thansettakij
thansettakij
AWC ทุบสถิติใหม่ดันโรงแรม ค้าปลีก โกยกำไร ไตรมาส 1/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

AWC ทุบสถิติใหม่ดันโรงแรม ค้าปลีก โกยกำไร ไตรมาส 1/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

11 พ.ค. 69 | 11:53 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 69 | 11:32 น.

AWC ทุบสถิติดันโรงแรม-ค้าปลีก กำไรไตรมาส 1/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้นตัวและพอร์ตธุรกิจคุณภาพขยายตัวแกร่ง

KEY

POINTS

  • AWC ทุบสถิติกำไรไตรมาส 1/2569
    สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 1,986 ล้านบาท
  • รับอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้นตัวและพอร์ตธุรกิจคุณภาพขยายตัวแกร่ง
  • ผนึกพันธมิตรระดับโลก ขยายธุรกิจใน พัทยา เชียงใหม่ กรุงเทพ

วันนี้(วันที่ 11 พฤษภาคม 2569) บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 โดยสามารถสร้างกำไรสุทธิสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New Record High) ที่ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  

พร้อมสร้างรายได้รวมทะยานสู่ 6,776 ล้านบาท เติบโต 9.5 % ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย บริษัทสามารถรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) เพียง 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

กลุ่มโรงแรมได้นักท่องเที่ยวคุณภาพดัน RevPAR พุ่ง

ไตรมาส 1 ปี 2569 AWC มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเติบโตมาอยู่ที่ 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0 % (YoY) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากความต้องการของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในจุดหมายปลายทางหลัก 

ได้แก่ โรงแรมที่เชียงใหม่ มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เติบโตโดดเด่นที่สุด 26 % ขณะที่รีสอร์ตลักชัวรี ในจังหวัดกระบี่และเกาะสมุยเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย ที่สร้างสถิติราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) สูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม 2569

โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท ของ AWC

รวมถึงการรับรู้รายได้จากโรงแรมที่เปิดในปี 2568 ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา (อัตราเข้าพักสูงสุด 83%) และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (อัตราเข้าพักสูงสุด 74%) ช่วยเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโอในระยะยาว

นอกจากนี้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ยังเติบโต 14.0 % โดยมี ‘เอ-ญ่า’ รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ เป็นกลไกหลักที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสเดียว

เครื่องเล่น SkyFlyers เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
 
โมเดล Lifestyle Destination ดันยอดค้าปลีก-ออฟฟิศ เติบโต

ขณะที่กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลสร้างรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.3 % โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากโครงการ Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่น SkyFlyers ทำให้ทราฟฟิกผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 16 % และรายได้ค่าเช่าเติบโต 15 % 

ส่วนอาคารสำนักงาน ยังคงความแข็งแกร่งผ่านแนวคิด Lifestyle Workplace นำโดยโครงการ "ดิ เอ็มไพร์" และการรับรู้รายได้จากอาคารจูบิลี่ เพรสทีจ ทาวเวอร์ แห่งใหม่ย่านรัชดา

สำหรับคอมมูนิตี้มาร์เก็ต อย่าง ลาซาล อเวนิว มีรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 20 % ขณะที่พันธุ์ทิพย์ แอท งามวงศ์วาน ทำรายได้ค่าเช่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 1,046 บาทต่อ ตร.ม. ในไตรมาสนี้

เน้นขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน

AWC ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG โดยได้รับการจัดอันดับ “Top 1% S&P CSA Score” ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

นอกจากนี้ยังสร้างมาตรฐานใหม่ระดับภูมิภาค โดยโรงแรม มีเลีย พัทยา เป็นโรงแรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL Certified™ ระดับ Platinum

ผนึกพันธมิตรโลก สร้างกลยุทธ์การเติบโตในปี 2569

บริษัทยังได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ แมริออท อินเตอร์เนชันแนล เพื่อเปิดตัวแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ในพัทยา และร่วมกับ PAÑPURI พัฒนาลักชัวรีเวลเนสในจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ต่อเนื่องแก่ผู้ถือหุ้น บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7 %

สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี AWC คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก เช่น งานประชุม IMF และเทศกาลดนตรี Tomorrowland 

อีกทั้ง AWC ยังพร้อมเตรียมเปิดตัวโรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิทในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสนี้สะท้อนทิศทางของ AWC ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งเน้นการเติบโตระยะยาว ผ่านการผสานความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม คอมเมอร์เชียล และไลฟ์สไตล์ เพื่อเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์คุณภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน การเปิดตัวและพัฒนาโครงการใหม่ในปีที่ผ่านมา ต่อยอดการเติบโตของ AWC ทั้งด้านรายได้ มูลค่าสินทรัพย์ และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก

วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC

AWC เชื่อว่าผู้คนในปัจจุบันมองหาประสบการณ์ที่มีความหมาย มีคุณภาพ และเชื่อมโยงกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวคิดที่ AWC ใช้ออกแบบโครงการและแลนด์มาร์กต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนศักยภาพของประเทศไทย สู่การเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์คุณภาพของโลก ควบคู่กับการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น คู่ค้า และทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด Building Better Future For All

