาปนิกเจ้าของรางวัล Pritzker Prize โดยโดมนี้ถูกส่งต่อมาจากงาน World Expo 2025 Osaka   เพื่อนำมาสร้างชีวิตใหม่ (Second Life) ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องรื้อถอนหรือสร้างใหม่ทั้งหมด
และนำงานสถาปัตยกรรมระดับโลกมาสู่เมืองไทย 

ทั้งนี้การนำ Avatar ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่มียอดรายได้สูงสุดในโลก
เป็นแบรนด์ที่มีแฟนคลับกว้างขวางทุกช่วงวัย และมีเนื้อหาลึกซึ้งเกี่ยวกับการดูแลรักษาธรรมชาติ มาถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยีการแสดงและการเล่าเรื่องที่ทันสมัย เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน สอดคล้องวิสัยทัศน์แห่งความยั่งยืนภายใต้แนวคิด "Building Better Future" ของ AWC เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านความยั่งยืนและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น World Class Sustainable Tourism Destination

ทั้งนี้ AWC เตรียมงบประมาณการลงทุนสำหรับโครงการเอเชียทีคทั้งหมดไว้ประมาณ 8,000 ล้านบาท รวมโครงการ Blue Dome  "Disney’s Avatar: Guardians of Eywa, The Magic Walk"

จ่อผุด เคเบิ้ลคาร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมเจริญนคร

รวมถึงโครงการต่างๆที่จะเกิดขึ้น โดยมีแผนการขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีพื้นที่ขายประมาณ 35,000 ตารางเมตร ได้มีการเติมเต็มพื้นที่ส่วนประสบการณ์ (Experience) เข้าไปอีก 16,000 ตารางเมตร

อีกทั้งในแผนงานที่ทีมกำลังดำเนินการอยู่นั้นครอบคลุมพื้นที่รวมถึง 224,000 ตารางเมตร  เพื่อเชื่อมต่อเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งต่อเสน่ห์ของไทยไปทั่วโลก โดยจะสร้างเคเบิ้ลคาร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมเจริญนคร ซึ่ง AWC มีพื้นที่เตรียมพัฒนาในการสร้างประสบการณ์ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ไฮไลต์ "Disney’s Avatar: Guardians of Eywa, The Magic Walk"

โครงการ Blue Dome  "Disney’s Avatar: Guardians of Eywa, The Magic Walk จะเป็นรูปแบบ  Immersive Experience ที่รวบรวมทั้ง Live Performance การแสดงสดระดับโลกในรูปแบบที่น่าตื่นตาตื่นใจ Interactive Design การออกแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสและมีส่วนร่วม แสง สี เสียง และดนตรี การสร้างบรรยากาศโลกของแพนโดร่าให้มีชีวิตขึ้นมา 

 

โดยโครงการนี้เปิดโซน Blue Dome ที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมและความยั่งยืนในปลายปีนี้ และ เตรียมเปิดตัวโชว์ Avatar และ The Magic Walk อย่างเต็มรูปแบบต้นปีหน้า

นายไมเคิล ฮาริท หัวหน้าคณะกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC  กล่าวว่า เอเชียทีคกำลังก้าวข้ามการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ขับเคลื่อนด้วยไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ (Lifestyle and Experiences) 

"เป้าหมายของเราคือการสร้างความสุขและสร้างจุดหมายปลายทางที่คนทุกวัยและทุกครอบครัวสามารถมาสัมผัสได้" คุณไมเคิลกล่าว พร้อมเสริมว่าความร่วมมือกับ Avatar และ Disney ในครั้งนี้จะนำภาพยนตร์ไตรภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลมาสร้างประสบการณ์ในรูปแบบ Immersive ที่เหนือระดับกว่าการแสดงทั่วไป ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ สู่สายตาชาวโลก 

Disney’s Avatar: Guardians of Eywa จุดขายใหม่เอเชียทีค

ไฮไลต์สำคัญอย่าง "Blue Dome" ซึ่งเป็นโครงสร้างโดมขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนย้ายมาจากงาน World Expo 2025 ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาติดตั้งที่เอเชียทีคโดยเฉพาะ โดยพื้นโดยรอบกว่า 16,000 ตารางเมตร จะถูกพัฒนาให้เป็นโซนประสบการณ์ที่รวบรวมทั้งไลฟ์สไตล์ รีเทล สปอร์ตแฟชั่น และการรับประทานอาหารระดับ Fine Dining ที่เชื่อมต่อกับความสวยงามของริมแม่น้ำเจ้าพระยา 

ด้านนาย อองตวน ฮาสวานี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EMM Williams Productions เหตุผลที่เลือกประเทศไทยและเอเชียทีคเป็นสถานที่จัดงานระดับโลกครั้งนี้ว่า มาจากค่านิยมและความไว้วางใจที่มีต่อ AWC ซึ่งเขาไม่ได้มองว่าเป็นเพียงสถานที่จัดงาน (Venue) แต่เป็น "Creative Partner" หรือพันธมิตรทางความคิดที่ช่วยทำให้ความฝันอันยิ่งใหญ่กลายเป็นจริงได้ 

สำหรับโชว์ไฮไลต์อย่าง "Avatar: Guardians of Awa"* คุณโทนี่ระบุว่าจะเป็นการนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "Magic Format" ซึ่งเป็นนวัตกรรมของอุตสาหกรรมบันเทิงที่ผสมผสานทั้งประสบการณ์ Immersive และการแสดงสด (Live Performance) ไว้ด้วยกัน 

"แม้ว่าจะเป็นโชว์ที่มีแผนการแสดงไปทั่วโลก แต่รูปแบบที่จะเกิดขึ้นที่เอเชียทีคจะเป็น Exclusive Format ที่ออกแบบมาเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่เหมือนที่ไหนในโลก"

นายโทนี่เน้นย้ำ ว่าภายในโชว์จะประกอบด้วยการแสดงกายกรรม (Acrobatic) เทคโนโลยี Interactive ล้ำสมัย และที่สำคัญที่สุดคือการสอดแทรกแนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อให้ผู้ชมได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 

การขยายตัวของเอเชียทีคในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ AWC ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ระดับโลก และเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