thansettakij
thansettakij
ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 8 พันล้าน ดัน AWC ลงทุน เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินปีนี้ 2.3 แสนล้าน

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 8 พันล้าน ดัน AWC ลงทุน เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินปีนี้ 2.3 แสนล้าน

12 พ.ค. 69 | 10:44 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 69 | 12:00 น.

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 8 พันล้านบาท ลงทุน 5 บิ๊กโปรเจกต์ปีนี้ เปิดโรงแรมใหม่ ซื้อโดมยักษ์จาก Osaka Expo สร้างประสบการณ์ใหม่เอเชียทีค ดัน AWC เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน AWC ปีนี้แตะ 2.3 แสนล้านบาท ชู AWC Growth Fund เพิ่มมูลค่าพอร์ตธุรกิจทะลุ 3 แสนล้านในปี 2573

KEY

POINTS

  • ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 8 พันล้านบาท เปิด 5 บิ๊กโปรเจกต์ ดัน AWC เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินปีนี้ 2.3 แสนล้านบาท

  • เปิดโรงแรมใหม่ กรุงเทพ ลงทุนลานนาทีค เฟส 1 ซื้อโดมยักษ์จากงาน Osaka Expo นำมาสร้างประสบการณ์ใหม่ริมน้ำ เอเชียทีค

  • ชู AWC Growth Fund 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอ เป็น 300,000 ล้านบาท ในปี 2573

วันนี้ (วันที่ 12 พฤษภาคม 2569) นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ AWC อยู่ระหว่างการทบทวนแผนลงทุนให้เหมาะสมกับความพร้อมของตลาดที่เกิดขึ้น และหันไปให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่มีอยู่เดิม และการทำ Repositioning ในโครงการต่างๆเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น

ทุ่ม 8 พันล้าน ลงทุน 5 บิ๊กโปรเจกต์ปีนี้ ดัน AWC เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ปีนี้ 2.3 แสนล้าน

ในปีนี้ AWC เตรียมงบประมาณลงทุนไว้ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุน 5 ปี มูลค่า 100,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินรวมเป็น 230,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AWC ทายาทเจ้าสัวเจริญ

โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการลงทุนเพื่อเปิดให้บริการภายในปีนี้ จำนวน 5 โครงการ ประกอบไปด้วย   

1. เปิดโรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โครงการลงทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท ปีนี้ต้องลงทุนราว 1,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้

2.การลงทุนเฟส 2 ของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง
    
 

3. ทยอยลงทุนโครงการลานนาทีค เชียงใหม่ เฟส 1 โดยจะเริ่มทยอยเปิดทีละโซน โดยเน้นไปที่ประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมและร้านอาหาร (F&B) เช่น บ้านเจิ้งเหอ

4. โครงการ Asiatique's Blue Dome from Osaka Expo บนพื้นที่ 1,600 ตารางเมตร ที่จะเป็นการเพิ่มจุดขายด้านท่องเที่ยว(Attraction) ใหม่ ในโครงการเอเชีย ทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งได้ไปซื้อ "The Blue Dome" ซึ่งเป็นโดมยักษ์จากงาน Osaka Expo มาสร้างประสบการณ์ใหม่ริมน้ำ จะติดตั้งเสร็จและเปิดให้บริการในปีนี้ และมีการพัฒนาโครงการ Asiatique 2.2 ขยายด้าน F&B

 5.โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช กำลังเร่งก่อสร้างเต็มสูบ แต่เนื่องจากมีความซับซ้อนในการก่อสร้าง โดยเฉพาะการขุดชั้นใต้ดินถึง 5 ชั้น ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีครึ่งเพียงเพื่อขึ้นมาที่ระดับดิน ทำให้ภาพรวมการพัฒนาโครงการใหญ่ต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปี  AWC จึงมีแผนจะเปิดพื้นที่ส่วนที่ติดกับคลองโอ่งอ่างก่อน ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ตึกโบราณและเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวทางเรือและรถไฟฟ้า เพื่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้รวดเร็วขึ้น

โครงการนี้จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ (Retail Journey) ระหว่างย่านทรงวาด การท่องเที่ยวทางเรือในคลองโอ่งอ่าง และสถานีรถไฟไฟฟ้าใต้ดิน การทำ Dim Sum Boat ซึ่งเป็นแนวคิดการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ เช่น การจัดเรือท่องเที่ยวแบบ "เรือติ๋มซำ" ที่ประดับโคมแดง ให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือรับประทานอาหารริมแม่น้ำและคลองโอ่งอ่าง

ชลอแผนสร้างตึก 100 ชั้น เอเชียทีค

ส่วนโครงการที่บริษัทอาจจะต้องมีการปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องไปสถานการณ์ในแต่ละช่วง ทำให้อาจจะมีการไม่เร่งการลงทุนในบางโครงการ เช่น โครงการอาคารสูง 100 ชั้น ในเอเชียทีค ที่ยังคงแผนไว้ แต่ยังไม่เร่งการลงทุน ประกอบกับบริษัทยังต้องมีการบริหารจัดการด้านต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อทำให้ต้นทุนในการลงทุนไม่สูงขึ้น ซึ่งบางโครงการจะต้องมีการเร่งล็อกต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อทำให้บริษัทสามารถลงทุนได้ตามแผนการลงทุนที่วางไว้

ส่วนอีกโปรเจคใหญ่อย่าง โครงการอควอทีค พัทยา (Aquatique Pattaya) หลังจากเมื่อปี 2568 ได้เปิดโรงแรม 2 แห่งในพัทยา ได้แก่ โรงแรมมีเลีย พัทยา ซึ่งได้ทดสอบตลาดเกี่ยวกับการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลก และพอเปิดโรงแรมพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ก็ร่วมกันบูสต์ตลาดเพิ่มเติมต่อเนื่อง

โรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา

ทำให้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนค่อยๆ ทำแผนยังไม่ได้เร่งลงทุน เพราะต้องดูสภาพตลาด และการร่วมกับพันธมิตรทำการตลาด เพื่อเตรียมความพร้อมเต็มที่ก่อน ทำให้เราเน้นเจาะตลาดแอคทีฟ เวลเนส (Active Wellness) ไปก่อน ควบคู่กับแผนเดินหน้าเปิดโรงแรมใหม่ บันยันทรี พัทยา

ชู AWC Growth Fund ดันเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน 3 แสนล้าน ใน 5 ปี

“เราตั้งเป้าพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพแตะระดับ 230,000 ล้านบาท ภายในช่วงสิ้นปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 218,741 ล้านบาท พร้อมวางเป้าพอร์ตทรัพย์สินสู่ระดับ 300,000 ล้านบาท ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 221,357 ล้านบาท”

สำหรับแผนการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอ เพิ่มเป็น 300,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 โดยภายในอีก 5 ปีข้างหน้า และมีจำนวนห้องพักโรงแรมรวม 9,312 ห้อง จากโรงแรมทั้งหมด 21 แบรนด์ รวม 35 แห่ง จากปัจจุบันไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีขนาดสินทรัพย์รวมกว่า 221,357 ล้านบาท มีจำนวนห้องพักโรงแรมทั้งหมด 6,834 ห้อง

การขยายพอร์ตโฟลิโอของ AWC ที่จะเติบโตได้แบบก้าวกระโดด เป็นไปตามกลยุทธ์การเติบโต (GROWTH-LED Strategy) ภายใต้ “AWC Growth Fund”  เพื่อสนับสนุนแผนการเติบโตอย่างยั่งยืนของ AWC

AWC Growth Fund ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นโมเดลในการบริหารจัดการโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยในปัจจุบันกองทุนนี้มีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท กองทุนนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ AWC ไม่ต้องรับภาระในการถือครองสินทรัพย์ที่ยังไม่สร้างรายได้ (Asset Loading) เข้ามาในงบการเงินของบริษัทเร็วเกินไป

โดยปัจจุบัน 4 โครงการที่อยู่ใน AWC Growth Fund ก่อนจะโอนเข้าสู่ AWC เพื่อพัฒนาต่อเมื่อมีความพร้อม ได้แก่ 1. เวิ้งนครเกษม โครงการมิกซ์ยูสในย่านไชน่าทาวน์ 2.โครงการลานนาทีค (Lannatique) โครงการระดับ Global Destination ในเชียงใหม่ 3. โรงแรมพลาซ่า แอทธินี นิวยอร์ค และ 4.โรงแรมโอกุระ ทองหล่อ

ทั้งนี้ AWC ได้ทำการตกลงราคาซื้อขายโครงการเหล่านี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ "Upside" หรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการจะเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น AWC โดยตรงเมื่อมีการย้ายสินทรัพย์เข้าบริษัทในอนาคต โดย AWC มีแผนจะเข้าซื้อโครงการเหล่านี้จากกองทุนเมื่อโครงการเริ่มมีผลการดำเนินงานที่ชัดเจนหรือใกล้จะเปิดให้บริการ (Ramp-up phase) โดยคาดว่าจะเป็นช่วงปี 2571 – 2573

 AWC ใช้ทีมพัฒนาภายใน (In-house Development) กว่า 190 คน ในการดูแลทั้งด้านการก่อสร้างและการปรับโฉม (Repositioning) เมื่อโครงการเหล่านี้ได้รับการพัฒนาจนถึงระดับที่สร้างกระแสเงินสดได้มั่นคงแล้ว จึงจะถูกโยกย้ายจากสถานะโครงการระหว่างพัฒนา เข้าสู่กลุ่มสินทรัพย์หลักที่สร้างรายได้ เพื่อสร้างผลกำไรและ New High ให้กับบริษัทต่อไป

ไตรมาส 1/ 2569  ทุบสถิติใหม่ ทำกำไรนิวไฮ 

สำหรับผลประกอบการของ AWC ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้ 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5%  และกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9%  โดยทั้งรายได้และกำไรสุทธิทำระดับสูงสุดของบริษัท จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียลคุณภาพสูง พร้อมการขยายตัวของ BU EBITDA ในทั้งสองกลุ่มธุรกิจ

ผลประกอบการ AWC ไตรมาส 1 ปี 2569

โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเติบโต 12.%  จากดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางหลัก โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 5,230 บาทต่อคืน ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลเติบโต 10.3% ขับเคลื่อนโดยโมเดล AWC's Lifestyle Destination และการเติบโตต่อเนื่องของเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

AWC เดินหน้าต่อยอดพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพสู่มูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7%  พร้อมรักษาความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินที่ IBD/E เพียง 0.87 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว พร้อมสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องแก่ผู้ถือหุ้นผ่านเงินปันผล 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% นางวัลลภา กล่าวทิ้งท้าย