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเติบโตต่อเนื่อง จากดีมานด์คุณภาพสูง

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการมีรายได้รวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% (YoY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% (YoY) จากการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการต่อยอดประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมศักยภาพการสร้างรายได้ การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมเดิม

โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี RevPAR เติบโต 26% (YoY) จากการฟื้นตัวของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เช่นเดียวกับกลุ่มรีสอร์ตลักชัวรีในจังหวัดกระบี่และเกาะสมุยที่ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย สามารถสร้าง ADR สูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ของบริษัทเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5,230 บาทต่อคืน สะท้อนศักยภาพของพอร์ตโรงแรมเดิมในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง

บริษัทเริ่มเห็นการต่อยอดการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ไปสู่การสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการทยอยรับรู้รายได้จากโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินการในปี 2568 ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรม จูบิลี เพรสทีจ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา โดยพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ทำอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 74% และโรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย

ทำอัตราการเข้าพักสูงสุดที่ 83% ในไตรมาส 1/2569 พร้อม RevPAR ที่เติบโตทุกไตรมาสนับตั้งแต่เปิดดำเนินการ ช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในระยะยาว

ขณะเดียวกัน AWC ยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว การพักผ่อน และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ส่งผลให้พอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีรายได้รวม 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% (YoY) นำโดย 'เอ-ญ่า' รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ที่สร้างรายได้สูงสุดกว่า 158 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านอาหารและไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ รวมถึงร้านอาหารและประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศด้านไลฟ์สไตล์ของบริษัท

ผลประกอบการ AWC ไตรมาส 1 ปี 2569

ธุรกิจคอมเมอร์เชียลเติบโตจากโมเดล AWC's Lifestyle 

กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% (YoY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% (YoY) โดยหากไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รายได้เติบโต 16.3% (YoY) สู่ 1,175 ล้านบาท และ BU EBITDA เติบโต 15.0% (YoY) สู่ 781 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตที่แท้จริงของทั้งกลุ่มศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งยังคงขยายตัวจากการพัฒนาโมเดลประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว โดยมีรายได้ค่าเช่าเติบโต 15% (YoY) และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) เติบโต 21% (YoY) จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) สู่ระดับ 81% ค่าเช่าเฉลี่ยที่สูงขึ้น 5% (YoY) และทราฟฟิกผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% (YoY) จากความสำเร็จของโครงการ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ

 

ในส่วนของกลุ่มศูนย์การค้าโดยรวม BU EBITDA เติบโต 35% (YoY) และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) จาก 73% เป็น 77% พร้อมทราฟฟิกผู้ใช้บริการที่เติบโต 6% (YoY) ขณะที่กลุ่มอาคารสำนักงานยังคงรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสด โดยมี BU EBITDA เติบโต 2% (YoY) จากการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด Lifestyle Workplace

นำโดยโครงการดิ เอ็มไพร์ ภายใต้แนวคิด "The Empire Reimagined" ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของพอร์ตสำนักงาน รวมถึงการรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี เพรสทีจ ทาวเวอร์ บนทำเลศักยภาพย่านรัชดา ที่ช่วยรองรับการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว

พร้อมกันนี้ AWC ยังเปิดตัว “Better World Better Future” แลนด์มาร์กใหม่ด้าน Edutainment ณ Hatch Dome เพื่อส่งเสริมเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและประสบการณ์ระดับโลก ผ่านการผสานความบันเทิง เทคโนโลยี และการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้แก่ผู้มาเยือนในทุกกลุ่มอายุ พร้อมสนับสนุนศักยภาพการเติบโตระยะยาวของโครงการ

Better World Better Future แลนด์มาร์กใหม่เอเชีย ทีค

เดินหน้าสร้างการเติบโตระยะยาว ควบคู่กับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล

AWC เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้พันธกิจ "Building Better Future For All" และกรอบแนวคิด 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด AWC ได้รับการจัดอันดับ Top 1% S&P CSA Score ในรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมได้รับคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพตามมาตรฐาน ESG ระดับโลก

นอกจากนี้ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย ยังได้รับการรับรอง WELL Certified™ ระดับ Platinum ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย และ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ยังได้รับ WELL Health-Safety Rating

AWC ทุบสถิติใหม่ดันโรงแรม ค้าปลีก โกยกำไร ไตรมาส 1/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่อาคารสำนักงานในเครือ ได้แก่ ดิ เอ็มไพร์ แอทธินี ทาวเวอร์ อาคาร 208 แบงค็อก และอินเตอร์ลิงค์ ทาวเวอร์ บางนา ได้รับการรับรอง WELL Core Certified™ ระดับ Platinum เป็น 4 อาคารสำนักงานแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองนี้ และทั้ง 6 อาคารยังได้รับการรับรอง LEED Gold ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้คนที่ใช้ชีวิต ทำงาน และเข้ามาใช้บริการภายในโครงการ ควบคู่กับประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้แก่พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท

ในปี 2569 นี้บริษัทเตรียมขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ อาทิ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตธุรกิจ และการพัฒนาแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ระดับโลก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก