thansettakij
thansettakij
สมาคมโฮสเทลฯ จี้รัฐเร่งปรับ พ.ร.บ.โรงแรม เปิดทางที่พักรายย่อยเข้าระบบ

สมาคมโฮสเทลฯ จี้รัฐเร่งปรับ พ.ร.บ.โรงแรม เปิดทางที่พักรายย่อยเข้าระบบ

02 ก.ค. 69 | 06:35 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.ค. 69 | 06:38 น.

สมาคมโฮสเทลฯ ยื่นรัฐบาลขอปรับ พ.ร.บ.โรงแรม ลดขั้นตอนใบอนุญาต พร้อมเสนอระบบแบ่งระดับ หนุนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบง่ายขึ้น ยกระดับท่องเที่ยวไทย

KEY

POINTS

  • สมาคมโฮสเทลฯ ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล เรียกร้องให้เร่งแก้ไข พ.ร.บ. โรงแรมให้ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวและเปิดทางให้ที่พักขนาดเล็กเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น
  • เสนอให้ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการขอใบอนุญาต เพื่อลดภาระด้านเวลาและต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อย และแก้ปัญหาการดำเนินกิจการนอกระบบ 
  • ผลักดันให้มีระบบใบอนุญาตแบบแบ่งระดับตามขนาดและความเสี่ยง โดยที่พักขนาดเล็กใช้กระบวนการที่ง่ายขึ้น ขณะที่โรงแรมขนาดใหญ่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด

สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย (HSA) ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกุล และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยมีสาระสำคัญเสนอให้เร่ง “ปรับปรุงกฎหมายและระบบอนุญาต” เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็กให้เข้าสู่ระบบได้สะดวกขึ้น ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

นางสาวนรี สุเนต์ตา นายกสมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย

1 ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

สมาคมฯ เสนอให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงแรมให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ท้องถิ่น การเข้าพักระยะยาว และกลุ่มนักท่องเที่ยว Work from Anywhere ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่ากฎหมายควรเปิดทางให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้มากขึ้น

2 ลดขั้นตอนใบอนุญาตและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการรายย่อย

สมาคมฯ เรียกร้องให้ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่พัก เพื่อช่วยลดภาระด้านเวลาและต้นทุนของผู้ประกอบการขนาดเล็ก พร้อมผลักดันให้การเข้าสู่ระบบกฎหมายมีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการอยู่นอกระบบและเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง

โฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก

3 ระบบใบอนุญาตแบบแบ่งระดับตามขนาดและความเสี่ยง

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการจัดทำระบบกำกับดูแลแบบ “แบ่งระดับตามขนาดกิจการและความเสี่ยง” โดยให้ที่พักขนาดเล็กสามารถใช้กระบวนการลงทะเบียนที่ง่ายขึ้น ขณะที่ธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ยังคงต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานและขั้นตอนที่เข้มงวดตามเดิม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมธุรกิจและการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะด้านการป้องกันอัคคีภัยและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน

สมาคมฯ ระบุเพิ่มเติมว่า โครงสร้างกฎหมายปัจจุบันยังสะท้อนการออกแบบที่เอื้อต่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก เช่น โฮสเทล เกสต์เฮาส์ โฮมสเตย์ และที่พักในชุมชนหรืออาคารเก่า ต้องเผชิญข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบ แม้จะมีบทบาทสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยวในเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างมีนัยสำคัญ

ด้าน นางสาวนรี สุเนต์ตา นายกสมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย ระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำด้านกฎระเบียบระหว่างธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พร้อมทั้งสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว